• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202145 กชเบล ขอลาไปทำตามความฝ part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202145 กชเบล ขอลาไปทำตามความฝ part2
เจาะลึกผ่าตัดใหญ่ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ปี 2566: บทเรียนราคาแพงของผู้ประกอบการ และทิศทางตลาดสู่ปี 2569 ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาฯ มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ “หักปากกาเซียน” และสร้างความประหลาดใจในเชิงลบให้กับนักวิเคราะห์และผู้ประกอบการมากที่สุดปีหนึ่ง หากเราย้อนกลับไปดูบรรยากาศในช่วงต้นปี 2566 หลายคนต่างคาดการณ์ด้วยความหวังว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะกลับมาทะยานขึ้น (Take off) อย่างสวยงาม รับอานิสงส์จากโมเมนตัมการฟื้นตัวในปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน เมื่อพายุแห่งความชะลอตัวพัดกระหน่ำก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ผสมโรงกับภาวะหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงและมาตรการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ทำให้กำลังซื้อในตลาดหดตัวลงอย่างน่าใจหาย ลากยาวไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายที่เป็นช่วงไฮซีซั่น (High Season) ก็ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องข้ามปีมาจนถึงปัจจุบัน บทความนี้ผมจะพาไปเจาะลึกข้อมูลผลประกอบการของ 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อถอดรหัสว่าใครคือ “ตัวจริง” ที่อยู่รอด และใครที่ต้องปรับตัวขนานใหญ่เพื่อก้าวต่อไปในสมรภูมิการลงทุนอสังหาฯ ยุคใหม่ ภาพรวมรายได้: เมื่อยักษ์ใหญ่ยังสะเทือน จากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor ที่ได้วิเคราะห์บริษัท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง 41 แห่ง พบตัวเลขที่น่าสนใจและน่ากังวลใจในเวลาเดียวกัน รายได้รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ซึ่งหากมองผิวเผินอาจดูเหมือนลดลงเพียงเล็กน้อยที่ -1.2% จากปีก่อนหน้า (376,141 ล้านบาท) แต่เมื่อเราใช้ “แว่นขยาย” ส่องดูไส้ใน จะพบความจริงที่น่าตกใจว่า มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่เผชิญกับภาวะรายได้ถดถอย ตัวเลขนี้บ่งบอกอะไร? มันบอกเราว่าเศรษฐกิจระดับมหภาคส่งผลกระทบในวงกว้าง และไม่ใช่ทุกคนที่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งพอ โดยเฉพาะกลุ่มที่รายได้ติดลบในระดับวิกฤตเกิน 20% ซึ่งได้แก่: แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN): เจ้าตลาดคอนโดระดับกลาง-ล่าง ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อระดับรากหญ้าที่เปราะบางที่สุด อีสเทอร์น สตาร์ และ คันทรี่ กรุ๊ป: ติดลบไปกว่า -28% ไรมอน แลนด์: ผู้พัฒนาอสังหาฯ ระดับลักชัวรี่ ที่รายได้ลดลง -26% สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ตลาดบนก็มีความผันผวนหากไม่มีสินค้าพร้อมโอนที่ถูกจังหวะ
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): พี่ใหญ่ของวงการที่รายได้รวมหายไปถึง 18% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องจับตามอง สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้สูงสุด ครึ่งหนึ่งมีรายได้ที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็น ศุภาลัย (-10%), พฤกษา โฮลดิ้ง (-9%) หรือ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (-4%) แสดงให้เห็นว่าขนาดขององค์กรไม่ใช่เกราะป้องกันเสมอไปในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไวและเศรษฐกิจผันผวน แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่เป็นเลิศ บัลลังก์แชมป์รายได้รวม: การขับเคี่ยวของ “แสนสิริ” และ “เอพี” ท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาส และผู้ที่คว้าโอกาสนั้นได้ดีที่สุดในปี 2566 คือ แสนสิริ ที่ผงาดขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% ความสำเร็จนี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้า Luxury และ Super Luxury ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่า รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งในใจคนรุ่นใหม่ ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามเป้า อันดับ 2 ตกเป็นของคู่แข่งตลอดกาลอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ที่ทำรายได้ไป 38,399 ล้านบาท เฉือนกันเพียงปลายจมูก แม้เอพีจะมีจุดแข็งที่กระจายพอร์ตสินค้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม แต่ก็ได้รับแรงกดดันจากสภาวะตลาดเช่นกัน อันดับอื่นๆ ใน Top 10 ได้แก่: ศุภาลัย (31,818 ล้านบาท) แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (30,170 ล้านบาท) พฤกษา โฮลดิ้ง (26,132 ล้านบาท) เอสซี แอสเสท (24,487 ล้านบาท) ยูนิเวนเจอร์ (17,672 ล้านบาท) เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (16,169 ล้านบาท) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (15,157 ล้านบาท) สิงห์ เอสเตท (15,066 ล้านบาท) เจาะลึกรายได้จากการขาย: วัดกึ๋นผู้พัฒนาอสังหาฯ สำหรับผมแล้ว ตัวชี้วัดศักยภาพที่แท้จริงของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่รายได้รวม (ซึ่งอาจรวมกำไรจากการขายที่ดินหรือการลงทุนอื่น) แต่คือ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) เพราะนี่คือเงินสดที่ไหลเข้ามาจากการขายบ้านและคอนโดจริงๆ ซึ่งสะท้อนความสามารถในการระบายสต็อกและความนิยมของโปรดักต์ เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย ภาพรวมของตลาดดูน่ากังวลกว่ารายได้รวมเสียอีก โดยทั้ง 41 บริษัททำได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงถึง -11% จากปี 2565 และมีบริษัทถึง 30 แห่งที่ยอดขายตกต่ำลง นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงสำหรับการ ลงทุนอสังหา ในระยะสั้นถึงกลาง ความตกต่ำนี้เห็นได้ชัดในกรณีของ ไรมอน แลนด์ ที่รายได้จากการขายดิ่งลง -78% และ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่รายได้จากการขายหายไป -38% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับบริษัทระดับบลูชิพ สาเหตุหลักมาจากการขาดช่วงของการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ และการชะลอตัวของการตัดสินใจซื้อในกลุ่มลูกค้า เอพี (ไทยแลนด์) พิสูจน์ความเป็น “ตัวจริง” ในด้านการขาย ด้วยการครองแชมป์รายได้จากการขายสูงสุดที่ 36,927 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย -2% แต่ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่ง การที่เอพีสามารถรักษาฐานรายได้จากการขายไว้ได้ในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสินค้ากลุ่ม “ทาวน์โฮม” และ “บ้านแฝด” ของพวกเขายังคงตอบโจทย์ Real Demand หรือผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่แค่เพื่อการเก็งกำไร ขณะที่ แสนสิริ ตามมาเป็นอันดับ 2 (32,829 ล้านบาท) แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่รายได้ส่วนนี้เติบโต (+7%) เช่นเดียวกับ เอสซี แอสเสท (อันดับ 4) ที่เติบโตถึง 13% ด้วยยอดขาย 23,370 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งในตลาดบ้านหรู (Luxury Housing) ที่เป็นเซฟโซนของปีที่ผ่านมา ม้ามืดที่น่าจับตามอง: เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
ในบรรดาผู้เล่นทั้งหมด ผมอยากให้จับตามอง เซ็นทรัลพัฒนา เป็นพิเศษ ปี 2566 ถือเป็นปีที่ CPN เริ่ม “ปล่อยของ” ในธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างจริงจัง หลังจากซุ่มพัฒนาโครงการมานาน โดยทำรายได้จากการขายไปถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 103% กลยุทธ์ Mixed-use Development ที่นำโครงการที่อยู่อาศัยไปแปะติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่ “กินรวบ” และทรงประสิทธิภาพอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย นี่คือคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับ Developer รายเดิม เพราะ CPN มีที่ดิน Land Bank ในทำเลทองทั่วประเทศและมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง บรรทัดสุดท้าย (Bottom Line): กำไรสุทธิคือความจริง ในโลกธุรกิจ “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความเป็นจริง” (Sales is vanity, Profit is sanity) แม้จะขายได้มาก แต่ถ้าบริหารจัดการต้นทุนไม่ดี หรือต้องอัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมจนเข้าเนื้อ ชัยชนะนั้นก็อาจไม่ยั่งยืน กำไรสุทธิรวมของ 41 บริษัทในปี 2566 อยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% โดยมีบริษัทขาดทุนถึง 12 แห่ง ซึ่งบางแห่งขาดทุนสะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของ SMEs และบริษัทขนาดกลางใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่สายป่านไม่ยาวพอ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แม้รายได้จากการขายจะตก แต่กลับยืนหนึ่งเรื่องกำไรสุทธิที่ 7,495 ล้านบาท นี่คือกึ๋นของการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Holding Company ที่มีการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ที่ดีเยี่ยม โดยกำไรส่วนใหญ่ในปีนี้มาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน REIT ซึ่งทำกำไรพิเศษได้ถึง 2,500 ล้านบาท นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนว่า การมองหาบริษัทที่มี Recurring Income หรือสินทรัพย์ที่สามารถแปลงเป็นทุนได้ เป็นเรื่องสำคัญมากในยามวิกฤต หากตัดกำไรพิเศษออก ศุภาลัย คือบริษัทที่มีประสิทธิภาพการทำกำไรจากการดำเนินงานจริงที่ดีที่สุด (6,083 ล้านบาท) ตามมาด้วย เอพี (6,054 ล้านบาท) และ แสนสิริ (5,846 ล้านบาท) ที่กำไรโตระเบิดถึง 42% บทวิเคราะห์: ปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในปี 2567-2569 จากข้อมูลปี 2566 เราสามารถถอดบทเรียนเพื่อมองทิศทางในอนาคตได้ดังนี้: กับดักหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ย: ปัญหาการกู้ไม่ผ่าน (Rejection Rate) ที่พุ่งสูงถึง 50-60% ในกลุ่มสินค้าราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก ผู้ประกอบการต้องหันไปจับตลาดกลาง-บน หรือกลุ่มชาวต่างชาติมากขึ้น ใครที่ยังยึดติดกับตลาดแมส (Mass Market) อาจเหนื่อยหนัก สงครามราคา vs สงครามคุณภาพ: การแข่งขันด้านราคาจะเริ่มซาลง เพราะต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการจะหันมาสู้กันด้วย “นวัตกรรม” และ “บริการหลังการขาย” เช่น บ้านประหยัดพลังงาน (Green Home) หรือเทคโนโลยี Smart Home เพื่อดึงดูดลูกค้า ทำเลที่เปลี่ยนไป: การขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู ทำให้เกิดทำเลทองใหม่ๆ ในโซนชานเมือง กรุงเทพฯ แต่การ ลงทุนคอนโด ในทำเลเหล่านี้ต้องระวังเรื่อง Oversupply เพราะดีมานด์อาจไม่ได้หนาแน่นเท่าใจกลางเมือง เทรนด์ Pet-Friendly และ Aging Society: โครงการที่ตอบโจทย์การเลี้ยงสัตว์และผู้สูงอายุจะไม่ใช่แค่ Niche Market อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Standard ใหม่ของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า คำแนะนำสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน สำหรับท่านที่กำลังมองหาโอกาสในการ ซื้อบ้าน หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นจังหวะของผู้ซื้อ (Buyer’s Market) อย่างแท้จริง เพราะผู้ประกอบการยังคงต้องการระบายสต็อกคงค้าง ทำให้มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ฟรี ดอกเบี้ยพิเศษ หรือส่วนลดเงินสด อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ต้องการ ลงทุนอสังหา เพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร ควรเน้นการเลือกโครงการจากผู้ประกอบการ Top 5-10 ที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง (Cash Flow ดี) เพราะในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน การที่โครงการจะสร้างเสร็จและส่งมอบได้ตามกำหนดคือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ ควรพิจารณาทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตของค่าเช่า (Yield) มากกว่าการหวังกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะสั้น สรุป: ปี 2566 คือบททดสอบที่คัดกรอง “ของจริง” ออกจากตลาด ปี 2567 และปีต่อๆ ไป จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวแบบ K-Shape คือคนที่แข็งแกร่งจะยิ่งโต ส่วนคนที่ปรับตัวไม่ได้จะค่อยๆ หายไป การติดตามข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์เจาะลึกแบบนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจทางการเงินของคุณ หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อย่าตัดสินใจเพียงเพราะโปรโมชั่นชั่วคราว แต่จงมองให้ลึกถึงความมั่นคงของผู้พัฒนาและแนวโน้มในอนาคต
พร้อมหรือยังที่จะก้าวทันทุกความเคลื่อนไหวในวงการอสังหาฯ? หากคุณไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์เจาะลึกและโอกาสการลงทุนระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนรับข่าวสารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ฟรีทันที! อนาคตการลงทุนของคุณ เริ่มต้นที่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดในวันนี้
Previous Post

D0202144 ประธานโล นปลอมต ลองใจพน กงาน part2

Next Post

D0202146 หว งล กเขย เลยยอมมาเป นแม าน part2

Next Post

D0202146 หว งล กเขย เลยยอมมาเป นแม าน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.