• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202135 กแรกน นหวาน พอนานๆทำร งเก ยจ part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202135 กแรกน นหวาน พอนานๆทำร งเก ยจ part2
เจาะลึกวิกฤตและโอกาส: ผ่าโครงสร้าง “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” จากบทเรียนปี 66 สู่ทิศทางการลงทุนและเทรนด์ปี 2567-2570 ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการวิเคราะห์ตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนมากว่าทศวรรษ ผมเฝ้าสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเศรษฐกิจไทยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มันไม่ใช่แค่เรื่องของ “ยอดขาย” ที่ลดลง แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับโครงสร้างที่บ่งบอกว่า กฎกติกาเดิมๆ ที่เคยใช้สร้างความมั่งคั่งในทศวรรษที่ผ่านมา อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในยุคปัจจุบัน บทความนี้ผมจะพาเจาะลึกเบื้องหลังตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง 41 แห่ง เพื่อถอดรหัสว่าใครคือ “ของจริง” ในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบ และทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยในอนาคตจะเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณ—ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังมองหา สินเชื่อบ้าน เพื่อที่อยู่อาศัย—สามารถวางแผนรับมือได้อย่างชาญฉลาด ภาพรวมตลาด: เมื่อ “ความหวัง” สวนทางกับ “ความจริง” หากเราย้อนกลับไปมองโมเมนตัมช่วงต้นปี 2566 หลายสำนักวิจัยต่างฟันธงว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะกลับมา Take Off หรือพุ่งทะยานอีกครั้ง หลังจากอั้นมาจากช่วงโควิด แต่ภาพความเป็นจริงกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ตลาดเข้าสู่ภาวะ “ซึมลึก” (Stagflation) ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ลากยาวผ่านช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 และส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor ที่เจาะลึกงบการเงินของ 41 บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำ พบตัวเลขที่สะท้อนความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมของทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ลดลง -1.2% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนลดลงไม่มาก แต่ถ้าคุณมองลึกลงไปในไส้ใน จะพบ “แผลลึก” ที่ซ่อนอยู่
ความน่ากังวลคือ มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่ประสบปัญหารายได้หดตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอสังหา ไม่ได้เอื้อกับทุกคนอีกต่อไป ผู้ที่ปรับตัวช้าหรือมีสายป่านไม่ยาวพอ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มบริษัทระดับกลางถึงเล็กที่รายได้ติดลบในระดับ 20-30% เช่น แอล.พี.เอ็น. (LPN), อีสเทอร์น สตาร์, หรือแม้แต่แบรนด์หรูอย่าง ไรมอน แลนด์ ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่นี้ ศึกช้างชนช้าง: ใครคือเจ้าตลาดที่แท้จริง? ในวิกฤตย่อมมีโอกาส และในตลาดที่หดตัว ก็ยังมี “ฉลาม” ที่ว่ายทวนน้ำได้อย่างแข็งแกร่ง การแข่งขันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ผู้นำ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปีที่ผ่านมาถือว่าดุเดือดเลือดพล่าน โดยเฉพาะในกลุ่ม Top 5 ที่มีการเชือดเฉือนกันด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนสิริ (SANSIRI): ราชันย์แห่งรายได้รวม แสนสิริประกาศศักดาด้วยการกวาดรายได้รวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12% กลยุทธ์สำคัญคือการ Branding ที่แข็งแกร่งและการรุกตลาดลักชัวรี่ (Luxury Segment) ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือน หรือปัญหาการปฏิเสธ สินเชื่อที่อยู่อาศัย มากนัก ทำให้แสนสิริสามารถปิดการขายโครงการราคาสูงได้อย่างต่อเนื่อง เอพี ไทยแลนด์ (AP Thailand): เจ้าแห่งการขาย (Pre-sale & Transfer) แม้รายได้รวมจะพ่ายแสนสิริไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ถ้าพูดถึง “รายได้จากการขาย” (Revenue from Sales) ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ เอพี ไทยแลนด์ คือเบอร์ 1 ตัวจริง ด้วยตัวเลข 36,927 ล้านบาท เอพีพิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Insight) และการกระจายพอร์ตสินค้าทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม คือกุญแจสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำ ศุภาลัย (SUPALAI): เสาหลักที่มั่นคง แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่ศุภาลัยยังคงรักษามาตรฐานการทำกำไรและการบริหารต้นทุนได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยรายได้รวมกว่า 31,818 ล้านบาท ยืนยันสถานะการเป็นหุ้นอสังหาฯ พื้นฐานดีที่นักลงทุนไว้วางใจ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (Land & Houses): ถอยเพื่อรุก? สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ พี่ใหญ่ของวงการ มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญมาก แต่เดี๋ยวก่อน… อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน เพราะนี่อาจเป็นเพียงการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ หรือการชะลอการเปิดตัวโครงการเพื่อรอจังหวะเศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ต้องจับตามองต่อไป ดาวรุ่งพุ่งแรง: ม้ามืดที่วงการต้องจับตามอง นอกจากการขับเคี่ยวของขาใหญ่แล้ว อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ผมต้องพูดถึงคือการเติบโตของ “เซ็นทรัลพัฒนา” (Central Pattana) ในฝั่งที่อยู่อาศัย จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับภาพลักษณ์เจ้าพ่อศูนย์การค้า วันนี้เซ็นทรัลฯ รุกคืบเข้าสู่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างเต็มตัว ตัวเลขรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท ที่เติบโตระเบิดระเบ้อถึง 103% ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการ Synergy ระหว่างโครงการที่อยู่อาศัยกับศูนย์การค้าในเครือ (Mixed-use Development) ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย นี่คือ Business Model ที่น่ากลัวและเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้สำหรับ Developer ดั้งเดิม เจาะลึกความสามารถในการทำกำไร: ใคร “เหลือเก็บ” มากที่สุด? ในฐานะที่ปรึกษา ผมมักย้ำเสมอว่า “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความอยู่รอด” (Revenue is vanity, Profit is sanity) การดูแค่ยอดขายอาจหลอกตาได้ เราต้องมาดูที่บรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) ว่าใครบริหารจัดการเก่งที่สุด ในปี 2566 กำไรสุทธิรวมของทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% ซึ่งสอดคล้องกับภาวะต้นทุนก่อสร้างและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ผู้ชนะในสมรภูมินี้กลับเป็น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่แม้รายได้จากการขายจะตก แต่กลับทำกำไรสุทธิได้สูงสุดถึง 7,495 ล้านบาท เคล็ดลับคืออะไร? คำตอบคือ “การบริหารสินทรัพย์” (Asset Monetization) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือความเหนือชั้นของการเป็น Holding Company ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่การขายบ้านเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักจังหวะในการทำกำไรจากทรัพย์สินที่มี ในขณะที่ ศุภาลัย และ เอพี ยังคงเกาะกลุ่มผู้นำด้านกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Organic Growth) ที่ระดับ 6,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุม Cost of Goods Sold (COGS) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ยอดเยี่ยม
ทิศทางและแนวโน้มตลาดอสังหาฯ ปี 2567 – 2570 จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกข้างต้น เราสามารถถอดบทเรียนเพื่อมองไปข้างหน้าสู่อนาคตของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในอีก 3 ปีข้างหน้าได้ดังนี้: หมดยุค “สร้างมาเดี๋ยวก็ขายได้” ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก Seller’s Market เป็น Buyer’s Market อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้บริโภคมีอำนาจในการต่อรองสูงขึ้น การแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “คุณภาพชีวิต” และ “บริการหลังการขาย” Developer ที่ไม่สามารถส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่า (Value Proposition) จะถูกกลืนหายไปจากตลาด การเงินและความสามารถในการกู้ (Affordability Crisis) ปัจจัยลบเรื่องหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยนโยบายที่ยังทรงตัวในระดับสูง จะยังคงกดดันกำลังซื้อในระดับล่างถึงกลาง (Mass Market) การขอ สินเชื่อบ้าน หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน จะมีความเข้มงวดมากขึ้น ธนาคารจะเลือกปล่อยกู้เฉพาะกลุ่มที่มีเครดิตดีจริง ๆ ดังนั้น Developer จะหันมาจับกลุ่มลูกค้าระดับบน (High Net Worth) มากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีเงินสดและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่า การเติบโตของ Mixed-Use และ Wellness Residence เทรนด์การอยู่อาศัยจะมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ (Wellness) และความสะดวกสบายแบบครบวงจร โครงการที่ตั้งอยู่โดดๆ อาจขายยากขึ้น แต่โครงการที่ผนวกห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรืออาคารสำนักงาน (Mixed-use) จะได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑลตามแนวรถไฟฟ้า บ้านประหยัดพลังงาน (Eco-Living) ด้วยค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นและเทรนด์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่จะมองหาบ้านที่ติดตั้ง Solar Roof, จุดชาร์จ EV Charger และนวัตกรรมบ้านเย็น การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดของผู้ประกอบการ คำแนะนำสำหรับผู้ซื้อและนักลงทุน ท่ามกลางความผันผวนของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากคุณกำลังวางแผนจะซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องทำการบ้านให้หนักกว่าเดิม: เลือกผู้ประกอบการที่ไว้ใจได้: ในยามวิกฤต ความมั่นคงของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ สำคัญมาก หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการทิ้งดาวน์ หรือก่อสร้างไม่เสร็จโดยเลือกแบรนด์ Top 10 ที่มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง มองหา High CPC Opportunity: หากคุณมีความพร้อมทางการเงิน ช่วงนี้เป็น “โอกาสทอง” ของผู้ซื้อ (Buyer’s Market) โปรโมชั่นลด แลก แจก แถม จะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ลองเปรียบเทียบข้อเสนอ สินเชื่อบ้าน จากหลายธนาคารเพื่อหาดอกเบี้ยที่ดีที่สุด หรือพิจารณา รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดภาระผ่อนต่อเดือน Location is King, but Future is Queen: อย่าดูแค่ทำเลปัจจุบัน ให้ดูแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตด้วย ทำเลที่มีรถไฟฟ้าสายสีใหม่ๆ พาดผ่าน หรือมีการขยายตัวของเมือง คือจุดที่มูลค่าทรัพย์สินจะเติบโตได้ดีที่สุด บทสรุป ปี 2566 อาจเป็นปีแห่งความผิดหวังสำหรับหลายคนในวงการ แต่สำหรับนักวิเคราะห์ มันคือปีแห่งการ “คัดกรอง” ธรรมชาติของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังปรับสมดุลครั้งใหญ่ บริษัทที่ปรับตัวได้เร็ว มีสถานะการเงินมั่นคง และเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะได้ไปต่อ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เล่นในสนามนี้ หรือเป็นผู้เฝ้ามองดูเกมอยู่ข้างสนาม การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์อย่างรอบด้านคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจพลิกผัน คุณพร้อมหรือยังที่จะคว้าโอกาสในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้?
หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาฯ หรือต้องการเปรียบเทียบ สินเชื่อบ้าน โปรโมชั่นพิเศษจากโครงการชั้นนำ อย่ารอให้โอกาสหลุดลอยไป เริ่มต้นวางแผนอนาคตที่อยู่อาศัยของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่งคั่งและความมั่นคงที่ยั่งยืนในวันข้างหน้า.
Previous Post

D0202134 โดนเล ยงมาแบบเอาใจ องให เร ยนร บความล าบาก part2

Next Post

D0202136 อย ามาด กคนแก เด ยวจะได แพ แบบไม นด part2

Next Post

D0202136 อย ามาด กคนแก เด ยวจะได แพ แบบไม นด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.