• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202127 เก ดอ กก ชาต งจะได แม สาาม ขนาดน part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202127 เก ดอ กก ชาต งจะได แม สาาม ขนาดน part2
ผ่ากลยุทธ์อสังหาฯ ไทย: บทสรุปสงครามแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และทิศทางอนาคตสู่ปี 2026 ในโลกของการลงทุนและการทำธุรกิจ ไม่มีอะไรจะสอนเราได้ดีไปกว่าประวัติศาสตร์และตัวเลขผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง หากใครที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานนับทศวรรษจะทราบดีว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ของประเทศไทยนั้นเปรียบเสมือนชีพจรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดเส้นหนึ่ง ปี 2566 ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ปีแห่งความผิดหวังธรรมดา แต่มันคือปีแห่ง “การคัดเลือกสายพันธุ์” (Natural Selection) ของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง จากความหวังที่เคยวาดฝันไว้ในปี 2565 ว่ากราฟธุรกิจจะทะยานขึ้นแบบ Take off กลับกลายเป็นว่าเครื่องยนต์ดับกลางอากาศจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง และมาตรการเข้มงวดของสถาบันการเงิน แม้แต่ช่วง High Season ในไตรมาส 4 ที่มักจะเป็นนาทีทองของการโอนกรรมสิทธิ์ ก็ยังเงียบเหงาจนน่าใจหาย ส่งผลกระทบต่อเนื่องลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะที่ผมอยู่ในแวดวงนี้มากว่า 10 ปี วันนี้ผมจะพาเจาะลึกข้อมูลจาก Property Mentor ที่ได้ X-Ray บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มาวิเคราะห์ให้เห็นไส้ในว่า ใครคือ “ของจริง” และใครที่กำลัง “อาการหนัก” เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในยุคนี้ ภาพรวมความผันผวน: เมื่อรายได้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร หากเรากางงบการเงินรวมของทั้ง 41 บริษัทออกมาดู จะพบเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 371,560 ล้านบาท ดูเหมือนมหาศาล แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้กลับติดลบ -1.2% สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัทที่เผชิญกับภาวะรายได้หดตัว นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงสำหรับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ การที่บริษัทระดับกลางถึงระดับเล็กอย่าง แอล.พี.เอ็น. (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ หรือ คันทรี่ กรุ๊ป มีรายได้ดิ่งลงกว่า 28% สะท้อนให้เห็นว่า “ตลาดแมส” (Mass Market) หรือกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาประหยัด กำลังเผชิญวิกฤตกำลังซื้ออย่างรุนแรง ปัญหาหนี้เสีย (NPLs) และการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) กลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นระหว่างคนอยากมีบ้านกับผู้ขาย แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” (LH) พี่ใหญ่ที่ใครๆ ก็เกรงขาม ยังเจ็บตัวด้วยรายได้รวมที่หายไปถึง 18% หรือแม้แต่แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง ศุภาลัย และ พฤกษา โฮลดิ้ง ก็ไม่อาจต้านทานกระแสลมแรงนี้ได้ ศึกชิงบัลลังก์รายได้: แสนสิริ vs เอพี ไทยแลนด์ ไฮไลท์สำคัญของปีที่ผ่านมา คือการขับเคี่ยวกันระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ในปี 2566 มงกุฎราชารายได้รวมตกเป็นของ “แสนสิริ” ที่กวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลายถึง 39,082 ล้านบาท เติบโตสวนกระแสถึง 12% เฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “เอพี (ไทยแลนด์)” ไปแบบเฉียดฉิวเพียงหลักร้อยล้านบาท (เอพีทำได้ 38,399 ล้านบาท) กลยุทธ์ที่ทำให้แสนสิริผงาดขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการอ่านเกมขาดในเรื่อง “Brand Branding” และการเจาะกลุ่มตลาดลักชัวรี่ (Luxury Segment) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า รวมถึงการรุกหนักในตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองและหัวเมืองท่องเที่ยว ซึ่งดึงดูดกำลังซื้อจากต่างชาติได้ดี ในขณะที่อันดับ 3 อย่าง ศุภาลัย แม้จะตามมาห่างๆ ที่ 3 หมื่นล้านต้นๆ แต่ก็ยังรักษามาตรฐานการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีเยี่ยม ส่วนกลุ่ม Top 10 ที่เหลืออย่าง เอสซี แอสเสท (SC Asset), ยูนิเวนเจอร์, เฟรเซอร์ส และ ออริจิ้น ต่างก็ต้องปรับกระบวนท่ากันขนานใหญ่เพื่อประคองตัวในสภาวะที่ยากลำบาก เจาะลึก “รายได้จากการขาย”: เนื้อแท้ของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในมุมมองของนักวิเคราะห์ หากต้องการดูศักยภาพในการพัฒนาโครงการจริงๆ เราต้องตัดรายได้อื่นทิ้งและโฟกัสที่ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) เพียงอย่างเดียว เมื่อกรองข้อมูลออกมา จะพบความจริงที่น่ากังวลยิ่งขึ้น รายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัทลดลงถึง -11% เหลือเพียง 2.68 แสนล้านบาท และมีบริษัทถึง 30 แห่งที่ยอดขายตก! เอพี (ไทยแลนด์) พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็น “King of Sales” ตัวจริง ด้วยการทำรายได้จากการขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริในหมวดนี้ได้สำเร็จ นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าพอร์ตโฟลิโอสินค้าแนวราบ (บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม) ของเอพีนั้นแข็งแกร่งและตอบโจทย์ Real Demand หรือผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากที่สุดในตลาด สิ่งที่น่าจับตามองคือ เอสซี แอสเสท (SC Asset) ที่สามารถทำยอดขายเติบโตได้ถึง 13% ทะลุ 2.3 หมื่นล้านบาท ก้าวขึ้นมาเป็น Top 5 ได้อย่างสง่างาม ความสำเร็จนี้มาจากจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่อง “บ้านหรู” แบรนด์แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กลายเป็นสินค้าที่เศรษฐีไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด ในทางกลับกัน ยักษ์ใหญ่ที่เคยเป็นเจ้าตลาดบ้านจัดสรรอย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ กลับมียอดขายจากการขายโครงการลดลงอย่างน่าใจหายถึง -38% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายภายใน หรือการที่สินค้าคงเหลือ (Inventory) ในทำเลศักยภาพเริ่มลดน้อยลง เซ็นทรัลพัฒนา: ม้ามืดที่น่ากลัวที่สุด หากจะพูดถึงดาวรุ่งพุ่งแรงที่ทำเอาเจ้าตลาดเดิมต้องเหลียวหลัง คงหนีไม่พ้น “เซ็นทรัลพัฒนา” (CPN) ที่เดิมทีเราคุ้นเคยในฐานะเจ้าของศูนย์การค้า แต่ปี 2566 CPN ได้ประกาศศักดาใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างเต็มตัว ด้วยกลยุทธ์ “Mixed-use Development” ที่ผสานโครงการคอนโดมิเนียมติดห้างสรรพสินค้า ทำให้ CPN กวาดรายได้จากการขายไปถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตระเบิดระเบ้อถึง 103% นี่คือโมเดลธุรกิจแห่งอนาคตที่ใช้ Traffic จากห้างมาเปลี่ยนเป็นลูกค้าโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งคู่แข่งรายอื่นยากจะเลียนแบบได้
บรรทัดสุดท้าย: กำไรสุทธิ คือความจริงที่เจ็บปวด คนขายดีอาจไม่ใช่คนรวยเสมอไป วลีนี้ใช้ได้จริงในโลกธุรกิจ ปี 2566 กำไรสุทธิรวมของทั้งอุตสาหกรรมลดลง -11% เหลือ 4.4 หมื่นล้านบาท และมีบริษัทขาดทุนถึง 12 แห่ง แต่ท่ามกลางวิกฤต ยังมีเศรษฐีที่นั่งนับเงินอย่างสบายใจ นั่นคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แม้ยอดขายบ้านจะตก แต่กำไรสุทธิกลับยืนหนึ่งที่ 7,495 ล้านบาท! หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่ “การบริหารพอร์ตการลงทุน” (Asset Monetization) แลนด์แอนด์เฮ้าส์ไม่ได้เป็นแค่ผู้สร้างบ้านขาย แต่เป็นนักลงทุนชั้นเซียน ปีที่ผ่านมามีการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน REIT ฟันกำไรพิเศษไปกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือกลยุทธ์ “Recurring Income” และการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่ทำให้ LH ยังคงเป็นหุ้นปันผลขวัญใจมหาชน ส่วน ศุภาลัย และ เอพี ยังคงรักษาฟอร์มการทำกำไรในระดับ 6 พันล้านบาทได้อย่างเหนียวแน่น สะท้อนถึงการบริหาร Cost Control ที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ แสนสิริ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยกำไรที่โตกระโดด 42% แตะ 5,846 ล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันว่าการ Rebranding และเจาะตลาดบนคือทางออกที่ถูกต้อง ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ส่องกล้องมองปี 2026 จากข้อมูลปี 2566 ส่งไม้ต่อมายังปัจจุบันและอนาคต เราเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไทยกำลังเปลี่ยนโครงสร้างไปตลอดกาล ยุคของ “บ้านลักชัวรี่” และ “ซูเปอร์ลักชัวรี่”: ตลาดระดับล่างถึงกลางล่างจะยังคงซบเซาจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ผู้ประกอบการจะเทน้ำหนักไปที่ตลาดบ้านหรู ราคา 20-50 ล้านบาทขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงและไม่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ Pet Friendly คือมาตรฐานใหม่: ไม่ใช่แค่กิมมิคการตลาดอีกต่อไป แต่โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรยุคใหม่ต้องรองรับการเลี้ยงสัตว์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และสังคมคนโสด (Single Society) Green & Sustainability: บ้านประหยัดพลังงาน Solar Roof และจุดชาร์จ EV Charger จะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “สิ่งที่ต้องมี” (Must Have) เพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ทำเลศักยภาพใหม่: การขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สายสีชมพู และสายสีส้ม จะเปิดหน้าดินใหม่ๆ ให้เกิดการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮมในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ชานเมืองกรุงเทพฯ จะกลายเป็นสมรภูมิเดือดรอบใหม่ บทสรุปสำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อ ปี 2566 คือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้รู้ว่า ใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีคำว่า “เสือนอนกิน” อีกต่อไป บริษัทที่ปรับตัวได้เร็ว มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง และกระจายความเสี่ยงได้ดีเท่านั้นที่จะอยู่รอด สำหรับผู้บริโภค ช่วงเวลานี้คือ “ตลาดของผู้ซื้อ” (Buyer’s Market) อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่และบ้านสต็อกเดิม ผู้ประกอบการต่างงัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อระบายของ หากคุณมีความพร้อมทางการเงิน เครดิตบูโรดี นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการช้อนซื้อของดีราคาถูก แต่หากคุณคือนักลงทุน การเลือกหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ต้องมองให้ลึกกว่ายอดขาย ต้องดู Recurring Income ดู Backlog (ยอดรอโอน) และดูวิสัยทัศน์ในการปรับตัวสู่เทรนด์ใหม่ๆ อย่าง Wellness Residence หรือ Mixed-use โลกการลงทุนไม่เคยหยุดนิ่ง และ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ก็เช่นกัน หากคุณไม่อยากพลาดโอกาสทองในการลงทุน หรือกำลังมองหาบ้านในฝันที่คุ้มค่าที่สุดในรอบทศวรรษ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
หากคุณต้องการคำปรึกษาเจาะลึกเรื่องทำเลทอง หรือวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนอสังหาฯ แบบส่วนตัว คลิกด้านล่างเพื่อพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที!
Previous Post

D0202126 สะไภ ในตำนาน ระรานไปถ งแม สาม part2

Next Post

D0202128 คำส ญญาในว ยเด part2

Next Post

D0202128 คำส ญญาในว ยเด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.