• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202119 สาม ทำด ดว หร อท ทำไปเพราะม อะไรแอบแฝง ตอนท (1) part2

admin79 by admin79
February 3, 2026
in Uncategorized
0
D0202119 สาม ทำด ดว หร อท ทำไปเพราะม อะไรแอบแฝง ตอนท (1) part2
เจาะลึกทิศทาง “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” สู่ปี 2569: บทวิเคราะห์จากงบการเงินและผู้ชนะตัวจริงในสนามรบแสนล้าน ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาฯ มากว่าหนึ่งทศวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาวตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งมาจนถึงยุค Digital Disruption ผมกล้าพูดได้เลยว่า วัฏจักรของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทยนั้นมีความซับซ้อนและเปราะบางมากกว่าที่ตาเห็น โดยเฉพาะเมื่อเรามองย้อนกลับไปดูรากฐานสำคัญในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งถือเป็น “จุดเปลี่ยน” (Turning Point) ครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงเทรนด์ปี 2569 นี้ หากนักลงทุนหรือผู้บริโภคท่านใดที่กำลังมองหาลู่ทางในการ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือวางแผนจะ กู้ซื้อบ้าน ในทำเลศักยภาพอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การทำความเข้าใจ “ไส้ใน” ของผลประกอบการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จะเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้ท่านไม่หลงทางในมรสุมเศรษฐกิจ บทความนี้ผมจะพาไปผ่าตัดโครงสร้างรายได้ กำไร และกลยุทธ์ของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อค้นหาว่าใครคือ “ของจริง” ในสมรภูมินี้ ภาพรวมตลาด: เมื่อ Momentum ไม่ทำงาน และความจริงที่เจ็บปวด ย้อนกลับไปดูข้อมูลเชิงลึกที่ Property Mentor ได้รวบรวมจาก 41 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เราเห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ปี 2566 ไม่ใช่ปีแห่งการ “Take Off” อย่างที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้ สภาวะตลาดเข้าสู่โหมด “Stagnation” หรือภาวะชะลอตัวอย่างหนักหน่วง ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ลากยาวไปจนถึงไตรมาส 4 ซึ่งปกติควรจะเป็นช่วง High Season หรือนาทีทองของการโอนกรรมสิทธิ์ แต่กลับกลายเป็นความเงียบงัน และส่งผลกระทบลูกโซ่มายังความเชื่อมั่นในปีถัดมา ตัวเลขรายได้รวมของทั้ง 41 บริษัทใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปิดจบที่ 371,560 ล้านบาท ดูเผินๆ อาจเห็นว่าลดลงเพียง -1.2% จากปีก่อนหน้า แต่ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมอยากให้มองลึกลงไปในรายละเอียด เพราะ “ค่าเฉลี่ย” มักจะลวงตาเสมอ ความจริงคือ มีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัท ที่ประสบปัญหารายได้ถดถอย ตัวเลขติดลบในระดับ 20% ขึ้นไปไม่ใช่เรื่องล้อเล่นสำหรับบริษัทมหาชน แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ และ คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ต้องเผชิญกับตัวเลขติดลบราว -28% ขณะที่ผู้เล่นในตลาดลักชัวรี่อย่าง ไรมอน แลนด์ ก็เจ็บหนักไม่แพ้กันที่ -26%
แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” (LH) พี่ใหญ่ของวงการ ก็ยังได้รับแรงกระแทก รายได้รวมหายไปถึง 18% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในสภาวะที่เศรษฐกิจมหภาคไม่เอื้ออำนวย ดอกเบี้ยขาขึ้น และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง แม้แต่แบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่อาจต้านทานกระแสลมแรงได้ทั้งหมด สงครามชิงบัลลังก์รายได้: แสนสิริ vs เอพี (ไทยแลนด์) ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส และในทุกสมรภูมิย่อมมีผู้ชนะ หากเราวัดกันที่ “รายได้รวม” (Total Revenue) ปี 2566 คือปีทองของ แสนสิริ (SIRI) อย่างแท้จริง ด้วยตัวเลข 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% ท่ามกลางตลาดสีแดงเดือด กลยุทธ์การรุกตลาด Luxury และ Super Luxury รวมถึงการทำแบรนดิ้งที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ทำให้แสนสิริเฉือนชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) ไปได้อย่างเฉียดฉิว โดย AP ทำได้ 38,399 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การดูเพียงบรรทัดสุดท้ายของรายได้รวมอาจยังไม่ตอบโจทย์นักลงทุนที่เน้น หุ้นอสังหา หรือผู้ที่ต้องการวิเคราะห์สุขภาพธุรกิจจริงๆ เพราะรายได้รวมอาจประกอบด้วย รายได้จากการขายที่ดิน รายได้ค่าเช่า หรือกำไรพิเศษ เจาะลึก Core Business: ใครคือนักขายมือทองตัวจริง? ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมให้ความสำคัญกับ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) มากกว่ารายได้รวม เพราะนี่คือเครื่องชี้วัด Demand ที่แท้จริง และความสามารถในการระบายสต็อกสินค้า (Inventory) ของบริษัท เมื่อเราเปลี่ยนเกณฑ์วัดมาเป็นรายได้จากการขาย เอพี (ไทยแลนด์) กลับมาทวงบัลลังก์คืนได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยยอดขาย 36,927 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย -2% แต่ก็ยังเหนือกว่า แสนสิริ ที่ทำได้ 32,829 ล้านบาท (ซึ่งเติบโต 7%) จุดนี้แสดงให้เห็นว่า Portfolio สินค้าแนวราบของ AP ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว ยังคงเป็น “Cash Cow” ที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม อันดับ 3 ที่ตามมาอย่างเหนียวแน่นคือ ศุภาลัย ด้วยยอดขาย 30,836 ล้านบาท จุดเด่นของศุภาลัยคือการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม และการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดต่างจังหวัด ซึ่งช่วยพยุงพอร์ตในวันที่กรุงเทพฯ หนาแน่นเกินไป สิ่งที่น่าจับตามองและถือเป็น Case Study สำคัญสำหรับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในยุค 2026 คือการเติบโตของ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) แม้จะเป็นหน้าใหม่ในฝั่งที่อยู่อาศัย แต่ด้วยความได้เปรียบของการมีศูนย์การค้าเป็นแม่เหล็ก (Mixed-use Synergy) ทำให้รายได้จากการขายก้าวกระโดดถึง 103% แตะ 5,835 ล้านบาท นี่คือโมเดลธุรกิจที่ผสาน Retail เข้ากับ Residence ได้อย่างลงตัวที่สุด และเป็นเทรนด์ที่ Developer รายอื่นต้องเร่งปรับตัวตาม Profit is King: กำไรสุทธิ คือบทสรุปของทุกสิ่ง ในโลกทุนนิยม “ยอดขายคือความภูมิใจ แต่กำไรคือความจริง” (Sales are vanity, profit is sanity) คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้เสมอใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่แชมป์กำไรสุทธิยังคงตกเป็นของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่กวาดไป 7,495 ล้านบาท คำถามคือ ทำไม? คำตอบอยู่ที่ “ความฉลาดทางการเงิน” และโครงสร้างธุรกิจที่มี Recurring Income แข็งแกร่ง กำไรส่วนหนึ่งมาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนรวม (REITs) มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือกลยุทธ์ Asset Rotation ที่เหนือชั้น ทำให้ LH ลอยตัวเหนือคู่แข่งในแง่ของผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ในขณะที่ ศุภาลัย และ เอพี (ไทยแลนด์) ขับเคี่ยวกันที่กำไรระดับ 6,000 ล้านบาท สิ่งที่น่าประทับใจคือ แสนสิริ ที่ทำกำไรสุทธิเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 42% ที่ 5,846 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการปรับพอร์ตมาเน้นบ้านหรูที่มี Margin สูง เป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องและถูกเวลา วิเคราะห์ปัจจัยลบและกับดักที่ต้องระวัง แม้จะมีผู้ชนะ แต่ภาพรวมของทั้ง 41 บริษัท กำไรสุทธิรวมลดลง -11% เหลือเพียง 44,165 ล้านบาท และมีถึง 12 บริษัทที่ขาดทุน สิ่งนี้บอกอะไรเรา? กับดักหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ย: การปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของธนาคารที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ยอดจอง (Presale) ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นยอดโอน (Transfer) ได้จริง ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนจม สงครามราคา (Price War): การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง หรือทำเลที่มี Supply ล้น ทำให้ต้องหั่นกำไรเพื่อระบายของ
ต้นทุนการเงิน: บริษัทที่มี D/E Ratio สูง จะเหนื่อยหนักกับการหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ แนวโน้มและกลยุทธ์สู่ปี 2569: ปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด จากฐานข้อมูลปี 2566-2567 สู่บริบทของปี 2569 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง หากคุณคือนักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาบ้าน นี่คือเทรนด์ที่คุณต้องรู้: Green & Sustainability ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด ผู้บริโภคยุคใหม่ และสถาบันการเงิน ให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance) โครงการบ้านยุคใหม่ต้องมี Solar Roof, รองรับ EV Charger และใช้วัสดุประหยัดพลังงาน การขอ สินเชื่อบ้าน สำหรับบ้านประหยัดพลังงาน (Green Loan) จะได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ Developer ที่ไม่ปรับตัวตรงนี้ จะถูกตัดออกจากตลาด High-end ทันที Wellness Residence คือ New S-Curve สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในไทยมาเร็วกว่าที่คิด โครงการที่ผนวกบริการทางการแพทย์ หรือออกแบบเพื่อ Universal Design จะดึงดูดกำลังซื้อที่มีศักยภาพสูง เหมือนที่กลุ่มพฤกษา และ MQDC กำลังพยายามทำ การลงทุนในคอนโดกลุ่มนี้มีโอกาสสร้าง Yield จากการปล่อยเช่าได้สูงกว่าคอนโดทั่วไป ทำเลศักยภาพใหม่ (New Prime Areas) ในขณะที่สุขุมวิทและสีลมหนาแน่นจนราคาแตะเพดาน การขยายตัวของเมืองไปยังโซนกรุงเทพกรีฑา, บางนา-ตราด (EEC Gateway) และทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง กลายเป็นบ่อทองใหม่ ราคาที่ดินในโซนเหล่านี้ยังมี Upside ให้เล่น และเหมาะสำหรับการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับ Luxury Pet-Friendly คือมาตรฐานใหม่ เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนลูก ทำให้คอนโดมิเนียมที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) มีราคาขายต่อ (Resale Value) และค่าเช่าสูงกว่าโครงการปกติ 15-20% นี่คือ Niche Market ที่กลายเป็น Mass Market ไปแล้วในปัจจุบัน คำแนะนำสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน สำหรับท่านที่วางแผนจะซื้อที่อยู่อาศัย หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ช่วงเวลานี้คือจังหวะที่ต้อง “เลือกอย่างชาญฉลาด” ผู้ซื้ออยู่เอง (Real Demand): มองหา Developer Top 5-10 ที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่ง (ดูจาก Net Profit Margin) เพื่อลดความเสี่ยงในการทิ้งงานก่อสร้าง และบริการหลังการขายที่ไม่ได้มาตรฐาน นักลงทุน (Investors): ให้ระวังการเก็งกำไรในคอนโดระดับล่าง-กลาง (Low-Mid End) เนื่องจาก Supply ยังคงล้นตลาด ให้มองหาหุ้นอสังหาฯ ที่มี Recurring Income สูง เช่น LH หรือ CPN หรือลงทุนในโครงการ Mixed-use ที่มี Traffic หนาแน่นจริง บทสรุป: ใครคือผู้รอดชีวิตที่แท้จริง? บทเรียนจากตัวเลขผลประกอบการบอกเราว่า ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน “ความใหญ่” ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ แต่ “ความยืดหยุ่น” (Agility) และ “วินัยทางการเงิน” ต่างหากคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ผู้ชนะใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยุค 2569 ไม่ใช่แค่คนที่สร้างบ้านได้สวยที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บริหาร Cash Flow ได้แม่นยำ และกล้าที่จะ Diversify รายได้ไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การขายขาด ตลาดอสังหาฯ ไทยยังคงมีเสน่ห์และโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็น แต่ก็เต็มไปด้วยหลุมพรางสำหรับผู้ที่ประมาท ข้อมูลคืออาวุธที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ การติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่นเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของการลงทุน
คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอสังหาริมทรัพย์? หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านการลงทุน หรือต้องการวิเคราะห์เจาะลึกสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคุณ คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาฟรีจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เริ่มต้นวางแผนอนาคตที่มั่นคงของคุณวันนี้!
Previous Post

D0202118 สาม ทำด ดว หร อท ทำไปเพราะม อะไรแอบแฝง ตอนท part2

Next Post

D0202120 ดถ งคนบนฟ part2

Next Post

D0202120 ดถ งคนบนฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.