• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202036 Oh My Boss ลงท นร เมน เล #ห วม าลาย part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202036 Oh My Boss ลงท นร เมน เล #ห วม าลาย part2

อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: แข่งขันเดือด กลยุทธ์พลิกเกม สู่การยืนหยัดในตลาดที่ท้าทาย

ในฐานะนักวิเคราะห์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของตลาดมาไม่น้อย แต่ปี 2566 ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง สภาพการณ์ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะคึกคักต่อเนื่องจากโมเมนตัมของปี 2565 กลับกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ การเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงได้สร้างแรงกดดันให้กับภาคธุรกิจ ก่อนที่จะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ฤดูกาลซื้อขายที่ปกติจะคึกคักที่สุดในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง และภาพรวมที่ส่งต่อมายังต้นปี 2567 ก็ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

Property Mentor ในฐานะผู้ติดตามข้อมูลเชิงลึก ได้รวบรวมข้อมูลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2566 และค้นหา “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในสมรภูมิแห่งนี้

ภาพรวมรายได้ปี 2566: การปรับฐานครั้งใหญ่ของรายได้รวม

ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท คิดเป็นการหดตัวประมาณ 1.2% อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มีถึง 25 จาก 41 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่กระจายตัวไปในวงกว้าง

บริษัทที่เผชิญกับการลดลงของรายได้ในระดับที่น่ากังวล ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงถึง 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งล้วนติดลบในระดับใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็มีรายได้ลดลง 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่บริษัทใหญ่ที่เป็นเสาหลักของวงการอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังได้รับผลกระทบ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุด 5 บริษัทกลับมีรายได้ลดลงจากปีก่อนหน้า นอกจาก LH แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงไม่ถึง 1% แต่ก็ยังอยู่ในแดนลบ, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4%

การแข่งขันด้านรายได้รวม 10 อันดับสูงสุด: แสนสิริผงาด คว้าชัยเหนือ AP (Thailand)

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 แสนสิริ (SIRI) สามารถทำรายได้ไปถึง 39,082 ล้านบาท เฉือนเอาชนะ AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ 38,399 ล้านบาท ไปอย่างสูสี ในอันดับที่ 3 คือ ศุภาลัย (SPALI) ด้วยรายได้ 31,818 ล้านบาท ตามมาด้วย Land and Houses (LH) ในอันดับที่ 4 ด้วยรายได้ 30,170 ล้านบาท และ Pruksa Holding (PPH) ในอันดับที่ 5 ด้วยรายได้ 26,132 ล้านบาท

อันดับที่ 6 ได้แก่ SC Asset Corporation (SC) ด้วยรายได้ 24,487 ล้านบาท, อันดับ 7 คือ U City (U) (เดิมคือ Univentures) ด้วยรายได้ 17,672 ล้านบาท, อันดับ 8 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้ 16,169 ล้านบาท, อันดับ 9 คือ Origin Property (ORI) ด้วยรายได้ 15,157 ล้านบาท และอันดับ 10 คือ Singha Estate (S) ด้วยรายได้ 15,066 ล้านบาท

เจาะลึก “รายได้จากการขาย”: ตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนกำลังซื้อที่แท้จริง

การวิเคราะห์รายได้รวมอาจไม่สามารถสะท้อนภาพที่สมบูรณ์ได้ทั้งหมด เนื่องจากบางบริษัทอาจมีรายได้จากธุรกิจอื่นเข้ามาเสริม แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะ “รายได้จากการขาย” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการขายและการตอบรับของตลาดที่มีต่อโครงการที่อยู่อาศัยโดยตรง เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

สำหรับทั้ง 41 บริษัท รายได้จากการขายรวมในปี 2566 อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่เผชิญกับรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างรุนแรง เช่น Raimon Land (RML) ที่ติดลบถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) เกือบ 40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และที่น่าจับตาคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุดถึง 8 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

AP (Thailand) ผงาดผู้นำรายได้จากการขาย: ยุทธศาสตร์การตลาดที่แข็งแกร่ง

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 AP (Thailand) (AP) กลับขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยรายได้จากการขาย 36,927 ล้านบาท แซงหน้าแสนสิริ (SIRI) ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้วยรายได้ 32,829 ล้านบาท แต่แสนสิริเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่สามารถทำรายได้จากการขายเติบโตถึง 7% อันดับ 3 คือ ศุภาลัย (SPALI) ที่ยังคงรักษาตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่นด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท SC Asset Corporation (SC) ก้าวขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จในอันดับที่ 4 ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และยังเป็นอีกบริษัทที่เติบโตในแดนบวกถึง 13% Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยรายได้จากการขาย 22,357 ล้านบาท

แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงมาก Land and Houses (LH) ยังคงรักษาตำแหน่งใน Top 10 ไว้ได้ในอันดับที่ 6 ด้วยรายได้ 18,966 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) อยู่ในอันดับที่ 7 ด้วยรายได้ 10,019 ล้านบาท Origin Property (ORI) แม้รายได้จากการขายจะลดลง 24% ก็ยังคงเกาะกลุ่มใน Top 10 ด้วยรายได้ 8,840 ล้านบาท Quality House (QH) มาเงียบๆ แต่มีผลงานที่สม่ำเสมอในอันดับที่ 9 ด้วยรายได้ 7,619 ล้านบาท และ Property Perfect (PF) อยู่ในอันดับที่ 10 ด้วยรายได้ 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่โดดเด่นและน่าจับตามองคือ Central Pattana (CPN) ซึ่งเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN มีรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 2,870 ล้านบาท

บทสรุปของ “กำไรสุทธิ”: เกณฑ์วัดความสำเร็จที่แท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าบริษัทใดจะสามารถทำยอดขายได้สูงเพียงใด หากมีอัตรากำไรที่ต่ำ ก็ย่อมไม่ถือเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” ปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งมีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 49,602 ล้านบาท โดยมีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ และกว่า 20 บริษัทมีกำไรลดลงจากปีก่อนหน้า

Land and Houses ผงาดผู้นำกำไรสุทธิ: กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและสินทรัพย์

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566 Land and Houses (LH) ยังคงครองตำแหน่งแชมป์เก่า ด้วยกำไรสุทธิ 7,495 ล้านบาท แม้รายได้จะลดลงมาก แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LH มีกำไรสูงในครั้งนี้ มาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน ซึ่งสร้างกำไรพิเศษกว่า 2,500 ล้านบาท หากไม่นับปัจจัยพิเศษนี้ อันดับ 2 คือ Supalai (SPALI) ที่ทำกำไรไป 6,083 ล้านบาท เฉือน AP (Thailand) (AP) ที่ทำกำไร 6,054 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด อันดับ 4 คือ แสนสิริ (SIRI) ที่ทำกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 42% Origin Property (ORI) อยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้จะลดลง 25% จากปีก่อนก็ตาม

SC Asset Corporation (SC) อยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท เฉือน Quality House (QH) ที่มีกำไร 2,503 ล้านบาท ไปเพียงเล็กน้อย Pruksa Holding (PPH) อยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท Frasers Property (Thailand) (FPT) อยู่ในอันดับที่ 9 ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท และ Central Pattana (CPN) อยู่ในอันดับที่ 10 ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (เป็นการประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญและโอกาสที่ซ่อนเร้น

ข้อมูลผลประกอบการของ 41 บริษัทที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ สะท้อนให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2566 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายอย่างแท้จริง แนวโน้มในปี 2567 ก็ยังคงคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากไม่แพ้กัน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมมองว่าปี 2567 จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการต้องงัดกลยุทธ์ที่เหนือชั้นออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโมเดลธุรกิจให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การให้ความสำคัญกับโครงการที่มีศักยภาพและสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาโครงการและการตลาด

การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม บ้านเดี่ยว กรุงเทพ และ คอนโดมิเนียม ราคาเหมาะสม ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่สามารถเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านทำเล คุณภาพ และราคา รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในช่วงภาวะตลาดที่ท้าทายเช่นนี้ การศึกษาข้อมูลเชิงลึก การวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค และการประเมินศักยภาพของแต่ละบริษัทอย่างรอบคอบ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ไทย อาจซ่อนตัวอยู่ในบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยในภาวะปัจจุบัน หรือกำลังมองหา โครงการบ้านใหม่ กรุงเทพ ที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโต อย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อพูดคุยและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่พร้อมจะพาคุณไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด

Previous Post

D0202035 กไม กด ไว เปล องข าวส part2

Next Post

D0202037 คนกวาดขยะอยากก นหร แต ไม สภาพการแต งกายของต วเอ part2

Next Post
D0202037 คนกวาดขยะอยากก นหร แต ไม สภาพการแต งกายของต วเอ part2

D0202037 คนกวาดขยะอยากก นหร แต ไม สภาพการแต งกายของต วเอ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.