• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0202006 ใช ายจนเก นต เพราะเอาแต วเมาก เลส part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D0202006 ใช ายจนเก นต เพราะเอาแต วเมาก เลส part2

อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย 2567: เจาะลึกผลประกอบการปี 2566 เผยกลยุทธ์ทัพใหญ่รับมือตลาดขาลง

สวัสดีครับ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ยินดีนำพาท่านผู้อ่านทุกท่านดำดิ่งสู่การวิเคราะห์เชิงลึกถึงภาพรวมผลประกอบการของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 ซึ่งถือเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างแท้จริง บทวิเคราะห์นี้จะนำเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่คือการสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว กลยุทธ์ที่ใช้ และการวางรากฐานสู่อนาคตของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ เพื่อให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและสามารถตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด

ปี 2566: ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย – ปีแห่งการชะลอตัวที่ต้องจับตา

เริ่มต้นปี 2566 ด้วยความคาดหวังที่ว่า โมเมนตัมเชิงบวกจากปี 2565 ที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว จะสามารถขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง เมื่อตลาดกลับเข้าสู่โหมดชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานี้ก็ยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ที่มักจะเป็นช่วงเวลาทองของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังไม่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567 ทำให้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีที่ผ่านมาและช่วงต้นปีใหม่นี้ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่มองเห็นได้ชัดเจน

เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละบริษัท Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวนทั้งสิ้น 41 บริษัท เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 ว่าบริษัทใดสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ที่ผันผวนนี้

รายได้รวม 41 บริษัทอสังหาริมทรัพย์: สัญญาณเตือนจากตัวเลข

ในภาพรวม บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันกว่า 371,560 ล้านบาทในปี 2566 แม้ตัวเลขนี้จะลดลงเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แต่หากเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงแรงกดดันในตลาดที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

บริษัทที่ประสบปัญหาอย่างหนัก โดยมีรายได้รวมติดลบในระดับ 20% ขึ้นไป ได้แก่ L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงประมาณ -28% นอกจากนี้ ยังมี Raimon Land (RML) ที่รายได้รวมติดลบถึง -26%, Lalin Property (LALIN) ที่ -23%, Major Development (MD) ที่ -22% และ Siamese Asset (SA) ที่ -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกพ้นชะตากรรมรายได้รวมที่ติดลบถึง -18% และที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) ที่ -10%, Pruksa Holding (PSH) ที่ -9% และ Origin Property (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ -4%

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้รวมสูงสุด ปี 2566: ใครคือผู้นำ?

เมื่อพิจารณา 10 อันดับแรกในแง่รายได้รวมในปี 2566 พบว่า:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Univentures (UV): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

การวัดผลลัพธ์ที่แท้จริง: รายได้จากการขาย – ตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม การวัดผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง ควรพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมของบางบริษัทอาจได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแหล่งรายได้อื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก หรือที่เรียกว่า “รายได้อื่น” ซึ่งอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เมื่อเราเจาะลึกเฉพาะรายได้จากการขาย โฉมหน้าของ 10 อันดับแรกย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

ในภาพรวม 41 บริษัท สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และน่ากังวลยิ่งกว่าคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปี 2565

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในส่วนของรายได้จากการขาย ได้แก่ Raimon Land (RML) ซึ่งมีรายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) รายได้ขายลดลงเกือบ -40% ที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่บริษัทที่ครองอันดับ 1 ในแง่รายได้รวมอย่าง AP (Thailand) (AP) ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ไม่เพียงแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ในกลุ่ม 10 บริษัทที่ทำรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้จากการขายสูงสุด ปี 2566: ความแข็งแกร่งที่แท้จริง

สำหรับ 10 อันดับแรกในส่วนของรายได้จากการขายในปี 2566 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำตลาดและปิดการขายได้อย่างแท้จริง ประกอบด้วย:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท (เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่มีรายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7%)
Sansiri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PSH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (รายได้ลดลง -24% แต่ยังคงรักษาตำแหน่งได้)
Quality Houses (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่น่าจับตามองอย่าง Central Pattana (CPN) ที่ได้เริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 CPN สามารถสร้างรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า กลยุทธ์การพัฒนาที่ดินและการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าบริษัทจะสามารถสร้างรายได้ได้มากน้อยเพียงใด หากท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถทำกำไรเข้ากระเป๋าได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็ย่อมไม่ใช่ “ผู้ชนะที่แท้จริง” ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 49,602 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีผลกำไรลดลงจากปี 2565

10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์กำไรสูงสุด ปี 2566: ใครคือเจ้าแห่งการทำกำไร?

การพิจารณาจากกำไรสุทธิ ยิ่งทำให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างบริษัทที่แข็งแกร่งและบริษัทที่กำลังเผชิญความท้าทาย

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (แม้รายได้รวมลดลง แต่มีกำไรพิเศษ 2,500 ล้านบาทจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง -25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

บทสรุปและมุมมองสู่อนาคต: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ

ข้อมูลผลประกอบการปี 2566 ที่ Property Mentor ได้รวบรวมมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนและความท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญอยู่ การที่รายได้รวมและรายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการที่หลายบริษัทประสบปัญหาขาดทุน สะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องง่าย และการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

ปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด บ้านจัดสรรกรุงเทพ และ คอนโดมิเนียมกรุงเทพ ซึ่งมีการแข่งขันสูงและได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และที่สำคัญที่สุดคือ การเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุน ที่มองหาผลตอบแทนที่คุ้มค่า

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือผู้ที่กำลังพิจารณาซื้ออสังหาริมทรัพย์ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้ จะช่วยให้ท่านสามารถมองเห็นภาพรวมของตลาดและเลือกสรรบริษัทที่มั่นคง มีศักยภาพ และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะยาว การพิจารณา ราคาอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่ไปกับชื่อเสียงและความแข็งแกร่งของบริษัทผู้พัฒนา จะเป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่า แม้ในปี 2566 จะเป็นปีที่ยากลำบาก แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ที่เฉียบคม และความสามารถในการปรับตัวที่ยอดเยี่ยม จะสามารถก้าวข้ามผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และจะสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไป

หากท่านต้องการเจาะลึกข้อมูลเฉพาะด้าน หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย ติดต่อเราได้วันนี้ เราพร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแนวทางที่จะช่วยให้การตัดสินใจของท่านแม่นยำและได้ผลตอบแทนสูงสุดในสภาวะตลาดที่ท้าทายนี้

Previous Post

D0202005 สาม ใหม ของแม อแฟนหน ในอนาคต part2

Next Post

D0202007 เร องใกล วของผ หญ งต องระว งเป นพ เศษ part2

Next Post
D0202007 เร องใกล วของผ หญ งต องระว งเป นพ เศษ part2

D0202007 เร องใกล วของผ หญ งต องระว งเป นพ เศษ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.