• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D3201076 คท แตกต าง ทำให เราต องแตกแยก part2

admin79 by admin79
February 2, 2026
in Uncategorized
0
D3201076 คท แตกต าง ทำให เราต องแตกแยก part2

ปี 2567: ทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย กับการรับมือความท้าทายยุคใหม่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของตลาดมาโดยตลอด แต่ปี 2566 ที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย หลายครั้งที่เราคาดหวังถึงโมเมนตัมที่ต่อเนื่องจากปี 2565 ซึ่งเป็นปีแห่งการเริ่มต้นฟื้นตัว แต่ทว่า ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานั้นก็ได้ลากยาวมาจนถึงปลายปี แม้กระทั่งช่วงเวลาที่ปกติจะเป็นฤดูกาลแห่งการจับจ่ายใช้สอย (High Season) ในไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถจุดประกายความหวังให้ตลาดกลับมาคึกคักได้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังต้นปี 2567 โดยที่ภาพรวมของตลาดก็ยังคงดูไม่สดใสเท่าที่ควร

ด้วยความเข้าใจถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ผมและทีมงาน Property Mentor ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 41 บริษัท เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าแต่ละองค์กรสามารถรับมือกับความท้าทายในปี 2566 ได้ดีเพียงใด และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและโดดเด่นท่ามกลางกระแสความผันผวนนี้ การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ภาพรวมผลประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566: การชะลอตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันทั้งสิ้นกว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการลดลงเล็กน้อยราว 1.2% อย่างไรก็ตาม การมองเพียงภาพรวมอาจไม่เพียงพอ เพราะหากเจาะลึกในระดับรายบริษัท จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญ

เราสังเกตเห็นบริษัทที่เผชิญกับการปรับลดลงของรายได้ในระดับสูง ตั้งแต่ 20% ขึ้นไป อาทิ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงราว 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน, และ Country Group Development (CGD) ที่ติดลบไปราว 28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็เผชิญกับรายได้ที่ลดลงถึง 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21% การลดลงในระดับนี้ส่งสัญญาณถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนและการขายโครงการ

แม้กระทั่งบริษัทขนาดใหญ่ที่เคยมีผลงานแข็งแกร่งอย่าง Land and Houses (LH) ก็ไม่สามารถหลีกหนีสภาวะชะลอตัวนี้ไปได้ โดยมีรายได้รวมลดลงถึง 18% เป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่ม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท กลับมีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses ที่กล่าวไปแล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PSH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาอัตราการเติบโตในสภาวะตลาดที่อ่อนแอ

ภาพรวม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีรายได้รวมสูงสุด ปี 2566

เมื่อพิจารณาในแง่ของรายได้รวมสูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 มีการจัดอันดับดังนี้:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
U City (U): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนความแข็งแกร่งในการดำเนินงานหลัก

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาที่ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากหลายบริษัทในกลุ่ม 10 อันดับแรกของรายได้รวม อาจมีรายได้จากแหล่งอื่นเข้ามาเสริม ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง หากเราทำการวิเคราะห์เฉพาะรายได้จากการขาย จะเห็นภาพการจัดอันดับที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อรวมรายได้จากการขายของทั้ง 41 บริษัท พบว่ามีจำนวน 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งมีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) ลดลงเกือบ 40%, และ Land and Houses (LH) ที่น่าตกใจคือ มีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังเผชิญกับการลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ใช่เพียงแค่บริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ในกลุ่ม 10 บริษัทแรกที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ยังมีถึง 8 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลง

ภาพรวม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ปี 2566

การจัดอันดับ 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PSH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
Quality House (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ Central Pattana (CPN) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ก็แสดงผลงานที่โดดเด่นอย่างยิ่งในปี 2566 ด้วยรายได้จากการขาย 5,835 ล้านบาท เติบโตถึง 103% จากปีก่อนหน้า (2,870 ล้านบาท) สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายและสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กำไรสุทธิ: บทสรุปสุดท้ายของการดำเนินงาน

แม้ว่ารายได้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ แต่หากไม่มีกำไร ก็ยากที่จะถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัท มีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท ที่น่ากังวลคือ มีถึง 12 บริษัท ที่มีผลประกอบการขาดทุน และบางบริษัทก็ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 บริษัท มีกำไรลดลงจากปี 2565

ภาพรวม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีกำไรสุทธิสูงสุด ปี 2566

การจัดอันดับ 10 บริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (มีกำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่ง มูลค่า 2,500 ล้านบาท)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality House (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PSH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

แนวโน้มปี 2567: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ และโอกาสในการปรับตัว

จากข้อมูลผลประกอบการที่ได้วิเคราะห์มาข้างต้น ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปี 2567 ยังคงเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย แรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาค การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การแข่งขันที่รุนแรง และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการปรับตัว มีความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคใหม่ จะสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแน่นอน

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ ผมขอเสนอแนวทางและกลยุทธ์สำคัญที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยควรพิจารณาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันและก้าวไปข้างหน้า:

การวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก (Deep Market Analysis) และการวิจัยผู้บริโภค (Consumer Insight): ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค เป็นกุญแจสำคัญ การทำความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ความสามารถในการซื้อ (Affordability) และความคาดหวังในผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ จะช่วยให้สามารถพัฒนาโครงการที่ตรงใจและสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลง (Product Innovation): ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มีเพียงแค่บ้านและคอนโดมิเนียมอีกต่อไป ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบผสมผสาน (Mixed-Use Living) พื้นที่ที่สามารถทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่สีเขียว (Green Spaces) และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี (Smart Home & Connectivity) การพัฒนาโครงการที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Living Spaces) และการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainable Design) จะเป็นจุดเด่นที่สามารถสร้างความแตกต่าง

การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Cost Management & Operational Efficiency): สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนเป็นสิ่งจำเป็น การควบคุมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง การบริหารจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain Management) และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาอัตรากำไร

การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เป็นเลิศ (Exceptional Customer Experience): ในยุคที่การแข่งขันสูง การสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าตั้งแต่การเยี่ยมชมโครงการ การตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงการอยู่อาศัย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) และการบอกต่อ (Word-of-Mouth) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสื่อสารและการบริการลูกค้า (Digital Customer Engagement) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

การกระจายความเสี่ยงและการแสวงหาโอกาสใหม่ (Risk Diversification & New Opportunities): นอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมแล้ว ผู้ประกอบการควรพิจารณาการกระจายการลงทุนไปยังภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Properties), อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า (Rental Properties), โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Living), หรือแม้แต่การลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (PropTech) การมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ (Provincial Real Estate Market) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและดิจิทัล (Leveraging Technology & Digitalization): การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการตลาดออนไลน์ (Online Marketing), การขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Sales Platforms), การบริหารจัดการโครงการ (Project Management Software), หรือการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

บทสรุปสำหรับอนาคต

ปี 2567 จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย เราอาจยังคงเห็นแนวโน้มการชะลอตัวในบางเซกเมนต์ แต่ในขณะเดียวกัน โอกาสใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการปรับตัว ก็กำลังรอคอยผู้ที่พร้อมจะคว้าไว้

หากคุณคือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณให้ก้าวข้ามผ่านความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2567 นี้ หรือหากคุณคือนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ คือก้าวแรกที่สำคัญ เพื่อให้เราสามารถร่วมกันวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นจริงในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้.

Previous Post

D3201075 ดว าตาฝาด แต ไปแอบฟาดก นบนเต ยง part2

Next Post

D3201077 แม านล มก าพ ดต วเอง part2

Next Post
D3201077 แม านล มก าพ ดต วเอง part2

D3201077 แม านล มก าพ ดต วเอง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.