การวิเคราะห์เจาะลึกภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ผู้นำด้านมูลค่าและการเปิดตัวโครงการใหม่ ครึ่งปีแรก 2568
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและวางกลยุทธ์ใหม่ๆ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพใหญ่ของภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ไทยได้อย่างชัดเจน
ความแข็งแกร่งของแบรนด์ใหญ่: การครองส่วนแบ่งตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ในโลกของอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่หรือรายย่อย ต่างก็มีจุดยืนและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป บางแบรนด์อาจชูจุดเด่นในฐานะผู้นำตลาดบ้านหรู ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป บางแบรนด์เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน บางรายเจาะตลาดต่างจังหวัด หรือบางแบรนด์เชี่ยวชาญตลาดคอนโดมิเนียมริมชายหาดหรือบีชฟรอนต์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก AREA ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 ชี้ให้เห็นถึงอีกมิติหนึ่งที่น่าจับตามอง นั่นคือ “ผู้นำด้านมูลค่าลงทุน” และ “ผู้นำด้านจำนวนหน่วยลงทุน” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจการขับเคลื่อนตลาดของกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่
การวิเคราะห์ข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ไทย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า กลุ่มผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่เพียง 10 ราย สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันได้มากถึง 71% ของมูลค่าการลงทุนใหม่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและอิทธิพลของกลุ่มทุนเหล่านี้ในการกำหนดทิศทางตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ภาพรวมตลาด: การเปิดตัวโครงการใหม่และราคาเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น
ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่โดยรวมในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีจำนวนทั้งสิ้น 15,452 หน่วย มูลค่าโครงการรวมกันสูงถึง 110,820 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 7.172 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มราคาที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจยังคงเติบโตได้ดี
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย และกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจลดลง ตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมในระดับราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นตลาดแมส (mass market) เริ่มพบปัญหาการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ตลาดระดับบน (high-end market) ที่มีราคาตั้งแต่ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและความมั่นคงทางการเงินสูง ยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับที่สูงขึ้น
10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ: ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 3 ใน 4
การกระจุกตัวของตลาดในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้มากถึงเกือบ 3 ใน 4 ของตลาดรวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและการลงทุนในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่เหล่านี้
การเปิดตัวโครงการใหม่: จำนวนหน่วยลงทุน
ในแง่ของจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ ภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรก 2568 ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีจำนวนลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า เหลืออยู่ที่ 15,452 ยูนิต อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ 10 บริษัทแรก สามารถเปิดตัวโครงการใหม่รวมกันได้ถึง 10,324 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 67% หรือเกินกว่า 2 ใน 3 ของตลาดรวม ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า แม้ตลาดโดยรวมอาจมีการชะลอตัว แต่กลุ่มผู้พัฒนาหลักยังคงเดินหน้าในการเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในกลุ่มเป้าหมายของตนเอง
มูลค่าการลงทุนใหม่
เมื่อพิจารณาในแง่ของมูลค่าการลงทุนใหม่ ตลาดรวมมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 110,820 ล้านบาท โดย 10 บริษัทแรก สามารถระดมทุนและลงทุนในโครงการใหม่รวมกันได้ถึง 72,219 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 71% หรือเกือบ 3 ใน 4 ของมูลค่าตลาดรวม ตัวเลขนี้ยืนยันความแข็งแกร่งทางการเงินและการลงทุนของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ที่สามารถขับเคลื่อนตลาดและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
Sansiri: ผู้นำด้านจำนวนหน่วยเปิดใหม่
ในด้านจำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 แสนสิริ (Sansiri) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 1,847 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 12% ของจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งหมด (จากตลาดรวม 15,452 หน่วย)
แสนสิริได้พัฒนาโครงการใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 10,519 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 5.695 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาเฉลี่ยที่สมเหตุสมผลสำหรับตลาดในปัจจุบัน
สำหรับอันดับ 2-5 ในด้านจำนวนหน่วยเปิดใหม่ ได้แก่:
AP (Thailand): 1,661 หน่วย
AssetWise: 1,355 หน่วย
Pruksa Real Estate: 929 หน่วย
SC Asset Corporation: 875 หน่วย
การที่แสนสิริสามารถครองตำแหน่งผู้นำด้านจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง และศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำในตลาด บ้านจัดสรรกรุงเทพฯ และคอนโดมิเนียม
AP (Thailand): ผู้นำด้านมูลค่าการลงทุนเปิดขายใหม่
ในอีกมิติหนึ่ง คือ ด้านมูลค่าการลงทุนเปิดขายใหม่ AP (Thailand) ได้ขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 21,085 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด (110,820 ล้านบาท)
AP (Thailand) ได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 1,661 หน่วย ซึ่งเมื่อคำนวณราคาเฉลี่ยต่อหน่วยจะอยู่ที่ประมาณ 12.694 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดรวมอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้บ่งชี้ว่า AP (Thailand) มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในระดับราคาที่สูงขึ้น หรือมีสัดส่วนโครงการในระดับลักชัวรีที่มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดที่ผู้บริโภคระดับบนยังคงมีกำลังซื้อ
อันดับ 2-5 ในด้านมูลค่าเปิดขายใหม่ ได้แก่:
Sansiri: 10,519 ล้านบาท
SC Asset Corporation: 10,362 ล้านบาท
Land and Houses: 8,230 ล้านบาท
Origin Property: 8,230 ล้านบาท
การที่ AP (Thailand) สามารถสร้างมูลค่าการลงทุนที่สูงกว่าจำนวนหน่วยที่เปิดขาย สะท้อนถึงกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่เน้นคุณภาพ ทำเลที่ตั้ง และการตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาด คอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ และบ้านระดับพรีเมียม
Major Development: ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุด 101.3 ล้านบาท
สีสันที่น่าสนใจของการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 คือ “มูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วย” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด อสังหาริมทรัพย์ระดับหรู และ วิลล่าหรู
Major Development เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นในด้านนี้ แม้จะเปิดตัวเพียง 1 โครงการ จำนวน 45 หน่วย แต่มีมูลค่ารวมสูงถึง 4,559 ล้านบาท ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงถึง 101.3 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นสถิติที่น่าทึ่ง แสดงถึงความต้องการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรีที่มีมูลค่าสูงมาก
นอกจากนี้ Land and Houses ก็เป็นอีกบริษัทที่น่าจับตามอง โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดใน 10 อันดับแรกที่ 20.627 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาโครงการที่เน้นคุณภาพและทำเลระดับพรีเมียม
SC Asset Corporation: ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 11.843 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่าจะมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมด้วยก็ตาม
บ้านเซ็กเมนต์อัลตราลักชัวรี “SONLE Residences”: การันตีความแรงครึ่งปีหลัง
ปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ การเปิดตัวแบรนด์ “SONLE Residences” ซึ่งเป็นบ้านเซ็กเมนต์อัลตราลักชัวรีที่เสนอขายเพียง 5 หลัง ในราคาตั้งแต่ 260-400 ล้านบาทต่อหลัง การเปิดตัวนี้จะถูกนับรวมในสถิติครึ่งปีหลัง 2568 และคาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้ตลาดบ้านซูเปอร์ลักชัวรีมีการแข่งขันด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้
การเกิดขึ้นของโครงการเหล่านี้ ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ตลาด อสังหาริมทรัพย์พรีเมียม และ บ้านหรูราคาแพง ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต และเป็นตลาดที่ผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่กำลังมุ่งเน้นและลงทุนอย่างหนัก เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2025 และกลยุทธ์ที่ต้องปรับตัว
จากข้อมูลที่ปรากฏในช่วงครึ่งปีแรก 2568 เราสามารถมองเห็นภาพรวมและคาดการณ์แนวโน้มของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2568 ได้อย่างชัดเจน
การกระจุกตัวของตลาด: กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งในเชิงปริมาณและมูลค่า
การเติบโตของตลาดบน: ในขณะที่ตลาดแมสอาจเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงสินเชื่อ ตลาดระดับบนและอัลตราลักชัวรี ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงในทำเลศักยภาพ
ความสำคัญของมูลค่าต่อหน่วย: ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ นวัตกรรม วัสดุ หรือบริการ เพื่อให้สามารถตั้งราคาขายที่เหมาะสมและแข่งขันได้ในตลาดระดับบน
การปรับกลยุทธ์: ในปี 2568 นี้ ผู้พัฒนาจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือหาที่อยู่อาศัย การทำความเข้าใจภาพรวมของตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และแนวโน้มในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด การศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
หากคุณกำลังมองหา คอนโดมิเนียมสุขุมวิท หรือ บ้านเดี่ยวพร้อมอยู่ ในทำเลที่ดีที่สุด หรือต้องการคำปรึกษาด้าน การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ อย่ารอช้า! ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณที่สุด.

