บทบาทของผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การวิเคราะห์เชิงลึกครึ่งปีแรก 2568
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการและการปรับตัวของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปิดตัวโครงการใหม่ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจทิศทางและพลวัตของตลาดในภาพรวม
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ได้ทำการสำรวจและประมวลผลข้อมูล Big Data ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของการเปิดตัวโครงการใหม่ ทั้งในกลุ่มบ้านจัดสรรแนวราบ (บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์) และคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย บทวิเคราะห์นี้จะมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจ “ผู้นำ” ในสองมิติที่สำคัญ คือ “ผู้นำด้านมูลค่าการลงทุน” และ “ผู้นำด้านจำนวนหน่วยที่เปิดตัว” เพื่อให้เห็นภาพการกระจุกตัวของตลาดและกลยุทธ์ของผู้ประกอบการรายใหญ่
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ครึ่งปีแรก 2568: สัญญาณแห่งการปรับตัว
ข้อมูลจากการสำรวจของ AREA เผยให้เห็นว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 15,452 หน่วย มูลค่าโครงการรวมสูงถึง 110,820 ล้านบาท ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 7.172 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการปรับตัวของราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดแมส (Mass Market) ที่มีระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท ซึ่งเผชิญกับความท้าทายในการขอสินเชื่อจากธนาคาร ในทางกลับกัน ตลาดระดับบน (Upper-End Market) ที่มีราคาตั้งแต่ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป กลับยังคงมีการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อและกำลังซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มนี้
10 ผู้นำตลาด: การรวมศูนย์ของอำนาจในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
การวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเปิดขายโครงการใหม่ของ 10 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่าตลาดมีการกระจุกตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ไปเกือบ 3 ใน 4 ของตลาดรวม
มีตัวชี้วัดหลักสองประการที่ AREA ได้นำเสนอ:
จำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่: โดยภาพรวม ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 การเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีจำนวนลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 15,452 ยูนิต ในจำนวนนี้ 10 บริษัทชั้นนำ ได้เปิดตัวรวมกันถึง 10,324 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 67% ของตลาดรวม หรือเกินกว่า 2 ใน 3 ของหน่วยที่เปิดขายทั้งหมด
มูลค่าการลงทุนใหม่: ในส่วนของมูลค่าการลงทุนเปิดขายโครงการใหม่ ตลาดรวมมีมูลค่า 110,820 ล้านบาท โดย 10 บริษัทชั้นนำ มีมูลค่าการลงทุนรวมกันถึง 72,219 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 71% หรือเกือบ 3 ใน 4 ของมูลค่าตลาดรวม
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงอำนาจและความสำคัญของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางและปริมาณการเสนอขายโครงการใหม่ในตลาดได้อย่างชัดเจน
Sansiri: ผู้นำด้านจำนวนหน่วยเปิดตัว
เมื่อพิจารณาในมิติของ “จำนวนหน่วยที่เปิดตัวใหม่” ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างโดดเด่น ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 1,847 หน่วย คิดเป็น 12% ของจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ทั้งหมด
แสนสิริ ได้พัฒนาโครงการรวม 7 โครงการใหม่ ซึ่งประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ มูลค่าโครงการรวม 10,519 ล้านบาท ทำให้มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 5.695 ล้านบาท ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงราคาที่เข้าถึงได้สำหรับกลุ่มเป้าหมายในตลาดระดับกลางถึงบน
สำหรับอันดับถัดมาในด้านจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ ได้แก่:
อันดับ 2: บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,661 หน่วย
อันดับ 3: บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,355 หน่วย
อันดับ 4: บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จำนวน 929 หน่วย
อันดับ 5: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 875 หน่วย
AP (Thailand): ผู้นำด้านมูลค่าการลงทุนเปิดขาย
ในทางกลับกัน เมื่อมองที่ “มูลค่าการลงทุนเปิดขายใหม่” บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมถึง 21,085 ล้านบาท คิดเป็น 19% ของมูลค่าตลาดรวม
เอพี (ไทยแลนด์) ได้เปิดตัวโครงการรวม 1,661 ยูนิต โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงถึง 12.694 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาดรวมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่มุ่งเน้นไปยังตลาดระดับบนมากขึ้น หรือการมีสัดส่วนของโครงการระดับ Luxury และ Super Luxury ที่มากขึ้นในพอร์ตโฟลิโอ
สำหรับอันดับถัดมาในด้านมูลค่าการลงทุนเปิดขายใหม่ ได้แก่:
อันดับ 2: บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 10,519 ล้านบาท
อันดับ 3: บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 10,362 ล้านบาท
อันดับ 4: บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 8,230 ล้านบาท
อันดับ 5: บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 8,230 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย: สัญญาณของตลาด Ultra-Luxury
สิ่งที่สร้างสีสันและน่าจับตามองอย่างยิ่งในครึ่งปีแรก 2568 คือ “ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย” ที่แสดงถึงความหรูหราและระดับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ จำนวน 45 หน่วย แต่มีมูลค่าโครงการรวมสูงถึง 4,559 ล้านบาท ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยพุ่งสูงถึง 101.3 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการเจาะตลาด Ultra-Luxury ที่ต้องการความพิเศษและเอกสิทธิ์เฉพาะตัว
นอกจากนี้ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ก็มีราคาเฉลี่ยในการพัฒนาโครงการสูงถึง 20.627 ล้านบาท ในบรรดา 10 อันดับแรก
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมักจะเป็น “แชมป์” ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง ก็ยังคงรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้ โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 11.843 ล้านบาท ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมในระดับพรีเมียม
ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวโครงการบ้านระดับ Super Luxury แบรนด์ “SONLE Residences” ของ SC Asset ที่มีเพียง 5 ยูนิต แต่มีราคาขายต่อหลังตั้งแต่ 260-400 ล้านบาท ถือเป็นสถิติใหม่ของการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในระดับสูงสุด และคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสีสันและยกระดับการแข่งขันด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยในตลาดบ้าน Super Luxury ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568
กลยุทธ์และเทรนด์แห่งอนาคต: การปรับตัวสู่ตลาดที่มีความต้องการหลากหลาย
จากการวิเคราะห์ข้างต้น สามารถสรุปเทรนด์และกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ดังนี้:
การแบ่งขั้วของตลาด: ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังมีการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างตลาดแมสที่เผชิญความท้าทายในการเข้าถึงสินเชื่อ และตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ยืมที่สูงกว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่จึงต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่แตกต่างกัน
การมุ่งเน้นตลาดระดับบน: บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบนและ Ultra-Luxury มากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านมูลค่าการลงทุนและการตั้งราคาสูงเฉลี่ยต่อหน่วย
ความสำคัญของ Big Data และการวิเคราะห์: การใช้ Big Data ในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด การเปิดตัวโครงการ และพฤติกรรมผู้บริโภค มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับผู้ประกอบการในการวางแผนกลยุทธ์และการตัดสินใจลงทุน
การแข่งขันด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน: แม้ข้อมูลนี้จะเน้นที่ตัวเลขการเปิดตัวโครงการ แต่ในความเป็นจริง การแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาและจำนวนหน่วยเท่านั้น การพัฒนาโครงการที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) การใช้เทคโนโลยี (PropTech) และการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า (Customer Experience) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้บริโภคในระยะยาว
บทสรุป: ก้าวต่อไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
บทวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 นี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การที่ 10 บริษัทชั้นนำสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึงเกือบ 3 ใน 4 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและอิทธิพลของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่
แสนสิริ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าถึงและตอบสนองความต้องการในตลาดด้วยจำนวนยูนิตที่หลากหลาย ในขณะที่ เอพี (ไทยแลนด์) นำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการระดับบนและมูลค่าการลงทุนที่สูง
การปรากฏตัวของโครงการระดับ Ultra-Luxury ที่มีราคาสูงกว่า 100 ล้านบาทต่อหน่วย และโครงการ Super Luxury ที่สูงกว่า 200 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมสูงสุด ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการที่ซับซ้อน
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ การนำเสนอนวัตกรรม และการสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า คือกุญแจสำคัญที่จะพาคุณก้าวไปข้างหน้า
หากคุณคือหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้โดดเด่นและประสบความสำเร็จในสภาวะตลาดปัจจุบัน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางปฏิบัติที่ตรงจุดสำหรับธุรกิจของคุณ

