• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D3201037 นางนกต อหาผ วให เพ อน part2

admin79 by admin79
February 1, 2026
in Uncategorized
0
D3201037 นางนกต อหาผ วให เพ อน part2

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: วิเคราะห์ผลประกอบการ 41 บริษัทมหาชน ใครคือผู้รอด ใครคือผู้นำแห่งปี 2025?

จากประสบการณ์ตรงในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว่าทศวรรษที่ผ่านมา ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายมากมายที่เกิดขึ้นในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ทดสอบความแข็งแกร่งของทุกองค์กรในอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง แม้จะมีความคาดหวังว่าโมเมนตัมที่ดีจากปี 2565 จะส่งต่อไปยังปีที่ผ่านมา แต่ความเป็นจริงกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานจนถึงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ที่เป็นโอกาสทองของภาคธุรกิจ ก็ยังไม่สามารถจุดประกายการฟื้นตัวได้อย่างที่คาดหวัง และดูเหมือนว่าบรรยากาศอันอึมครึมนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2567

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมและทีมงาน Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าใครคือผู้ที่สามารถนำพาองค์กรฝ่าฟันคลื่นลมแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปได้ และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิ อสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2566

ภาพรวมรายได้รวม: การปรับฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมถึง 376,141 ล้านบาท แม้ตัวเลขภาพรวมจะดูไม่ห่างกันมากนัก แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด จะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่หลากหลายที่เข้ามากระทบในภาคส่วนนี้

บริษัทที่เผชิญกับผลประกอบการติดลบในอัตราที่สูงกว่า 20% ประกอบด้วย L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ซึ่งมีรายได้ลดลงประมาณ -28% นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็ประสบปัญหาเช่นกัน โดยมีรายได้ลดลง -26%, Lalin Property (LALIN) -23%, Major Development (MJD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำตลาด ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีสภาวะตลาดได้ โดยมีรายได้รวมติดลบถึง -18% ที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทแรกที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้ลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง -1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ -4%

การจัดอันดับ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุด

เมื่อพิจารณารายได้รวมสูงสุด 10 อันดับแรก พบว่า:

Siri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Universal Utilities (UU): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งที่แท้จริง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลประกอบการของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่สะท้อนความแข็งแกร่งที่แท้จริง ควรให้ความสำคัญกับ “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงผลกำไรจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากแก่นของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย ตัวเลขภาพรวมของ 41 บริษัท อยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อน

กรณีที่เห็นได้ชัดคือ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -78%, L.P.N. Development (LPN) ลดลงเกือบ -40% และที่น่าตกใจคือ Land and Houses (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ด้านรายได้จากการขาย ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% ไม่เพียงแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ในกลุ่ม 10 บริษัทแรกที่มีรายได้จากการขายสูงสุดถึง 8 บริษัท มีรายได้จากการขายลดลง

การจัดอันดับ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการขายสูงสุด

เมื่อพิจารณารายได้จากการขายสูงสุด 10 อันดับแรก พบว่า:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท
Siri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PPH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง -24%)
Quality Houses (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

อีกหนึ่งบริษัทที่โดดเด่นและควรค่าแก่การกล่าวถึงคือ Central Pattana (CPN) ที่กำลังเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% จากปีก่อนหน้า (2,870 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายธุรกิจในภาคส่วนนี้

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดความสำเร็จที่ยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ายอดขายจะสูงเพียงใด หากผลกำไรสุทธิที่ทำได้น้อย ก็ย่อมไม่ใช่ “ผู้ชนะตัวจริง” ในมุมมองของนักลงทุนและผู้ประกอบการ

ในปี 2566 ทั้ง 41 บริษัททำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท และที่น่าเป็นห่วงคือ มีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ นอกจากนี้ กว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง มีกำไรลดลงจากปี 2565

การจัดอันดับ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำไรสุทธิสูงสุด

เมื่อพิจารณาถึงกำไรสุทธิสูงสุด 10 อันดับแรก:

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (กำไรส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งมูลค่า 2,500 ล้านบาท)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Siri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง -25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

บทสรุปและแนวโน้มปี 2567

ผลการดำเนินงานของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 41 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมนี้ต้องเผชิญในปี 2566 อย่างชัดเจน การลดลงของรายได้รวมและรายได้จากการขาย รวมถึงภาวะขาดทุนในหลายบริษัท ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

สำหรับปี 2567 มีแนวโน้มว่าจะเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายเช่นกัน ปัจจัยมหภาคต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก, อัตราดอกเบี้ย, กำลังซื้อของผู้บริโภค และนโยบายภาครัฐ ล้วนมีผลต่อทิศทางของตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่าบริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัว, มีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ, พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง และมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จะเป็นผู้ที่สามารถเอาชนะความท้าทายนี้ไปได้

หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาส หรือผู้ที่สนใจจะก้าวเข้าสู่วงการ ซื้อขายคอนโด ซื้อขายบ้าน หรือ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดและผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำเหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจของท่าน

หากท่านต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการทราบข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใดโครงการหนึ่งในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศไทย โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยนำพาท่านไปสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดและประสบความสำเร็จสูงสุด.

Previous Post

D3201036 วพ อค ดจะล อต วแม part2

Next Post

D3201038 วพ อหว งล อแม าน part2

Next Post
D3201038 วพ อหว งล อแม าน part2

D3201038 วพ อหว งล อแม าน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.