• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D3201016 โดนแฟนบ งค บให เป นขโมย part2

admin79 by admin79
January 31, 2026
in Uncategorized
0
D3201016 โดนแฟนบ งค บให เป นขโมย part2

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: ความท้าทาย การปรับตัว และผู้ชนะที่แท้จริง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์พลวัตของตลาดไทยอย่างใกล้ชิด ปี 2566 ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในภาคส่วนนี้ ซึ่งผมขอเรียกได้ว่าเป็น “ปีแห่งการวัดใจ” อย่างแท้จริง หลังจากที่หลายคนคาดหวังถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากโมเมนตัมที่ส่งต่อมาจากปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป ตลาดกลับเข้าสู่โหมดชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงเวลาทองของอุตสาหกรรมอย่างไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายให้คึกคักได้อย่างที่คาดหวัง และน่าเสียดายที่แนวโน้มนี้ยังคงต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2567

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย 2566 ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น Property Mentor ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัท และค้นหาว่าใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายนี้

รายได้รวม: ภาพรวมเชิงปริมาณที่ซ่อนความเปราะบาง

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้รวมกันได้ทั้งสิ้น 371,560 ล้านบาท ตัวเลขนี้ลดลงเล็กน้อยเพียง 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท แม้ว่าภาพรวมจะดูไม่น่ากังวลนัก แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด เราจะพบว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง

บริษัทที่เผชิญกับภาวะรายได้ติดลบในระดับสูง ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงราว 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ก็เผชิญชะตากรรมเดียวกัน โดยมีรายได้ลดลงใกล้เคียงกัน ขณะที่ Raimon Land (RML) มีรายได้ลดลงถึง 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22% และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นจากแนวโน้มรายได้ที่ลดลง โดยมีรายได้รวมติดลบไปถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9% และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

Sansiri ผงาดขึ้นเป็นผู้นำรายได้รวม

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 เราจะเห็นการจัดอันดับที่น่าสนใจดังนี้:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
Univentures (UV): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เห็นภาพผลการดำเนินงานที่สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริงของธุรกิจหลัก เราจำเป็นต้องพิจารณา “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากบางบริษัทอาจมีรายได้ส่วนอื่นเข้ามาช่วยเสริม แต่รายได้จากการขายคือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขาย การจัดอันดับ 10 อันดับแรกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

โดยรวมแล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท และที่น่าตกใจคือ มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในส่วนของรายได้จากการขาย ได้แก่ Raimon Land (RML) ที่มีรายได้ลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) รายได้ขายลดลงเกือบ 40% และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ Land and Houses (LH) ซึ่งมีรายได้จากการขายลดลงถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ผู้นำในอดีต ก็ยังมีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 2% และไม่ได้มีเพียงแค่บริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ในกลุ่ม 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด ยังมีถึง 8 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง

AP (Thailand) กลับคืนบัลลังก์ผู้นำรายได้จากการขาย

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

AP (Thailand) (AP): 36,927 ล้านบาท (เติบโต -2%)
Sansiri (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
Supalai (SPALI): 30,836 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
Pruksa Holding (PPH): 22,357 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 18,966 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 10,019 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 8,840 ล้านบาท (เติบโต -24%)
Quality Houses (QH): 7,619 ล้านบาท
Property Perfect (PF): 7,171 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทที่โดดเด่นและน่าจับตามองอย่างยิ่งคือ Central Pattana (CPN) ที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายได้ 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดผลตอบแทนที่แท้จริง

แม้ว่ารายได้จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว “กำไรสุทธิ” คือตัวชี้วัดผลตอบแทนที่แท้จริงที่บริษัทสามารถนำเข้ากระเป๋าได้ ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท และที่น่ากังวลคือ มีถึง 12 บริษัทที่รายงานผลประกอบการขาดทุน บางบริษัทประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ขณะที่อีกกว่า 20 บริษัท มีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Land and Houses แชมป์กำไรสูงสุด ท่ามกลางรายได้ที่ลดลง

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566 พบว่า:

Land and Houses (LH): 7,495 ล้านบาท (ได้รับแรงหนุนจากกำไร 2,500 ล้านบาทจากการขายโรงแรม 2 แห่งให้แก่กองทุน)
Supalai (SPALI): 6,083 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 6,054 ล้านบาท
Sansiri (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
Origin Property (ORI): 3,160 ล้านบาท (กำไรลดลง 25%)
SC Asset Corporation (SC): 2,525 ล้านบาท
Quality Houses (QH): 2,503 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 2,339 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 1,865 ล้านบาท
Central Pattana (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

วิเคราะห์เชิงลึก: ปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการและแนวโน้มปี 2567

จากข้อมูลที่ Property Mentor รวบรวมมา สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเผชิญในปี 2566 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องบริหารจัดการต้นทุน ราคาขาย และการส่งมอบโครงการท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว ล้วนเป็นปัจจัยกดดันที่ส่งผลต่อผลประกอบการ

สำหรับบริษัทที่มีรายได้และกำไรลดลง อาจเป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์การดำเนินงาน หรือการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอโครงการ อาจยังไม่สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจอื่น หรือการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเพื่อเสริมรายได้ ถือเป็นกลยุทธ์ระยะสั้นที่อาจช่วยประคองผลประกอบการได้ แต่ไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่ยั่งยืน

ในทางกลับกัน บริษัทที่สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจริง หรือมีกลยุทธ์การขายและการตลาดที่แข็งแกร่ง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี

ปัจจัยสำคัญสำหรับปี 2567 และอนาคต:

กำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ: อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อผู้ซื้อที่ต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย การผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน หรือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อ
นโยบายภาครัฐ: นโยบายสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุน หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด
เทรนด์อสังหาริมทรัพย์: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยืดหยุ่น (Flexible Living) การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย (Smart Home) และการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืน (Sustainable Development) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาด
การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพ: ในภาวะที่ต้นทุนยังคงผันผวน บริษัทที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง การตลาด และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน
ความแข็งแกร่งทางการเงิน: การมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง การบริหารสภาพคล่อง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทในการรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาด

ปี 2567 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายย่อมมาพร้อมกับโอกาสเสมอ บริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง และมุ่งเน้นการส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้า จะเป็นผู้ที่สามารถเติบโตและสร้างความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย หรือต้องการทราบว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใดน่าลงทุน ในสภาวะตลาดปัจจุบัน เราพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของคุณ ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำและวางแผนกลยุทธ์ที่จะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในโลกอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Previous Post

D3201020 Ep

Next Post

D3201021 บโป ะครอบคร วผ วส บแปดมงก part2

Next Post
D3201021 บโป ะครอบคร วผ วส บแปดมงก part2

D3201021 บโป ะครอบคร วผ วส บแปดมงก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.