หุ้นกู้ ORI: โอกาสลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา พร้อมดอกเบี้ยดึงดูด 4.90-5.35%
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความผันผวนและโอกาสมากมายที่เกิดขึ้นในตลาดนี้ แต่ปี 2569 นี้ มีหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือการเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย การก้าวเข้าสู่การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ของ ORI ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทเท่านั้น แต่ยังถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนน่าพอใจ ควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
เจาะลึกหุ้นกู้ ORI: ผลตอบแทนที่คาดหวังและเงื่อนไขการลงทุน
ORI ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร “BBB+” แนวโน้ม “Negative” และอันดับเครดิตตราสารหนี้ “BBB” แนวโน้ม “Negative” จากทริสเรทติ้ง สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานสากล
หุ้นกู้ชุดที่ 1 มีอายุ 1 ปี 3 เดือน เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 4.90% ถึง 5.00% ต่อปี ส่วนหุ้นกู้ชุดที่ 2 มีอายุ 2 ปี 6 เดือน เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 5.25% ถึง 5.35% ต่อปี การจ่ายดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นทุก 3 เดือน ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักลงทุนจำนวนมากคุ้นเคยและชื่นชอบ
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถจองซื้อหุ้นกู้ได้ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 10 แห่ง โดยมีจำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท การกระจายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสถาบันการเงินที่หลากหลายนี้ ยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแก่ผู้ลงทุนในวงกว้าง
ทำไม ORI ถึงน่าสนใจ: การเติบโตที่ยั่งยืนและศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์
การตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ของ ORI ไม่ได้พิจารณาจากเพียงอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ต้องมองลึกลงไปถึงปัจจัยพื้นฐานและความมั่นคงของบริษัท รวมถึงแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม
Backlog ที่แข็งแกร่ง: ORI มี Backlog โครงการรอการโอนมูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการในปี 2569 ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และเป็นการยืนยันถึงรายได้ที่มั่นคงในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของหุ้นกู้
ผลประกอบการที่เติบโต: ในปี 2568 ORI มียอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 24,528 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและความสำเร็จในการเจาะตลาด การมี Backlog จำนวนมากและการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่ดีต่อสถานะทางการเงินของบริษัท
การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน: ORI ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ยังบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบให้ความสำคัญ
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจเผชิญกับความท้าทายบางประการ เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อาจมีการปรับขึ้น หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ (Ready-to-Move) ยังคงมีศักยภาพการเติบโต จากอุปสงค์ที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพและโครงการที่มีการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
การบริหารความเสี่ยงและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้ที่ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดตราสารหนี้มาอย่างยาวนาน ผมมองว่าหุ้นกู้ ORI เป็นการลงทุนที่น่าสนใจ แต่ก็เช่นเดียวกับการลงทุนอื่นๆ ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน:
อันดับเครดิต “Negative”: การที่ทริสเรทติ้งให้แนวโน้ม “Negative” แก่องค์กรและตราสารหนี้ของ ORI อาจทำให้บางท่านกังวลใจ อย่างไรก็ตาม การมีอันดับเครดิต BBB+ และ BBB นั้นยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่น่าลงทุน และการที่บริษัทออกหุ้นกู้ชุดใหม่ก็เป็นการแสดงถึงความมั่นใจของบริษัทในการบริหารจัดการภาระหนี้สิน การติดตามข่าวสารและผลประกอบการของบริษัทอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทและผลตอบแทนของหุ้นกู้ หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของ ORI แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผลตอบแทนจากหุ้นกู้ที่เสนอขายมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น
ปัจจัยมหภาค: สภาพเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก เช่น การเติบโตของ GDP, อัตราเงินเฟ้อ, และเสถียรภาพทางการเมือง ล้วนมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และศักยภาพในการชำระหนี้ของบริษัท การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ
บทบาทของ Data Center และเทรนด์เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อตลาด
ในอีกมุมหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับภาพรวมเศรษฐกิจและเทคโนโลยี คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Data Center ในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าในปี 2568 นี้ ทุนจดทะเบียนในธุรกิจ Data Center ทะลุ 3 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล การลงทุนใน Data Center นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์เอง อาจเกิดการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Data Center หรือการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
สรุป: โอกาสแห่งการลงทุนที่ต้องคว้าไว้
การเสนอขายหุ้นกู้ของ ORI ในปี 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนที่มั่นคงในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน ด้วย Backlog ที่แข็งแกร่ง, ผลประกอบการที่เติบโต, ความมุ่งมั่นในความยั่งยืน, และอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูด การลงทุนในหุ้นกู้ ORI จึงเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณา
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอแนะนำให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลของบริษัทอย่างละเอียด, ทำความเข้าใจเงื่อนไขการลงทุน, และประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าลืมว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน
หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ไทย การพิจารณาหุ้นกู้ ORI ที่จะเสนอขายในต้นปี 2569 นี้ ถือเป็นก้าวแรกที่ชาญฉลาด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นกู้ ORI หรือต้องการคำปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุม โปรดติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

