• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701143 จากคนข ดรองเท าส ทายาทเศรษฐ (ละครส น) หน งส นด part2

admin79 by admin79
January 28, 2026
in Uncategorized
0
D2701143 จากคนข ดรองเท าส ทายาทเศรษฐ (ละครส น) หน งส นด part2

Content:

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์ในวงการกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายมากมายในอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทย แต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เครนถล่มที่เราได้เห็นเป็นข่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งและเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่อาจมองข้ามได้ นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “โชคร้าย” แต่คือผลลัพธ์ที่เกิดจาก “ความบกพร่อง” ที่มีนัยสำคัญในหลายมิติ

Here’s a completely rewritten article in Thai, focusing on the core ideas of the original while incorporating SEO best practices, an expert voice, and updated trends.

Title: วิกฤตเครนถล่ม: ความบกพร่องเชิงโครงสร้าง สัญญาณอันตรายวงการก่อสร้างไทย

นิยามใหม่ของ “อุบัติเหตุ” ในงานก่อสร้าง: เมื่อความบกพร่องเชิงวิศวกรรมปรากฏชัด

หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เรามักจะพยายามหาคำอธิบายว่าเป็น “อุบัติเหตุ” หรือ “เหตุสุดวิสัย” แต่ในมุมมองทางวิศวกรรม คำนิยามเหล่านี้มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการร่วงหล่นของขารับน้ำหนัก หรือการทรุดตัวของฐานราก จนนำไปสู่การหักโค่นกลางอากาศนั้น ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากภัยธรรมชาติ เช่น พายุ หรือแผ่นดินไหว ย่อมไม่ใช่เรื่องของ “โชคลาง” หรือ “ความซวย” แต่เป็นผลลัพธ์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยัง “ความบกพร่อง” ในกระบวนการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการบริหารจัดการโครงการได้อย่างชัดเจน

จากการประเมินและวิเคราะห์ทางเทคนิคในหลายกรณีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางด่วน หรือรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เราพบว่าจุดที่เกิดปัญหานั้นมักจะมีความเชื่อมโยงกับความผิดพลาดในการคำนวณ การยึดโยงโครงสร้าง (Anchoring) หรือการวาง ฐานราก (Foundation) ที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกมหาศาลของเครนได้อย่างมั่นคง ความบกพร่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการคาดไม่ถึง แต่เป็นผลจากการละเลยขั้นตอนสำคัญ หรือการตัดสินใจที่ผิดพลาดใน การออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัย

วิกฤต “นโยบาย” ที่ซ่อนอยู่ใน “บิ๊กโปรเจกต์”: เมื่อโครงการรัฐกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง

สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือ สถิติที่ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุร้ายแรงในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง วิกฤตเชิงนโยบาย ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน หากความผิดพลาดเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เราอาจมองว่าเป็นอุบัติการณ์เฉพาะจุด แต่เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในระยะเวลาอันสั้น ตั้งแต่การทรุดตัวของถนนจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า การถล่มของอาคารสำนักงาน ไปจนถึงอุบัติเหตุเครนถล่มที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ย่อมบ่งชี้ถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น

ปรากฏการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อ มาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง ในประเทศไทย เมื่อโครงการใหญ่ที่ควรจะเป็นตัวอย่างของความเป็นเลิศกลับกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อชีวิตของผู้คน ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวิศวกรหน้างาน แต่เป็นภาพสะท้อนของระบบการบริหารจัดการโครงการ การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายที่อาจมีช่องโหว่

สามเหลี่ยมแห่งหายนะ: 3 ปัจจัยหลักที่กัดกร่อนมาตรฐานความปลอดภัย

จากการสังเกตการณ์และประสบการณ์ในการทำงาน ผมสามารถจำแนกปัจจัยหลักที่เป็นสาเหตุของความบกพร่องที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมเหล่านี้ออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่กัดกร่อนมาตรฐานวิศวกรรมของไทย:

ปัจจัยด้านบุคลากร (Human Factor): ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะการทำงานกับเครื่องจักรหนักอย่าง เครน (Crane) หรือ เครน Launcher (Launcher Crane) ซึ่งมีความซับซ้อนในการทรงตัวและรับน้ำหนัก จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักกลศาสตร์และสถิตยศาสตร์ แต่สิ่งที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ ผู้ปฏิบัติงาน หรือแม้กระทั่งผู้ควบคุมเครื่องจักร อาจขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ ทำงานตามความเคยชินโดยปราศจากการคำนวณหรือตรวจสอบที่รอบคอบเพียงพอ การขาด บุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ถือเป็นความเสี่ยงที่สำคัญอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์ (Materials and Equipment Factor): หัวใจสำคัญของความปลอดภัยอยู่ที่ คุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ เช่น สลิง, รอก, นอตยึด, และชิ้นส่วนประกอบต่างๆ การตรวจสอบพบว่าในบางโครงการ มีการนำเครื่องจักรเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักมาใช้อีกครั้งโดยไม่มีการประเมินสภาพหรือปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน หรือแม้กระทั่งการใช้นอตที่ชำรุด บิดเบี้ยว หรือมีเกลียวที่หวาน (Stripped Threads) ซึ่งล้วนแต่เป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้ การละเลยการตรวจสอบ สภาพและมาตรฐานของอุปกรณ์ก่อสร้าง เหล่านี้เท่ากับการวางกับดักความปลอดภัยไว้ในโครงการ

ปัจจัยด้านเครื่องจักร (Machinery Factor): ตลาด เครื่องจักรมือสอง (Second-hand Machinery) ในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เครน Launcher จำนวนมากที่ถูกนำมาใช้ในโครงการใหญ่ ๆ เป็นเครื่องจักรที่ซื้อมาจากต่างประเทศ ซึ่งอาจไม่ใช่รุ่นใหม่ล่าสุด เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้ก็มักจะถูกขายต่อและนำมาดัดแปลงโดยไม่ได้ผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะหน้า การขาด ระบบการขึ้นทะเบียนและการตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง ที่ชัดเจนและเข้มงวด ทำให้เครื่องจักรที่อาจไม่ผ่านมาตรฐานสากล หรือถูกดัดแปลงอย่างไม่ถูกต้อง สามารถเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างได้

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการรับเหมาช่วง: ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน

เมื่อพิจารณาถึงกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง พบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนกฎหมายเสียทีเดียว แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ การบังคับใช้ที่ไม่จริงจัง กฎหมายกำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติ การมีอยู่จริงของวิศวกรที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงในงานนั้นๆ และการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ กลับเป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถาม

อย่างไรก็ตาม มีช่องว่างที่ควรได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คือ การขึ้นทะเบียนเครน และ การควบคุมการจ้างช่วง (Subcontracting) ปัจจุบัน บริษัทผู้รับเหมาหลักมักจะกระจายงานให้กับผู้รับเหมาช่วง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดโดยตัวมันเอง หากผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นยังคงยึดมั่นใน มาตรฐานความปลอดภัย และ คุณภาพของงาน ตามที่ควรจะเป็น ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการจ้างช่วงนำไปสู่การลดต้นทุนอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยแลกกับความปลอดภัยและคุณภาพ

บทลงโทษที่ต้อง “ลงดาบให้เห็น”: กลไกสำคัญในการสร้างความรับผิดชอบ

การแก้ปัญหาความบกพร่องในงานก่อสร้างให้ได้ผลอย่างแท้จริง ต้องอาศัย บทลงโทษที่จริงจังและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงชั้นของผู้รับเหมา หรือการตัดแต้ม แต่ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพื่อสร้างความตระหนักถึงความรับผิดชอบ การเพิ่มมาตรฐานให้ “ผู้ปฏิบัติงานเครน” ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้สัญญาณ ผู้ยึดเกาะวัสดุ ผู้บังคับรถเครน หรือผู้ควบคุมเครน ให้ได้รับการรับรองและผ่านการฝึกอบรมที่เข้มงวดเทียบเท่ากับวิศวกร เป็นสิ่งจำเป็น

การมี ระบบ Blacklist ที่เข้มข้น สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมความบกพร่องซ้ำซาก หรือการตัดสิทธิการประมูลงานอย่างถาวร จะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิม ๆ เกิดขึ้นซ้ำอีก การออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลผู้รับเหมาและการบริหารจัดการโครงการถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องทำให้รวดเร็วและมีผลบังคับใช้จริงจัง

ความกังวลต่อ “ทุนต่างชาติ” และ “นอมินี”: การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมที่กระทบความปลอดภัย

อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ การเข้ามาของ ทุนต่างชาติ ในรูปแบบ JV (Joint Venture) หรือการใช้ นอมินี (Nominee) ในการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของไทย ปัญหาที่ตามมาคือ การตัดราคาประมูลที่ต่ำเกินจริงเพื่อชิงงาน ทำให้ผู้รับเหมาไทยบางรายต้องยินยอมที่จะลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย คุณภาพวัสดุ และเครื่องจักร เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ส่งผลเสียต่อ คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน และ ความปลอดภัยของประชาชน ในระยะยาว

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด”: ทางออกเร่งด่วนสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างที่ปลอดภัย

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ขอเสนอแนวทางแก้ไขที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน:

กระดุมเม็ดที่ 1: การค้นหาความจริงโดย “คนกลาง” ที่เป็นกลางอย่างแท้จริง: จัดตั้งคณะกรรมการอิสระที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการตรวจสอบและวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรมอย่างละเอียดรอบด้าน หากจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์บิดเบี้ยว การแก้ปัญหาจะไม่สามารถบรรลุผลได้

กระดุมเม็ดที่ 2: บทลงโทษที่ “เด็ดขาด” และ “สร้างบรรทัดฐานใหม่”: ผู้รับเหมาหรือบริษัทที่มีพฤติกรรมบกพร่องซ้ำซาก ควรได้รับการพิจารณาพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน และป้องกันไม่ให้ปัญหาถูกส่งต่อไปยังโครงการอื่น

กระดุมเม็ดที่ 3: “เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย” และ “บังคับใช้จริงจัง”: หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ควรเร่งออกกฎกระทรวงที่ครอบคลุมการขึ้นทะเบียนเครื่องจักร การควบคุมการจ้างช่วงอย่างมีประสิทธิภาพ และการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติงานเครนทุกระดับ การดำเนินการเหล่านี้ควรสามารถทำได้ภายในกรอบเวลาที่รวดเร็ว หากมีความตั้งใจจริง

อย่าให้กระบวนการทางราชการกลายเป็นอุปสรรค หรือเป็นข้ออ้างในการผัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่อยกระดับ ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง ของประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปลอดภัย.

Previous Post

D2701142 แม สบายด เอาแม มาทำงานบ าน พอแม กๅรก ไล ออกจากบ part2

Next Post

D2701144 กชายคนเด ยว บไม ได แม จน (ละครส น) หน งส นด part2

Next Post
D2701144 กชายคนเด ยว บไม ได แม จน (ละครส น) หน งส นด part2

D2701144 กชายคนเด ยว บไม ได แม จน (ละครส น) หน งส นด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.