• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701123 หน อยหาเม ยใหม ให อ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701123 หน อยหาเม ยใหม ให อ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

วิศวกรโครงสร้างเตือน! เครนถล่มไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “ความบกพร่องร้ายแรง” ในการก่อสร้างระดับชาติ

บทนำ: สัญญาณอันตรายในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษในวงการ ผมได้เห็นความก้าวหน้าและวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมการก่อสร้างในประเทศไทยมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยังคงสร้างความกังวลและเป็นประเด็นที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจัง คือเหตุการณ์อุบัติเหตุซ้ำซากที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เครนถล่มล่าสุดที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน ซึ่งผมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ “โชคร้าย” หรือ “เหตุสุดวิสัย” ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นผลพวงมาจาก “ความบกพร่องร้ายแรง” ในกระบวนการทำงานและการบริหารจัดการโครงการ

รายงานฉบับนี้ จะนำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุเหล่านี้ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของ รับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และ การบริหารความปลอดภัยโครงการก่อสร้าง

วิศวกรโครงสร้างคืออะไร? มากกว่าแค่การคำนวณ แต่คือความรับผิดชอบต่อชีวิต

ก่อนจะเจาะลึกถึงปัญหา ต้องเข้าใจก่อนว่า “วิศวกรโครงสร้าง” มีบทบาทและความสำคัญอย่างไรในงานก่อสร้างวิศวกรรมโยธา พวกเราคือผู้ที่รับผิดชอบในการออกแบบ คำนวณ และตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สะพาน ถนน หรือแม้กระทั่งเครื่องจักรกลหนักอย่างเครน การทำงานของวิศวกรโครงสร้างต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในหลักการทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ กลศาสตร์ และวัสดุศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างที่สร้างขึ้นจะสามารถรับน้ำหนักและทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ในงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ วิศวกรรมโครงสร้าง นั้น ไม่ใช่แค่การออกแบบที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการควบคุมคุณภาพ การบริหารจัดการหน้างาน และการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน หากองค์ประกอบเหล่านี้บกพร่องแม้เพียงส่วนเดียว ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้

เจาะลึกสาเหตุ: เครนถล่มไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “ความบกพร่อง” ในขั้นตอนวิศวกรรม

เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จะพบว่า ไม่ใช่ความผิดพลาดจากธรรมชาติ เช่น พายุ แผ่นดินไหว หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ แต่เป็นผลมาจากความบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการก่อสร้างเอง

กรณีแรก: ปัญหาที่จุดยึด (Anchoring)
เหตุการณ์เครนถล่มครั้งแรก แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ “ขารองรับเครน” หลุดร่วงลงมา ซึ่งในทางวิศวกรรมแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะหลุดร่วงลงมาได้ง่ายๆ เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับ “จุดยึด” หรือ Anchoring ว่ามีความแข็งแรงตามที่คำนวณในแบบหรือไม่ หรืออาจมีการละเลยขั้นตอนสำคัญไป

กรณีที่สอง: การทรุดตัวของฐานรองรับเครน
สำหรับเหตุการณ์เครนถล่มอีกครั้งบนถนนพระราม 2 หลักฐานที่ปรากฏชัดเจนคือ “ขารองรับเครน” เกิดการทรุดตัว สาเหตุเกิดจากการวางฐานรองรับในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม โดยไปวางบนพื้นที่ที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดการยุบตัว ส่งผลให้เครนหักโค่นกลาง เป็นการยืนยันถึงความผิดพลาดในการวางแผนและดำเนินการก่อสร้างอย่างชัดเจน

จากการตรวจสอบของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก รวมถึงสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดจากความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่ควบคุมไม่ได้

โครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่: เขตอันตรายที่ต้องได้รับการจับตามอง

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การเกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ ที่มักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม

ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐหลายครั้ง ตั้งแต่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม, ถนนยุบจากการสร้างรถไฟฟ้า, เครนถล่มจากการสร้างรถไฟความเร็วสูงทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว, และล่าสุดคือเครนถล่มจากการสร้างทางด่วนคร่อมถนนพระราม 2

จุดร่วมที่น่าสังเกตคือ โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นโครงการของภาครัฐ และเกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในระดับสากลกับโครงการใหญ่ๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหา

3 ปัจจัยหลัก “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่บั่นทอนมาตรฐานวิศวกรรมไทย

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยหย่อนยานอย่างวิกฤตออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง และ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง

ปัจจัยด้านบุคลากร: ตั้งแต่ระดับบนสุดคือวิศวกรที่ปรึกษา, วิศวกรควบคุมงาน, ผู้ควบคุมเครื่องจักรกลหนัก ไปจนถึงแรงงานหน้างาน ขาดการอบรมและขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องจักรกลหนักที่มีความซับซ้อน เช่น เครน Launcher ซึ่งไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนที่และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของสมดุลและน้ำหนัก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ ผู้ควบคุมเครื่องจักรขาดความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์ ทำงานตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์: สลิง, รอก, สลักเกลียว (นอต) คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย การลงพื้นที่ตรวจสอบพบเห็นการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในมาตรฐาน สลักเกลียวที่มีเกลียวหวาน หรือคดงอ ยังคงถูกนำมาใช้งานต่อ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลยอย่างชัดเจน

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: เครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากลเป็น “ระเบิดเวลา” ที่น่าจับตา เครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องจักรมือสองที่นำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้จะถูกขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ ปัญหานี้รุนแรงขึ้นจากการขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการต้องเข้มงวดในการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และ การเลือกผู้รับเหมา

ช่องโหว่ทางกฎหมายและปัญหาการจ้างช่วง: วงจรแห่งความเสี่ยง

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่การบังคับใช้ที่หย่อนยาน เช่น กฎหมายกำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในความเป็นจริง หน้างานมีวิศวกรอยู่จริงหรือไม่? และวิศวกรผู้นั้นมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher จริงหรือไม่?

กฎหมายที่ยังขาดหายไปอย่างแท้จริงคือ การขึ้นทะเบียนเครน และการควบคุมการจ้างช่วง (Subcontract) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ที่ประมูลงานได้ มักจะไม่ได้ลงมือทำเองทั้งหมด แต่จะจ้างช่วงต่อให้กับผู้รับเหมาอื่นๆ การกระจายงานเป็นทอดๆ นี้ไม่ผิดหากกลุ่มผู้รับเหมามีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

การตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นของพวกเขารับรองความถูกต้องของแบบ แต่ภาคปฏิบัติกลับสวนทางกับสิ่งที่สังคมคาดหวัง

บทลงโทษต้องหนักแน่น: “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่

การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินการอย่างจริงจังและยกระดับ “มาตรฐาน” ของผู้ปฏิบัติงานเครนให้เทียบเท่ากับวิศวกร โดยใช้สูตร “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด:
ผู้ให้สัญญาณเครน
ผู้ยึดเกาะวัสดุ
ผู้บังคับรถเครน
ผู้ควบคุมเครน

ในหน้างานจริง มักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทน คำถามคือหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่?

บทลงโทษต้องมีความหนักหน่วง เพราะเป็นการบกพร่องอย่างร้ายแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ เรายังขาดระบบ Blacklist ที่เข้มข้น แทนที่จะเป็นการลงโทษที่ชัดเจน เป็นเพียงการจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการลดชั้น/ตัดแต้ม การออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ถือว่าล่าช้ามาก

ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งผู้รับเหมาที่มีปัญหาจะใช้วิธีเลี่ยงบาลี เช่น การปิดบริษัทที่มีปัญหา แล้วก่อตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่ออื่น เพื่อกลับมาประมูลงานใหม่ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหานี้รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด

ความกังวลเรื่อง “นอมินี” ทุนต่างชาติ: ภัยคุกคามต่อมาตรฐานและความปลอดภัย

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ กังวลอย่างมากคือ การเข้ามาของทุนต่างชาติในรูปแบบ “นอมินี” เพื่อรับงานโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น พวกเขาใช้วิธี Joint Venture (JV) กับผู้รับเหมาไทย และใช้บริษัทไทยเป็น “หน้าม่าน” ปัญหาที่ตามมาคือการ “ตัดราคา” ประมูลที่ต่ำเกินจริง เพื่อให้ได้งาน ผู้รับเหมาไทยบางรายยอมรับข้อเสนอนี้ เพราะหวังเพียงส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

ผลเสียที่ตามมาคือ ความปลอดภัยและมาตรฐานงานที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนถูกกดให้ต่ำสุด ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของแรงงาน อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด” สู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ขอเสนอทางออกเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด”

เม็ดแรก: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ควรมีคณะกรรมการที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ใช่การตรวจสอบกันเองภายใน เพื่อหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม หากจุดเริ่มต้นของปัญหาบิดเบือน เราจะไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

เม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้อง “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่ทำผิดซ้ำซากควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิในการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในวงการ

เม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐบาลต้องรู้เท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา ควรออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมสามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง เพื่อบังคับการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ

อย่าให้ขั้นตอนทางราชการกลายเป็นอุปสรรคหรือเป็นข้ออ้างในการเพิกเฉยต่อปัญหาอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกัน เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้าง และสร้างความมั่นใจใน โครงการก่อสร้างภาครัฐ ให้กับประชาชนทุกคน

หากคุณคือผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารความปลอดภัยในโครงการต่างๆ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและรับประกันความปลอดภัยให้กับทุกโครงการของคุณ.

Previous Post

D2701125 เม อผ หลอกผ ดคน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2701122 เป นแค คนใช ไม ควรมาน งท ของเจ านาย(ละครส น) หน part2

Next Post
D2701122 เป นแค คนใช ไม ควรมาน งท ของเจ านาย(ละครส น) หน part2

D2701122 เป นแค คนใช ไม ควรมาน งท ของเจ านาย(ละครส น) หน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.