• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701120 เม ยท องแล วต วเหม นผ วเลยไมม อยากนอนด วย (ละครส part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701120 เม ยท องแล วต วเหม นผ วเลยไมม อยากนอนด วย (ละครส part2

วิศวกรรมโครงสร้างไทย: ก้าวข้ามวิกฤตความปลอดภัย สู่มาตรฐานสากล

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์ในวงการมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในอุตสาหกรรมการก่อสร้างของประเทศไทย การเติบโตทางเศรษฐกิจนำมาซึ่งโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ แต่ขณะเดียวกัน โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนหน้าไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์เครนถล่ม ได้ทิ้งรอยแผลเป็นและความสูญเสียให้กับสังคมไทยอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียง “อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นจากโชคร้าย แต่มันคือสัญญาณเตือนที่ดังสะท้อนถึง “ความบกพร่อง” ที่ฝังรากลึกในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งเราต้องเผชิญหน้าและแก้ไขอย่างจริงจัง

วิเคราะห์เจาะลึก: เมื่อ “อุบัติเหตุ” ไม่ใช่นิยามที่แท้จริง

เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เครนถล่มสองครั้งติดต่อกัน สิ่งแรกที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมต้องแยกแยะ คือการมองปรากฏการณ์นี้ผ่านเลนส์ของ “โชคชะตา” กับ “ความจริงทางวิศวกรรม” ในจุดเกิดเหตุ ไม่มีสัญญาณของภัยธรรมชาติอย่างพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว นั่นหมายความว่าเรากำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่สามารถควบคุมหรือป้องกันได้ ไม่ใช่สิ่งที่เหนือการควบคุมตามธรรมชาติ

ภายใต้หลักการทางวิศวกรรม คำว่า “อุบัติเหตุ” มีนิยามที่จำกัด หมายถึงสถานการณ์ที่ทุกมาตรการป้องกันและตรวจสอบได้ถูกดำเนินการอย่างครบถ้วนแล้ว แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้เกิดขึ้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ “ไม่ใช่” สิ่งนั้น ผมขอยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นผลมาจาก “ความบกพร่องในการดำเนินการก่อสร้างอย่างรุนแรง” อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อพิจารณาในรายละเอียดทางเทคนิค เหตุการณ์เครนถล่มครั้งแรก ที่ “ขารองรับเครน” หลุดร่วงลงมาอย่างน่าตกใจ ในทางวิศวกรรม โครงสร้างลักษณะนี้ไม่ควรจะหลุดได้ง่ายๆ คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นทันทีคือ “จุดยึด” หรือ Anchoring นั้นมีความแข็งแรงตามที่คำนวณในแบบหรือไม่? หรือมีขั้นตอนใดที่ถูกละเลยไป?

ส่วนกรณีที่สอง ที่ถนนพระราม 2 หลักฐานที่ปรากฏชัดเจนยิ่งกว่านั้น คือ “ขารองรับเครน” เกิดการทรุดตัว ซึ่งสาเหตุนั้นชัดเจนว่าเกิดจากการวางฐานบนจุดที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ทำให้โครงสร้างรับภาระไม่ไหวจนเกิดการยุบตัว นำไปสู่การหักกลางของเครน นี่คือภาพสะท้อนของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในขั้นตอนการก่อสร้าง การมองว่านี่คืออุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ในมุมมองของวิศวกรรม

โครงการยักษ์ใหญ่: เขตอันตรายที่รัฐต้องจับตา

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น คือความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ กับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งกลายเป็นสถิติที่ชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่ผู้บริหารระดับสูงของประเทศไม่อาจมองข้าม การเกิดข้อผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การเกิดเหตุการณ์ใหญ่ถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลาอันสั้น ตั้งแต่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า เครนถล่มจากการสร้างรถไฟความเร็วสูงที่สีคิ้ว และเครนถล่มจากการก่อสร้างทางด่วนทับพระราม 2 ล้วนมีจุดร่วมที่น่ากังวลใจ คือเป็นโครงการที่รัฐเป็นเจ้าของ

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ข้อผิดพลาด แต่เป็น “สัญญาณเตือน” ที่บ่งชี้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการใหญ่ของประเทศไทยที่ยังห่างไกลจากมาตรฐานสากล การละเลยในจุดเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้

สามเหลี่ยมแห่งหายนะ: ปัจจัยหลักที่บ่อนทำลายมาตรฐานการก่อสร้าง

จากการวิเคราะห์อย่างละเอียด ผมสามารถจำแนกปัจจัยที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยอ่อนแอลงจนถึงขั้นวิกฤตออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ซึ่งเปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่กัดกร่อนความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้าง:

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ระดับสูงสุด ไล่เรียงไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เครน Launcher ไม่ใช่เครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่มีการเคลื่อนที่และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของสมดุลและน้ำหนักสูง การควบคุมเครื่องจักรประเภทนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างแท้จริง ทว่า สิ่งที่เรามักพบเห็น คือผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ ทำงานไปตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: สลิง รอก นอตยึด คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย การลงพื้นที่สำรวจพบเห็นการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐาน วัสดุที่ชำรุด เช่น สภาพเกลียวที่สึกหรอ หรือนอตที่บิดงอ ยังคงถูกนำมาใช้งานต่อ สะท้อนถึงการละเลยความเสี่ยงที่สำคัญ

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: ความน่ากังวลอย่างยิ่งคือ “ระเบิดเวลา” ของเครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็นเรื่องที่สังคมอาจไม่ทราบว่าเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องจักรที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้มักถูกขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ เรายังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน การที่หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการไม่เข้มงวดในการตรวจสอบอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้น

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการรับเหมาช่วง: ต้นเหตุแห่งการละเลย

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมายเสียทีเดียว แต่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ที่ยังหย่อนยาน การตรวจสอบที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น กฎหมายกำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติมีวิศวกรเหล่านั้นอยู่จริงหรือไม่? และหากมี พวกเขามีความรู้ความเข้าใจในเครื่องจักรประเภทเครน Launcher จริงหรือเปล่า?

สิ่งที่กฎหมายยังขาดไปอย่างแท้จริงคือ การขึ้นทะเบียนเครน และการควบคุมการ “รับเหมาช่วง” (Subcontracting) ปัจจุบันบริษัทใหญ่ที่ชนะการประมูลงานมักจะจ้างช่วงงานต่อให้กับบริษัทอื่น ทำให้งานกระจายไปหลายทอด ซึ่งไม่ใช่ความผิดในตัวมันเอง หากผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้นมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพและยึดมั่นในความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

การตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกรในฐานะผู้มีใบอนุญาตและลายเซ็นรับรองความถูกต้องของแบบ ควรต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่ภาคปฏิบัตินั้นแตกต่างจากภาคทฤษฎีอย่างสิ้นเชิง

บทลงโทษที่เฉียบขาด: การสร้างบรรทัดฐานใหม่

การแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างจริงจังและยกระดับ “มาตรฐาน” ผู้ปฏิบัติงานเครนให้ทัดเทียมกับวิศวกร โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด: ผู้ให้สัญญาณเครน, ผู้ยึดเกาะวัสดุ, ผู้บังคับรถเครน, และผู้ควบคุมเครน ในความเป็นจริง เรามักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ คำถามคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถึงจุดนี้หรือไม่?

บทลงโทษต้องมีความหนักหน่วงและเฉียบขาด เพื่อให้สังคมเห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย เรายังขาดระบบ “Blacklist” ที่เข้มข้น การจัดชั้นผู้รับเหมาหรือการตัดแต้ม ไม่ใช่การลงโทษที่แท้จริง การออกกฎกระทรวงเมื่อเร็วๆ นี้ถือว่าช้าเกินไป หรือแม้จะมีกฎหมาย ก็ยังมีช่องทางในการหลีกเลี่ยง เช่น การปิดบริษัทที่มีปัญหา แล้วตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่ออื่น เพื่อประมูลงานต่อไป ปัญหาเหล่านี้รัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด

ความกังวลต่อ “นอมินีทุนต่างชาติ” ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

อีกประเด็นที่ผมมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คือการเข้ามาของ “ทุนต่างชาติ” ที่แฝงตัวมาในรูปแบบ “นอมินี” เพื่อรับงานโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักใช้วิธีการ Joint Venture (JV) กับผู้รับเหมาไทย โดยให้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการในนามบริษัทแม่ ปัญหาที่ตามมาคือการตัดราคาประมูลที่ต่ำเกินจริงเพื่อแย่งชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายอาจยอมรับข้อเสนอนี้เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

ผลเสียที่ตามมาคือ “ความปลอดภัย” และ “มาตรฐานงาน” ที่ลดลง ทั้งจากแรงงาน อุปกรณ์ และเครื่องจักร ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำที่สุด

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด”: ก้าวข้ามวิกฤตสู่อนาคตที่ยั่งยืน

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ขอเสนอทางออกเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ:

เม็ดที่หนึ่ง: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องมีคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญจริงจัง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง หากจุดเริ่มต้นของกระบวนการสืบสวนบิดเบือน เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

เม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” บริษัทที่ทำผิดซ้ำซากควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิ์การประมูลงานอย่างถาวร เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่และป้องกันการเกิดซ้ำ

เม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐต้องทันต่อกลยุทธ์การลดต้นทุนของผู้รับเหมา กฎกระทรวงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกระทรวงคมนาคม ควรสามารถออกได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง เพื่อบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องไม่ปล่อยให้ขั้นตอนราชการอันยุ่งยากเป็นอุปสรรคหรือเป็นข้ออ้างในการละเลยความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของวิศวกร แต่เป็นภารกิจของสังคมและประเทศชาติโดยรวม

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ เจ้าของโครงการ หรือผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และต้องการสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยให้กับโครงการของคุณ หรือต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อยกระดับโครงการให้ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล โปรดติดต่อเราเพื่อเริ่มต้นการพูดคุยที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน.

Previous Post

D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2701119 คำลวงจากล กชายแสนด (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2701119 คำลวงจากล กชายแสนด (ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2701119 คำลวงจากล กชายแสนด (ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.