• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701117 แผงผ มหา รวย(ละครส น) หน งส นด BSC part2

เครนถล่มซ้ำ: ความบกพร่องรุนแรงที่หลีกเลี่ยงได้ – มุมมองจากวิศวกรโครงสร้างระดับแนวหน้า

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่าทศวรรษในแวดวงการก่อสร้างขนาดใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นและสร้างความกังวลใจอยู่เสมอ คือเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของประเทศ เหตุการณ์เครนถล่มล่าสุดที่เกิดขึ้น ถือเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดอีกครั้ง ที่ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวอุบัติเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความบกพร่องที่ฝังรากลึกในกระบวนการทำงาน ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่อาจประเมินค่าได้

ไม่ใช่โชคร้าย แต่คือ “ความผิดพลาดทางวิศวกรรม” ที่มองข้ามไม่ได้

เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เครนถล่ม สิ่งแรกที่เราต้องแยกแยะให้ชัดเจน คือ การมองว่าเป็น “อุบัติเหตุสุดวิสัย” หรือ “ความบกพร่องที่เกิดจากมนุษย์” ในเชิงวิศวกรรม คำว่า “อุบัติเหตุ” มักหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่เราได้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดแล้ว แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุมเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้

แต่จากกรณีเครนถล่มที่เกิดขึ้นล่าสุด โดยเฉพาะการพิจารณาจากหลักฐานทางกายภาพที่ปรากฏอย่างชัดเจน เราไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่าเป็นเพียงแค่โชคร้าย หรือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ในเคสแรกที่ “ขารองรับเครน” หลุดร่วงลงมา สิ่งนี้บ่งชี้ถึงความผิดปกติอย่างร้ายแรงในจุดยึด (Anchoring) หรือการติดตั้งฐานรองรับเครน ซึ่งในทางทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว ไม่ควรจะเกิดการหลุดร่วงได้ง่ายๆ หากการออกแบบและการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมที่ถูกต้อง คำถามที่สำคัญคือ แบบที่คำนวณไว้นั้นมีความถูกต้องและแข็งแรงเพียงพอหรือไม่? หรือมีขั้นตอนสำคัญบางอย่างที่ถูกละเลยหรือข้ามไป?

สำหรับเคสที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 หลักฐานยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น การทรุดตัวของฐานรองรับเครน แสดงให้เห็นถึงการวางตำแหน่งฐานรากที่ไม่ถูกต้องอย่างชัดเจน มีการวางลงบนพื้นผิวที่ไม่สามารถรับน้ำหนักอันมหาศาลของเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ ส่งผลให้โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหวและเกิดการยุบตัว นำไปสู่การหักกลางของเครนในที่สุด

จากหลักฐานทั้งหมดที่ปรากฏ และการวิเคราะห์เชิงลึกของเหล่าวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทางสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เอง เรามีความเห็นที่ตรงกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจาก “ความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างอย่างรุนแรง” และไม่ใช่ “อุบัติเหตุสุดวิสัย” แต่อย่างใด

โครงการรัฐขนาดใหญ่: เขตอันตรายที่ต้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ การที่เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ กับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อาจมองข้ามได้

การเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุดที่เกิดขึ้นได้ แต่เมื่อเราพิจารณาถึงเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในรอบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การถล่มของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), ถนนที่ยุบตัวจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า, เครนถล่มในโครงการรถไฟความเร็วสูงที่สีคิ้ว, ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดบนทางด่วนพระราม 2 ทั้งหมดนี้มีจุดร่วมที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง นั่นคือล้วนเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยภาครัฐทั้งสิ้น

นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า มาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก และอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เราคาดหวัง

3 ปัจจัยหลัก: “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่บ่อนทำลายมาตรฐานวิศวกรรม

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ผมได้จำแนกปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ที่เป็นต้นตอของปัญหามาตรฐานวิศวกรรมที่หย่อนยานในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย ปัจจัยเหล่านี้เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง:

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหาเริ่มตั้งแต่ระดับบนสุด คือ การขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอในกลุ่มวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องจักรที่มีความซับซ้อน เช่น เครน Launcher ซึ่งไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่และทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสมดุลและน้ำหนักที่แม่นยำ

เราพบเห็นบ่อยครั้งที่ผู้ควบคุมเครื่องจักรเหล่านี้ ขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์ที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างปลอดภัย กลับทำงานตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีทักษะและประสบการณ์ที่เพียงพอ คือจุดอ่อนสำคัญ

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: หัวใจของความปลอดภัยในการก่อสร้างอยู่ที่วัสดุและอุปกรณ์ เช่น สลิง, รอก, และนอตยึดต่างๆ การลงพื้นที่สำรวจพบว่า บางกรณีมีการนำเครื่องจักรเก่า หรืออุปกรณ์ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักกลับมาใช้ซ้ำ ทำให้ขาดความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การพบเห็นนอตที่มีเกลียวชำรุดเสียหาย (เกลียวหวาน) หรือนอตที่บิดงอแต่ยังคงถูกนำมาใช้งาน สิ่งเหล่านี้คือความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลยและขาดการตรวจสอบอย่างจริงจัง

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยเฉพาะเครื่องจักร “มือสอง” ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่ง “ระเบิดเวลา” ที่สังคมอาจไม่ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง เครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องจักรที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้มักถูกนำไปขายต่อและอาจมีการดัดแปลง ต่อเติม โดยที่ไม่ได้ผ่านการออกแบบและคำนวณใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานปัจจุบัน การขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ทำให้ยากต่อการควบคุมมาตรฐาน

หน่วยงานภาครัฐในฐานะเจ้าของโครงการและผู้อนุญาต จำเป็นต้องเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบการใช้วัสดุและเครื่องจักรอย่างจริงจัง

ช่องโหว่ในระบบ: กฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ และการรับเหมาช่วงที่ไร้การควบคุม

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ที่หย่อนยาน การตรวจสอบหน้างานที่ไม่เข้มข้น และการละเลยข้อกำหนดทางกฎหมาย แม้กฎหมายจะกำหนดให้ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในความเป็นจริง วิศวกรท่านนั้นมีความรู้ความเข้าใจในเครื่องจักรและเทคนิคการก่อสร้างที่ใช้จริงหรือไม่?

ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ กฎหมายที่ยังคงมีช่องโหว่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการขึ้นทะเบียนเครน และระบบการจ้างช่วง (Subcontracting) ในปัจจุบัน บริษัทผู้รับเหมาหลักมักไม่ดำเนินการก่อสร้างด้วยตนเองทั้งหมด แต่จะกระจายงานต่อให้กับผู้รับเหมาช่วงอีกทอดหนึ่ง ทำให้เกิดการรับงานเป็นทอดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งในตัวมันเองไม่ผิด แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้รับเหมาช่วงขาดความสำนึกในวิชาชีพ และละเลยหลักการด้านความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับต้นทุนเป็นอันดับแรก

การตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอและเข้มข้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง วิศวกรในฐานะผู้มีใบอนุญาตและลายเซ็นรับรองความถูกต้องของแบบ มีบทบาทสำคัญ แต่ในภาคปฏิบัติ หลายครั้งกลับพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นแตกต่างจากเอกสารทางวิชาการอย่างสิ้นเชิง

บทลงโทษต้องหนักหน่วง: “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่

การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จำเป็นต้องยกระดับ “มาตรฐาน” ของผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับเครน ให้มีความเข้มงวดเทียบเท่ากับวิศวกร โดยการนำเสนอแนวคิด “4 ผู้” ที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ 1. ผู้ให้สัญญาณเครน, 2. ผู้ยึดเกาะวัสดุ, 3. ผู้บังคับรถเครน, และ 4. ผู้ควบคุมเครน

ในความเป็นจริง เรามักพบว่าแรงงานที่ขาดทักษะและประสบการณ์ถูกนำมาทำหน้าที่เหล่านี้แทน โดยไม่มีการตรวจสอบจากหน่วยงานเจ้าของโครงการอย่างเพียงพอ

ที่สำคัญที่สุดคือ “บทลงโทษ” ต้องมีความจริงจังและเด็ดขาด การละเลยมาตรฐานจนนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง ควรได้รับการลงโทษที่หนักหน่วง เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์

ปัจจุบัน ระบบ “Blacklist” ที่เข้มข้นยังคงเป็นสิ่งที่เราขาดแคลน การจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการตัดแต้ม เป็นมาตรการที่อ่อนแอเกินไป แม้มีการออกกฎกระทรวงเมื่อไม่นานมานี้ ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ล่าช้า การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย เช่น การปิดบริษัทที่มีปัญหา แล้วไปตั้งบริษัทใหม่เพื่อประมูลงาน เป็นสิ่งที่รัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

กังวล “นอมินีทุนต่างชาติ” ที่แฝงตัวในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลใจอย่างมากในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ คือการที่กลุ่มทุนต่างชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยใช้ “นอมินี” หรือบริษัทไทยเป็นตัวแทนในการประมูลงาน ซึ่งมักทำในรูปแบบ Joint Venture (JV)

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การใช้วิธีการ “ตัดราคา” การประมูลที่ต่ำเกินจริง เพื่อให้ได้งานมา ซึ่งผู้รับเหมาไทยบางส่วนก็ยินยอม เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไร โดยไม่ต้องลงมือลงแรงเอง

ผลกระทบที่ตามมาคือ “ความปลอดภัย” และ “มาตรฐานงาน” ที่ถูกลดทอนลงอย่างมาก ทั้งจากฝั่งแรงงาน, อุปกรณ์, และเครื่องจักร เนื่องจากต้นทุนถูกกดให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถเสนอราคาประมูลที่แข่งขันได้

“กระดุม 3 เม็ด” ทางออกเร่งด่วนเพื่อยุติฝันร้ายบนไซต์งานก่อสร้าง

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศอย่างแท้จริง สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที:

เม็ดแรก: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ต้องจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีอำนาจอย่างแท้จริง เพื่อทำการตรวจสอบและหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรมอย่างรอบด้าน การตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอง อาจนำไปสู่ความบิดเบือนของข้อมูล และทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างแท้จริง

เม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาดและเป็นบรรทัดฐาน: ต้องมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” อย่างแท้จริง บริษัทหรือผู้ที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรได้รับการลงโทษที่รุนแรง เช่น การพักใบอนุญาต หรือการตัดสิทธิ์ในการเข้าประมูลงานอย่างถาวร การลงโทษที่จริงจังเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความเกรงกลัวและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในวงการก่อสร้างได้

เม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้: รัฐต้องรู้เท่าทันกลยุทธ์การลดต้นทุนของผู้รับเหมา และรีบออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมการจ้างช่วงให้เป็นไปตามมาตรฐาน ความล่าช้าของกระบวนการราชการไม่ควรเป็นอุปสรรคหรือข้ออ้างอีกต่อไป

ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด การแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจังและทันท่วงที คือภาระหน้าที่ที่เราทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของประเทศจะสามารถส่งมอบประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

หากคุณคือผู้ที่ใส่ใจในคุณภาพและความปลอดภัยของการก่อสร้าง หรือกำลังเผชิญกับความท้าทายในแวดวงนี้ อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำปรึกษา การร่วมมือกันคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง.

Previous Post

D2701116 สารพ ดล กค าน ยเส านบ ฟเฟต ชาบ นะไม ใช โรงทา part2

Next Post

D2701120 เม ยท องแล วต วเหม นผ วเลยไมม อยากนอนด วย (ละครส part2

Next Post
D2701120 เม ยท องแล วต วเหม นผ วเลยไมม อยากนอนด วย (ละครส part2

D2701120 เม ยท องแล วต วเหม นผ วเลยไมม อยากนอนด วย (ละครส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.