• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701106 ทาหรณ นอนย ดไส (ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701106 ทาหรณ นอนย ดไส (ละครส น) หน งส นด BSC part2

วิศวกรโครงสร้างฯ ชี้เหตุเครนถล่ม: ไม่ใช่โชคร้าย แต่เป็นความบกพร่องร้ายแรงที่ต้องแก้ไข

คำเตือน: บทความนี้มีเนื้อหาเชิงเทคนิคและวิชาการ อาจมีคำศัพท์เฉพาะทางวิศวกรรม

ในโลกของการก่อสร้างขนาดใหญ่ โครงการสาธารณูปโภคถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ นำมาซึ่งความสะดวกสบายและโอกาสในการเติบโต อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความก้าวหน้าเหล่านี้ ยังคงมีความเสี่ยงแฝงเร้นที่อาจนำมาซึ่งโศกนาฏกรรม สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน เหตุการณ์เครนถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ปลุกให้สังคมตื่นตัวและตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในวงการก่อสร้างของไทย

ในฐานะวิศวกรโครงสร้างผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 10 ปี ผมได้เห็นพัฒนาการและความท้าทายในอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด ผมเชื่อว่าการพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง โดยอาศัยหลักการทางวิศวกรรมและข้อเท็จจริง จะนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ไขเฉพาะหน้า

แยกแยะ “โชคร้าย” กับ “ความบกพร่อง”: มุมมองทางวิศวกรรม

เมื่อเกิดเหตุการณ์เครนถล่ม สิ่งแรกที่หลายคนมักนึกถึงคือ “โชคร้าย” หรือ “อุบัติเหตุ” แต่ในมุมมองทางวิศวกรรม เราจำเป็นต้องแยกแยะระหว่างปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงาน

เหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ได้มีปัจจัยจากพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือแผ่นดินไหว การตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไป ทำให้เราเหลือเพียงสองทางเลือก คือ “อุบัติเหตุ” ที่เกิดจากความสุดวิสัย หรือ “ความบกพร่อง” ที่เกิดจากความผิดพลาดในการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง หรือการใช้งาน

จากประสบการณ์และความรู้ทางวิศวกรรมที่สั่งสมมา ผมขอยืนยันว่า เหตุการณ์เครนถล่มหลายครั้งที่ผ่านมา “ไม่ใช่” เรื่องของความสุดวิสัย แต่คือ “ความบกพร่องอย่างรุนแรง” ในขั้นตอนการก่อสร้าง

วิเคราะห์เจาะลึก “ความบกพร่อง” จากเหตุการณ์จริง

หากเราพิจารณาในรายละเอียดทางเทคนิคของแต่ละกรณี จะพบข้อบ่งชี้ถึงความผิดพลาดที่ชัดเจน

กรณีขารองรับเครนถล่ม: ในทางวิศวกรรม โครงสร้างรองรับเครนควรมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักและแรงกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานได้ การที่ขารองรับเครน “หลุด” หรือ “ร่วง” ลงมาได้อย่างง่ายดาย ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับ “จุดยึด” (Anchoring) ว่ามีการคำนวณและติดตั้งตามแบบหรือไม่ หรือมีการข้ามขั้นตอนการตรวจสอบที่สำคัญไป
กรณีฐานเครนทรุดตัว: ภาพเหตุการณ์ที่เห็นขารองรับเครนเกิดการทรุดตัว แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ต้นตอ คือการวางฐานเครนในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม บนพื้นผิวที่ไม่สามารถรับน้ำหนักที่ออกแบบไว้ได้ เมื่อโครงสร้างฐานไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้เพียงพอ เกิดการยุบตัว ส่งผลให้โครงสร้างเครนเสียสมดุล และเกิดการหักกลางในที่สุด

จากการตรวจสอบทางวิศวกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่านและสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจาก “ความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้าง” มากกว่าที่จะเป็น “อุบัติเหตุ” ที่ควบคุมไม่ได้

โครงการใหญ่ภาครัฐ: เขตอันตรายที่ต้องจับตา

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าเหตุการณ์เครนถล่ม คือการที่อุบัติเหตุลักษณะนี้มักเกิดขึ้นซ้ำกับ “โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ” บ่อยครั้งจนกลายเป็นสถิติที่ชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม

หากเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เราอาจมองว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงซ้ำถึง 4 ครั้งใหญ่ภายในรอบปี ตั้งแต่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม, ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า, เครนถล่มจากการสร้างรถไฟความเร็วสูงที่สีคิ้ว, ไปจนถึงเครนถล่มจากการสร้างทางด่วนคร่อมถนนพระราม 2 ล้วนมีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างน่าสังเกต คือเป็นโครงการก่อสร้างภาครัฐทั้งหมด และเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน

เหตุการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือน “สัญญาณเตือน” ที่บ่งบอกถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับ “มาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในระดับสากล” สำหรับโครงการใหญ่ ๆ ของประเทศ

สามเหลี่ยมแห่งหายนะ: 3 ปัจจัยหลัก ต้นตอความบกพร่องในไซต์งาน

ผมได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยในโครงการขนาดใหญ่หย่อนยานจนถึงขั้นวิกฤต ออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ที่เปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่เป็นต้นตอของปัญหา

ปัจจัยด้านบุคลากร: ปัญหานี้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบนสุดคือวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงาน ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เช่น คนขับเครน และแรงงานทั่วไป

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: เครน Launcher หรือเครนยกรถไฟ เป็นเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนสูง ไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ได้ ทำงานในที่สูง ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการสมดุล แรงบิด และพลศาสตร์
ขาดความรู้ด้านวิศวกรรม: สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในหน้างานคือ การนำผู้ปฏิบัติงานที่ขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์ มาทำหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรเหล่านี้ การทำงานตามความเคยชินโดยปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
การขาดการฝึกอบรมที่เข้มข้น: แม้แต่ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ผู้ให้สัญญาณเครน, ผู้ยึดเกาะวัสดุ, ผู้บังคับรถเครน, และผู้ควบคุมเครน ควรได้รับการรับรองและฝึกอบรมอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานสากล (ระบบ “4 ผู้”) แต่ในความเป็นจริง เรามักพบเห็นการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาปฏิบัติหน้าที่แทน

ปัจจัยด้านวัสดุและอุปกรณ์: ความปลอดภัยในการก่อสร้างขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น สลิง, รอก, นอตยึด ซึ่งเปรียบเสมือน “หัวใจ” ของความปลอดภัย

การใช้อุปกรณ์เก่าซ้ำ: เคยพบเห็นการนำเครื่องจักรเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก มาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่มีการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียด ซึ่งส่งผลให้ขาดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน
การละเลยสภาพอุปกรณ์: นอตบางตัวที่ “เกลียวหวาน” จนไม่เหลือสภาพ หรือนอตบางตัวที่ “คดงอ” ก็ยังถูกนำมาใช้งานต่อ สิ่งเหล่านี้คือการละเลยที่เพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาล

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: เครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากล เป็น “ระเบิดเวลา” ที่สังคมอาจไม่ทราบ

เครนมือสองจากต่างประเทศ: เครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในประเทศไทย เป็นเครื่องจักร “มือสอง” ที่ซื้อมาจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น เครื่องจักรเหล่านี้มักถูกขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติม โดยไม่มีการออกแบบคำนวณใหม่ตามหลักวิศวกรรม
ขาดระบบทะเบียนเครื่องจักร: ประเทศไทยยังขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบประวัติและมาตรฐานของเครื่องจักรที่ใช้งาน

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการรับเหมาช่วง: ปัญหาเชิงระบบ

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายเสียทีเดียว แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหย่อนยานในการตรวจสอบ

การตรวจสอบที่ไม่เข้มงวด: แม้กฎหมายจะบังคับให้มีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในความเป็นจริง หน้างานมีวิศวกรจริงหรือไม่? และวิศวกรคนนั้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครน Launcher โดยเฉพาะหรือไม่?
การรับเหมาช่วง (Subcontracting): ปัจจุบัน บริษัทใหญ่ที่ประมูลงานได้ มักจะไม่ลงมือทำเอง แต่จะจ้างช่วงต่อให้ผู้รับเหมาเจ้าอื่น ๆ กระจายงานกันทำ การรับเหมาช่วงไม่ใช่สิ่งผิด หากกลุ่มผู้รับเหมาช่วงมีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ และยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยสากล แต่ในทางปฏิบัติ การรับงานเป็นทอดๆ มักนำไปสู่การลดต้นทุนด้านความปลอดภัย
ขาดระบบ Blacklist ที่เข้มข้น: ระบบการจัดชั้นผู้รับเหมา หรือการลดชั้น/ตัดแต้ม เป็นเพียงมาตรการที่ไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร เรายังขาดระบบ Blacklist ที่เข้มข้นสำหรับบริษัทที่กระทำผิดซ้ำ การออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ถือว่าล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

บทลงโทษต้องหนักหน่วง: “เชือดไก่ให้ลิงดู”

การแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อยกระดับ “มาตรฐาน” ของผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ให้สัญญาณเครน ไปจนถึงผู้ควบคุมเครน

มาตรฐาน “4 ผู้”: ควรมีระบบการรับรองและฝึกอบรมที่เข้มข้นสำหรับ “ผู้ให้สัญญาณเครน”, “ผู้ยึดเกาะวัสดุ”, “ผู้บังคับรถเครน”, และ “ผู้ควบคุมเครน” เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนมีความรู้และทักษะที่จำเป็น
บทลงโทษที่ศักดิ์สิทธิ์: สำหรับความบกพร่องที่รุนแรง บทลงโทษต้องสะท้อนถึงความร้ายแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น การ “เชือดไก่ให้ลิงดู” จะช่วยสร้างบรรทัดฐานและป้องปรามการกระทำผิดซ้ำ
การจัดการกับนอมินีทุนต่างชาติ: ข้อกังวลที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเข้ามาของทุนต่างชาติในรูปแบบ “นอมินี” ที่ร่วมทุน (Joint Venture) กับผู้รับเหมาไทย โดยใช้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการหลัก ปัญหาที่ตามมาคือการตัดราคาประมูลต่ำเกินจริง เพื่อชิงงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมาตรฐานความปลอดภัยของงาน ต้นทุนแรงงาน และคุณภาพของเครื่องจักร

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด”: ทางออกเร่งด่วนสำหรับวิกฤตความปลอดภัย

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนท้องถนนและไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ขอเสนอแนวทางแก้ไขเร่งด่วนที่เปรียบเสมือน “กระดุม 3 เม็ด”

กระดุมเม็ดที่ 1: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: จัดตั้ง “คณะกรรมการที่เป็นกลาง” โดยแท้จริง ไม่ใช่การตรวจสอบภายในหน่วยงานเอง เพื่อหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรมอย่างตรงไปตรงมา หากจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบบิดเบี้ยว เราจะไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระดุมเม็ดที่ 2: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ใช้มาตรการลงโทษที่เข้มงวด เช่น การพักใบอนุญาต หรือการตัดสิทธิการเข้าร่วมประมูลงานอย่างถาวร สำหรับบริษัทที่กระทำผิดซ้ำ
กระดุมเม็ดที่ 3: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐบาลต้องเท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา และออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การบังคับใช้การขึ้นทะเบียนเครื่องจักร และการควบคุมการจ้างช่วงให้มีประสิทธิภาพ

อย่าให้ “ขั้นตอนราชการ” กลายเป็นอุปสรรค หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการล่าช้าของการแก้ไขปัญหา ความปลอดภัยของประชาชน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

หากคุณคือผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา วิศวกร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการก่อสร้าง มาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้ไปด้วยกัน ติดต่อสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และหาแนวทางสร้างสรรค์อนาคตการก่อสร้างที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับประเทศไทย

Previous Post

D2701101 คนด ๆท ไหนขโมยเง นขอทาน(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2701107 ตสำน ก(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post
D2701107 ตสำน ก(ละครส น) หน งส นด BSC part2

D2701107 ตสำน ก(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.