• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701099 เก บเง นว นละ60บาท เพ อก นชาบ (ละครส น) หน งส part2

admin79 by admin79
January 27, 2026
in Uncategorized
0
D2701099 เก บเง นว นละ60บาท เพ อก นชาบ (ละครส น) หน งส part2

วิศวกรโครงสร้างแฉ! เครนถล่มไม่ใช่โชคร้าย แต่เป็น “ความบกพร่องร้ายแรง” ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไทย

บทนำ

ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด โครงการยักษ์ใหญ่ผุดขึ้นทั่วประเทศ แต่ทว่า เบื้องหลังความเจริญก้าวหน้าเหล่านั้น กลับซ่อนเร้นไปด้วยความเสี่ยงและภัยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประสบภัยต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เหตุการณ์เครนถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นฝันร้ายที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงลึกในวงการก่อสร้างไทย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 10 ปี เพื่อเจาะลึกถึงสาเหตุ ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ และแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกต่อไป

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “ความบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ”

ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ ได้เน้นย้ำว่า เหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องของโชคลางหรือเคราะห์กรรม แต่เป็นผลลัพธ์ที่มาจาก “ความบกพร่อง” ในกระบวนการก่อสร้างอย่างชัดเจน ท่านได้กล่าวว่า “เราต้องแยกแยะระหว่าง ‘ดวง’ กับ ‘ความจริงทางวิศวกรรม’ ให้ชัดเจน” เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมในวันเกิดเหตุที่ปราศจากปัจจัยธรรมชาติรุนแรง เช่น พายุ แผ่นดินไหว หรือฝนตกหนัก จนเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดว่าอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่ในทางวิศวกรรมแล้ว คำว่า “อุบัติเหตุ” มีนิยามที่เฉพาะเจาะจง คือ การกระทำที่ได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่ยังมีปัจจัยที่เหนือการควบคุมเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เคสที่เกิดขึ้นนี้ ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้างอย่างรุนแรง” ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าวย้ำ การพิจารณารายละเอียดทางเทคนิคของเหตุการณ์แรก ที่ “ขารองรับเครน” หลุดร่วงลงมานั้น ในทางวิศวกรรมไม่ควรเกิดขึ้นได้ง่ายๆ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับ “จุดยึด” หรือ Anchoring ว่ามีความแข็งแรงตามที่คำนวณไว้ในแบบหรือไม่ หรือมีการละเว้นขั้นตอนการตรวจสอบที่สำคัญไป

“สำหรับเคสที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 หลักฐานปรากฏชัดเจนมาก คือ ขารองรับเครนเกิดการทรุดตัว สาเหตุเกิดจากการวางฐานในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ไปวางบนจุดที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ส่งผลให้โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เกิดการยุบตัว และสุดท้ายนำไปสู่การหักกลางของเครน”

จากหลักฐานและการตรวจสอบเบื้องต้น วิศวกรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านและสมาคมฯ ต่างเห็นพ้องกันว่า มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากความบกพร่องในขั้นตอนการก่อสร้าง มากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุโดยธรรมชาติ

โครงการใหญ่ภาครัฐ: เขตอันตรายที่ถูกละเลย?

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เหตุการณ์อุบัติเหตุซ้ำซากมักเกิดขึ้นกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จนกลายเป็นสถิติที่สะท้อนถึง “วิกฤตเชิงนโยบาย” ที่รัฐไม่ควรมองข้าม ศาสตราจารย์ ดร.อมร ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติว่า “ถ้าพลาดครั้งเดียว เราอาจมองเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุด แต่การที่เกิดขึ้นซ้ำถึง 4 ครั้งใหญ่ในรอบปี ตั้งแต่ตึก สตง.ถล่ม ถนนยุบจากการสร้างรถไฟฟ้า เครนถล่มจากการสร้างรถไฟไฮสปีดทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว และเครนถล่มจากการสร้างทางด่วนคร่อมพระรามสอง”

สิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง คือ โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นโครงการภาครัฐ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน “ถือเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในระดับสากลกับโครงการใหญ่ ๆ ของประเทศ”

ปัจจัย 3 เสาหลักแห่งหายนะ: รากเหง้าของความบกพร่อง

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ได้จำแนกสาเหตุที่ทำให้มาตรฐานวิศวกรรมของไทยหย่อนยานถึงขั้นวิกฤต ออกเป็น 3 ปัจจัยหลัก ซึ่งเปรียบเสมือน “สามเหลี่ยมแห่งหายนะ” ที่เกาะเกี่ยวกันอยู่:

ปัจจัยด้านบุคลากร: ตั้งแต่ระดับบนสุดอย่างวิศวกร จนถึงผู้ปฏิบัติงานหน้างาน เช่น คนขับเครน และแรงงานทั่วไป ปัญหาสำคัญคือ “เครน Launcher” ซึ่งไม่ใช่เครื่องจักรที่ตั้งอยู่กับที่เหมือนปั้นจั่นทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรที่เคลื่อนที่และทำงานในที่สูง มีความซับซ้อนของสมดุลและน้ำหนัก การควบคุมเครื่องจักรประเภทนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่พบเห็นบ่อยครั้งคือ ผู้ควบคุมเครื่องจักรขาดความรู้ความเข้าใจในหลักสถิตยศาสตร์และพลศาสตร์เพียงพอ ทำงานตามความเคยชิน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์: หัวใจสำคัญของความปลอดภัยอยู่ที่วัสดุอุปกรณ์ เช่น สลิง รอก นอตยึด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเห็นการนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ขาดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน นอตบางตัวเกลียวหวานจนไม่เหลือสภาพ หรือบางตัวคดงอก็ยังถูกนำมาใช้งานต่อ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลยอย่างชัดเจน

ปัจจัยด้านเครื่องจักร: การใช้เครื่องจักรมือสองที่ขาดมาตรฐานสากลเป็น “ระเบิดเวลา” ที่น่าจับตา ปัจจุบันเครน Launcher จำนวนมากที่ใช้ในไทยเป็นเครื่องจักรมือสองที่ซื้อจากต่างประเทศ เมื่อโครงการหนึ่งเสร็จสิ้น ก็มีการขายต่อและนำมาดัดแปลงต่อเติม โดยไม่ได้ผ่านการออกแบบคำนวณใหม่ การขาดระบบการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ชัดเจน ทำให้หน่วยงานรัฐในฐานะเจ้าของโครงการไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มงวด

ช่องโหว่ในระบบ: กฎหมาย การบังคับใช้ และการรับเหมาช่วง

ศาสตราจารย์ ดร.อมร ชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่ “การบังคับใช้” ที่ยังหย่อนยาน ขาดการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ แม้กฎหมายจะบังคับให้มีวิศวกรควบคุมงาน แต่ในทางปฏิบัติ วิศวกรคนดังกล่าวมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครน Launcher จริงหรือไม่ ยังเป็นคำถามสำคัญ

สิ่งที่ยังขาดหายไปอย่างแท้จริงคือ “การขึ้นทะเบียนเครน” และ “การควบคุมการจ้างช่วง” (Subcontract) ในปัจจุบัน บริษัทขนาดใหญ่ที่ประมูลงานได้ มักจะไม่ได้ลงมือทำเองทั้งหมด แต่จะมีการจ้างต่อให้ผู้รับเหมารายย่อยกระจายงานกันไป การรับงานเป็นทอด ๆ นี้ไม่ผิด ถ้ากลุ่มผู้รับเหมามีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ และยึดถือความปลอดภัยเป็นสำคัญตามมาตรฐานสากล

การตรวจไซต์งานก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิศวกรเป็นวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และลายเซ็นในเอกสารรับรองความถูกต้องของแบบ แต่ในภาคปฏิบัตินั้น “เป็นคนละเรื่อง”

บทลงโทษที่ต้อง “เชือดไก่ให้ลิงดู”: สร้างความเข้มแข็งและความยำเกรง

การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องมีความจริงจังและยกระดับ “มาตรฐาน” ของผู้ปฏิบัติงานเครนให้เทียบเท่าวิศวกร โดยใช้หลักการ “4 ผู้” ที่ผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด ได้แก่ 1. ผู้ให้สัญญาณเครน 2. ผู้ยึดเกาะวัสดุ 3. ผู้บังคับรถเครน และ 4. ผู้ควบคุมเครน “ในหน้างานจริง มักพบว่ามีการใช้แรงงานที่ขาดทักษะมาทำหน้าที่แทน คำถามคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่”

บทลงโทษต้องมีความหนักหน่วงและเด็ดขาด เมื่อเกิดความบกพร่องรุนแรง กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ “เรายังไม่มีระบบ Blacklist ที่เข้มข้น ที่ผ่านมาเป็นเพียงการจัดชั้นผู้รับเหมา ไม่ใช่การลงโทษอย่างแท้จริง การลดชั้นหรือตัดแต้ม เพิ่งจะมีการออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ซึ่งถือว่าช้าเกินไป”

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้รับเหมาบางรายอาจใช้วิธีเลี่ยงกฎหมาย โดยการปิดบริษัทที่มีปัญหา แล้วก่อตั้งบริษัทใหม่ เปลี่ยนชื่อ และกลับมาประมูลงานใหม่ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

ความกังวลต่อ “ทุนนอมินี” และการแข่งขันที่บิดเบือน

อีกประเด็นที่นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แสดงความกังวลเป็นอย่างยิ่ง คือ การที่ “ทุนต่างชาติ” แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบ “นอมินี” เพื่อรับงานโครงสร้างพื้นฐานในไทยมากขึ้น โดยใช้วิธี Joint Venture (JV) กับผู้รับเหมาไทย และให้บริษัทไทยออกหน้า ปัญหาที่ตามมาคือ “การตัดราคาประมูลต่ำเกินจริง” เพื่อแย่งชิงงาน ผู้รับเหมาไทยบางรายยอมรับข้อเสนอนี้ เพราะต้องการส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ “ความปลอดภัยและมาตรฐานงาน” ที่ต้องลดทอนลง เพื่อให้เป็นไปตามต้นทุนที่ถูกกดให้ต่ำสุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความปลอดภัยของโครงการโดยรวม

ข้อเสนอ “กระดุม 3 เม็ด”: ทางออกเร่งด่วนเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย

หากรัฐบาลต้องการยุติฝันร้ายบนถนนพระราม 2 และไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ สมาคมฯ ได้เสนอแนวทางแก้ไขเร่งด่วนที่เรียกว่า “กระดุม 3 เม็ด” ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที:

กระดุมเม็ดแรก: ค้นหาความจริงโดยคนกลาง: ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางอย่างแท้จริง เพื่อทำการตรวจสอบและค้นหาสาเหตุเชิงลึกทางวิศวกรรม หากจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ผิดพลาด การแก้ปัญหาทั้งหมดก็จะบิดเบี้ยวไป

กระดุมเม็ดที่สอง: บทลงโทษที่เด็ดขาด: ต้อง “เชือดไก่ให้ลิงดู” อย่างจริงจัง บริษัทที่กระทำผิดซ้ำซาก ควรถูกพักใบอนุญาต หรือตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมการประมูลงานอย่างถาวร เพื่อสร้างความยำเกรงและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

กระดุมเม็ดที่สาม: เร่งปิดช่องโหว่กฎหมาย: รัฐบาลต้องเท่าทันเทคนิคการลดต้นทุนของผู้รับเหมา และออกกฎกระทรวงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการบังคับใช้ “การขึ้นทะเบียนเครื่องจักร” และ “การควบคุมการจ้างช่วง” ให้มีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมสามารถดำเนินการออกกฎกระทรวงดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน หากมีความตั้งใจจริง

อย่าปล่อยให้ขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน กลายเป็นอุปสรรคหรือข้ออ้างในการพัฒนาความปลอดภัยของโครงการโครงสร้างพื้นฐานไทยอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันสร้างอนาคตการก่อสร้างที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือสำหรับทุกคน

หากท่านต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างที่ปลอดภัย หรือการประเมินความเสี่ยงในงานก่อสร้าง โปรดติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโครงการของท่าน.

Previous Post

D2701098 วยเต ยวบ ฟเฟ กะละม องเอาให ม(ละครส part2

Next Post

D2701100 บรถอย ๆด นม เด กมาให เล ยง(ละครส น) หน งส part2

Next Post
D2701100 บรถอย ๆด นม เด กมาให เล ยง(ละครส น) หน งส part2

D2701100 บรถอย ๆด นม เด กมาให เล ยง(ละครส น) หน งส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.