ไทย ดินแดนแห่งโอกาส: เตรียมพร้อมรับคลื่นการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในภูมิทัศน์การลงทุนของประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 จนถึงต้นปี 2569 นี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสอันมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่กำลังปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของตนเองครั้งใหญ่ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการลงทุนทั่วโลก และแน่นอนว่า “นิคมอุตสาหกรรมไทย” คือหนึ่งในผู้ที่เตรียมพร้อมและมีศักยภาพในการคว้าส่วนแบ่งการตลาดนี้
ภาพรวมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทย: การเติบโตที่จับต้องได้
จากข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม ณ สิ้นปี 2568 แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย แม้จะมีบางช่วงที่ชะลอตัวไปบ้างในช่วงต้นถึงกลางปี 2568 เนื่องมาจากความผันผวนของอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ แต่โดยรวมแล้ว ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม: สิ้นปี 2568 มีที่ดินนิคมอุตสาหกรรมรวมประมาณ 221,788 ไร่ โดยมีอัตราการครอบครองที่ดิน (Occupancy Rate) ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 93.48% ซึ่งถือว่าลดลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ที่ 91.69% ราคาที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.31 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีที่ดินอีกกว่า 18,367 ไร่ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBFs): ในไตรมาส 4/68 ตลาดโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าไม่มีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด แต่พื้นที่รวมของโรงงานเหล่านี้ยังคงมีจำนวนมากถึง 3.42 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราการว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.53% ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 18.62% จากไตรมาส 3 บ่งบอกถึงความต้องการที่สูงขึ้นและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ
คลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า (RBWs): สำหรับคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า สิ้นปี 2568 มีพื้นที่รวมเพิ่มขึ้นเป็น 6.05 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราการว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.23% ลดลง 11.50% จากไตรมาส 3 สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคโลจิสติกส์และการค้าออนไลน์ที่ขับเคลื่อนความต้องการคลังสินค้า
สหรัฐฯ รีเซ็ตโครงสร้างอุตสาหกรรม: โอกาสทองของไทย
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ ทิศทางการลงทุนของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่กำลังดำเนินนโยบาย “รีเซ็ตโครงสร้างอุตสาหกรรม” ด้วยการอัดฉีดงบประมาณและการลงทุนขนาดมหาศาล เพื่อตอกย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนเหล่านี้จะกระจุกตัวอยู่ใน 5 แกนหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างสูง
AI & Digital Infrastructure: ปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คือหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่ การลงทุนในส่วนนี้หมายถึงการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Centers) เครือข่ายสื่อสารความเร็วสูง และระบบคลาวด์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค
Advanced Manufacturing & Semiconductor: การผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก หลังจากการเผชิญปัญหาขาดแคลนชิปในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนในส่วนนี้จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการผลิตที่มีความซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูง
Energy Security (รวม SMRs – Small Modular Reactors): ความมั่นคงทางพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง สหรัฐฯ กำลังผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพอย่าง Small Modular Reactors (SMRs) เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับอนาคต ซึ่งไทยเองก็กำลังมองหาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและทันสมัย
BioScience & Life Sciences: อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ ถูกยกระดับจากภาคสุขภาพทั่วไป สู่ประเด็นความมั่นคงของชาติ การลงทุนในส่วนนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการผลิตเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูง
Defense & Security Technology: เทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงบประมาณกลาโหม แต่รวมถึงเทคโนโลยีแกนกลางที่เชื่อมโยงกับ AI พลังงาน เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ การลงทุนในส่วนนี้สะท้อนถึงแนวโน้มของโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “De-risking” (การลดความเสี่ยง) และ “Friend-shoring” (การกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตรที่เชื่อถือได้)
“พงษ์พันธ์” ย้ำว่า “โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่ต้องอาศัย AI และ Semiconductor ที่ต้องการพลังงานปริมาณมหาศาลและมีความเสถียร SMRs จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ ขณะที่ BioScience ก็ทวีความสำคัญในฐานะความมั่นคงของประเทศ ด้าน Defense & Security Technology ก็เป็นเทคโนโลยีหลักที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เราเห็นแนวโน้มของการลดความเสี่ยงและกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศที่พร้อม เชื่อถือได้ และปลอดภัยในเชิงยุทธศาสตร์”
ไทย: Ecosystem ที่ครบครันพร้อมสำหรับโอกาส
สำหรับประเทศไทย ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งโอกาสเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง เรามี “Ecosystem” หรือระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอาเซียน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นิคมอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั่วภูมิภาค ท่าเรือน้ำลึกที่ทันสมัย ซัพพลายเชนระดับภูมิภาค และที่สำคัญคือประสบการณ์อันยาวนานในการผลิตให้กับอุตสาหกรรมระดับโลก
ในขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเลือกที่จะเก็บงานวิจัยพัฒนา (R&D) และเทคโนโลยีแกนหลัก (Core Technology) ไว้ในประเทศตนเอง พวกเขาก็พร้อมที่จะกระจายงานด้านการผลิต การประกอบ และการขยายกำลังการผลิตออกไปยังนอกประเทศ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก การอัดฉีดงบประมาณการลงทุนของสหรัฐฯในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 นี้ จึงเป็นโอกาสทองที่ประเทศที่มีความพร้อมด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี AI และซัพพลายเชน จะสามารถคว้าไว้ได้
4 ด้านที่ไทยต้องเร่งปรับปรุงเพื่อคว้าโอกาสลงทุนจากสหรัฐฯ
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็น “Strategic Industrial & Logistics Hub” หรือศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องเร่งยกระดับความพร้อมใน 4 ด้านหลัก ดังนี้:
ความพร้อมด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า: นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก และมีความเสถียรอย่างต่อเนื่อง การวางแผนพลังงานระยะยาว การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย และการส่งเสริมพลังงานสะอาด จะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และ Advanced Manufacturing
นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูง: เราจำเป็นต้องยกระดับนิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ให้มีระบบและเทคโนโลยีที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่
ความรวดเร็วในการอนุมัติและนโยบายที่ชัดเจน: ขั้นตอนการอนุมัติที่ล่าช้าและนโยบายที่ขาดความชัดเจน คืออุปสรรคสำคัญของการลงทุน การปรับปรุงกระบวนการอนุมัติต่างๆ ให้รวดเร็ว โปร่งใส และมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในระดับรัฐบาล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างมหาศาล
การพัฒนาทักษะแรงงาน: การก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ จำเป็นต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะสูงในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ด้านชีววิทยาศาสตร์ และด้านการผลิตขั้นสูง การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การฝึกอบรม และการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืน
อนาคตของอุตสาหกรรมไทย: การเติบโตและความท้าทาย
ในปี 2569 เราคาดการณ์ว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่
Electronics & Semiconductor parts: ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
EV & Battery: อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จะเป็นอีกหนึ่งดาวเด่น
Data Center & Digital Infrastructure: การลงทุนในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด
Bio-manufacturing & Medical Supply: อุตสาหกรรมการผลิตชีวภาพและเวชภัณฑ์จะมีความสำคัญมากขึ้น
Advanced Logistics & Cold Chain: โลจิสติกส์ขั้นสูงและระบบคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิจะขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งในรูปแบบโรงงาน Built-to-Suit ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า การขยายตัวของ Data Center ที่ต้องการพลังงานสูงและความเสถียร รวมถึงคลังสินค้าในทำเลที่เชื่อมต่อกับท่าเรือและสนามบิน การที่ผู้ประกอบการและทำเลสามารถการันตีความพร้อมด้านพลังงาน น้ำสะอาด และสาธารณูปโภคได้อย่างยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงโอกาสนี้
หากเราสามารถเร่งปรับปรุง 4 ด้านหลักตามที่กล่าวมาข้างต้น ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิต สู่การเป็น “Strategic Industrial & Logistics Hub” ที่แท้จริงของภูมิภาค โอกาสในการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ มีอยู่ตรงหน้า การเตรียมความพร้อมเชิงรุก และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในยุคต่อไป
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า! หากคุณคือผู้ประกอบการ ผู้ลงทุน หรือผู้ที่สนใจในโอกาสทางธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม วางแผนกลยุทธ์ และเตรียมความพร้อมของคุณให้เต็มที่ เราพร้อมที่จะร่วมมือกับคุณในการคว้าโอกาสครั้งใหญ่นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม หรือการวางแผนธุรกิจในประเทศไทยได้แล้ววันนี้ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

