ประเทศไทย: สนามลงทุนใหม่ของสหรัฐฯ – 4 ความพร้อมสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญโอกาสครั้งสำคัญ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการอัดฉีดงบประมาณและการลงทุนเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพ
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมไทย: สัญญาณบวกที่มองข้ามไม่ได้
จากการสำรวจล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 พบว่า อัตราการใช้ประโยชน์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการที่ดินภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยอัตราการว่างของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 6.52% ลดลง 8.56% จากไตรมาสก่อนหน้า ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.31 ล้านบาทต่อไร่ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 3% สะท้อนถึงการเติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 18,367 ไร่
ในส่วนของอาคารโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (Ready-Built Factories – RBFs) ตลาดในช่วงไตรมาส 4/2568 ไม่พบซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด แต่พื้นที่รวมยังคงอยู่ที่ประมาณ 3.42 ล้านตารางเมตร โดยมีอัตราการว่างเฉลี่ยลดลงอย่างน่าสนใจอยู่ที่ 9.53% หรือลดลงถึง 18.62% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า (Ready-Built Warehouses – RBWs) ตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2568 มีพื้นที่รวมถึง 6.05 ล้านตารางเมตร และอัตราการว่างเฉลี่ยลดลงถึง 11.50% จากไตรมาส 3/2568 มาอยู่ที่ 15.23% ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า ความต้องการทั้งที่ดินอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูป และคลังสินค้าสำเร็จรูปในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นจากปัจจัยภายนอก แต่ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
5 แกนหลักเศรษฐกิจยุคใหม่: โอกาสทองสำหรับประเทศไทย
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือทิศทางการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ที่กำลัง “รีเซ็ตโครงสร้างอุตสาหกรรม” ครั้งใหญ่ ด้วยการทุ่มงบประมาณและแรงลงทุนมหาศาล เพื่อกำหนดตำแหน่งของสหรัฐฯ ในเวทีโลกยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุนนี้จะครอบคลุม 5 แกนหลักสำคัญ ดังนี้:
AI & Digital Infrastructure: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบดิจิทัล ถือเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต การลงทุนในส่วนนี้จะรวมถึงการพัฒนาเครือข่าย 5G, Data Center, Cloud Computing และระบบสนับสนุน AI ที่จำเป็น
Advanced Manufacturing & Semiconductor: การยกระดับภาคการผลิตสู่ขั้นสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด การลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงนี้จะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
Energy Security (including SMRs): ความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะการผลักดันพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพระยะยาว เช่น Small Modular Reactors (SMRs) ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก การลงทุนในแหล่งพลังงานใหม่นี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
BioScience & Life Sciences: การพัฒนาอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาคการแพทย์ แต่ยังรวมถึงความมั่นคงของประเทศ การลงทุนในด้านนี้จะครอบคลุมถึงการวิจัยและพัฒนาวัคซีน, ยา, ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย
Defense & Security Technology: การลงทุนในเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ไม่ได้หมายถึงเพียงงบประมาณกลาโหม แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีแกนหลักที่เชื่อมโยงกับ AI, พลังงาน, เซมิคอนดักเตอร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
“โลกยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัย AI และ Semiconductor เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการประมวลผล ขณะเดียวกัน ก็ต้องพึ่งพาพลังงานปริมาณมหาศาลและมีความเสถียรในระยะยาว SMRs จึงถูกผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอนาคต ในขณะที่ BioScience ได้รับการยกระดับจากอุตสาหกรรมสุขภาพ ไปสู่ประเด็นความมั่นคงของประเทศ” คุณพงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์, คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ให้มุมมอง
“การลงทุนด้าน Defense & Security Technology ไม่ใช่เพียงแค่งบประมาณทางทหาร แต่เป็นเทคโนโลยีแกนหลักที่เชื่อมโยงกับ AI, พลังงาน, เซมิคอนดักเตอร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำโลกไปสู่ยุค “De-risking” หรือการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และ “Friend-shoring” โดยการกระจายฐานการผลิตออกจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ไปยังประเทศที่มีความพร้อม เชื่อถือได้ และปลอดภัยในเชิงยุทธศาสตร์”
โอกาสทองของไทย: Ecosystem ที่ครบวงจรที่สุดในอาเซียน
สำหรับประเทศไทยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งโอกาสเชิงโครงสร้าง เนื่องจากเรามี “Ecosystem” หรือระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมที่ครบถ้วนที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญ และเครือข่ายซัพพลายเชนระดับภูมิภาค รวมถึงประสบการณ์การผลิตในอุตสาหกรรมระดับโลก
ในขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเลือกที่จะรักษาเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) และการวิจัยพัฒนา (R&D) ไว้ภายในประเทศ พวกเขากลับมีแนวโน้มที่จะกระจายงานด้านการผลิต การประกอบ และการขยายกำลังการผลิตออกนอกประเทศ เพื่อลดต้นทุน และกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่ประเทศไทยจะสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญ
การอัดฉีดงบประมาณการลงทุนของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จึงเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่มีความพร้อมในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง
4 ด้านที่ไทยต้องเร่งเตรียมพร้อม รับมือการลงทุนใหญ่จากสหรัฐฯ
เพื่อคว้าโอกาสครั้งสำคัญนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับความพร้อมใน 4 ด้านหลัก ดังนี้:
ความพร้อมด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า: นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Data Center, Advanced Manufacturing และ EV Battery การมีแหล่งพลังงานที่เพียงพอ เสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดการลงทุนได้มหาศาล โครงการ “นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว” ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือมีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน จะเป็นที่ต้องการอย่างสูง
นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูงรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง: เราต้องการนิคมอุตสาหกรรมที่มีระบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรงงานที่ต้องการระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่แม่นยำ, ระบบไฟฟ้าสำรองที่เสถียร, ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และการจัดการของเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนา “Smart Industrial Estates” ที่ผสานเทคโนโลยี IoT และ AI เข้ากับการบริหารจัดการ จะเป็นก้าวที่สำคัญ
ความรวดเร็วในการอนุมัติและนโยบายที่ชัดเจน: การปรับปรุงกระบวนการขอใบอนุญาตและขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนให้รวดเร็วและโปร่งใส จะช่วยลดความซับซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน นโยบายที่ชัดเจนจากระดับรัฐบาลในระยะยาว ทั้งในด้านการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันการตัดสินใจลงทุน
การพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง, Bio-manufacturing, Advanced Manufacturing และ AI เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อออกแบบหลักสูตรและจัดอบรมที่ตรงจุด จะช่วยสร้างแรงงานคุณภาพสูงที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมยุคใหม่
อุตสาหกรรมเป้าหมายที่น่าจับตา และความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ ของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของสหรัฐฯ ดังนี้:
Electronics & Semiconductor Parts: การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
EV & Battery: อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เป็นอีกภาคส่วนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การลงทุนในส่วนประกอบสำคัญ และการผลิตแบตเตอรี่จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก
Data Center & Digital Infrastructure: ความต้องการ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลดิจิทัล การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง
Bio-manufacturing & Medical Supply: อุตสาหกรรมการผลิตชีวภาพและเวชภัณฑ์ จะเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความมั่นคง
Advanced Logistics & Cold Chain: ความต้องการคลังสินค้าที่ทันสมัยและระบบโลจิสติกส์แบบ Cold Chain ที่มีประสิทธิภาพ จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิ
ดังนั้น ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแบบ Built-to-Suit ขนาดใหญ่ หรือโรงงานที่สั่งสร้างตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า (Customized Factories) จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น การขยายตัวของ Data Center ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าที่สูงและเสถียร รวมถึงคลังสินค้าในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือและสนามบินได้อย่างสะดวก จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถ “การันตี” ในเรื่องของแหล่งพลังงานไฟฟ้า น้ำสะอาด และระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอและเสถียรในระยะยาว จะสามารถเข้าถึงความต้องการของตลาดนี้ได้มากกว่าพื้นที่หรือทำเลที่ยังขาดแคลนหรือไม่พร้อมในปัจจุบัน
ยกระดับบทบาท: จากฐานการผลิตสู่ Strategic Industrial & Logistics Hub
ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทของตนเอง จากการเป็นเพียง “ฐานการผลิต” (Manufacturing Base) ไปสู่การเป็น “Strategic Industrial & Logistics Hub” หรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค นี่คือเป้าหมายที่ต้องเร่งผลักดันให้เป็นรูปธรรม
ในยุคแห่งการ “De-risking” และ “Friend-shoring” นี้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและปลอดภัย การเตรียมความพร้อมใน 4 ด้านหลักข้างต้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสการลงทุนครั้งใหญ่จากสหรัฐฯ และพันธมิตร สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว
การลงทุนภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามาใหม่ จะไม่เพียงแต่สร้างงาน แต่ยังจะนำมาซึ่งเทคโนโลยี ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง
ถึงเวลาแล้ว! ที่ภาคธุรกิจจะร่วมมือกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากร ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งอนาคตอย่างแท้จริง หากท่านเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับศักยภาพของพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ พร้อมทั้งความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและบริการโลจิสติกส์ ติดต่อเราวันนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตครั้งสำคัญของประเทศไทย.

