ประเทศไทย: ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยุคใหม่ ดึงดูดการลงทุนสหรัฐฯ สู่ 5 แกนเศรษฐกิจอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์มากว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์การลงทุนในประเทศไทย ล่าสุดกับแรงขับเคลื่อนมหาศาลจากการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มความคึกคักให้กับตลาดที่ดินนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้สอดรับกับ 5 แกนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่กำลังมาแรง
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมปี 2568: ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากสิ้นปี 2568 สะท้อนภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ โดยมีที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศประมาณ 221,788 ไร่ คิดเป็นอัตราการครอบครองที่ดินกว่า 93.48% ขณะที่พื้นที่โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (Ready-Built Factories – RBFs) มีประมาณ 3.42 ล้านตารางเมตร และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า (Ready-Built Warehouses – RBWs) ขยายตัวสูงถึง 6.05 ล้านตารางเมตร อัตราการว่างเฉลี่ยของ RBFs อยู่ที่ราว 9.53% และ RBWs ที่ 15.23% ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนหน้า
แม้ว่าจะมีช่วงชะลอตัวบ้างในบางไตรมาสของปี 2568 อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่แนวโน้มความต้องการที่ดินนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญ
สหรัฐฯ กับการลงทุนครั้งใหญ่: การปรับโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ นโยบายการลงทุนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ และยกระดับบทบาทของตนเองในเวทีโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยการลงทุนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 5 แกนหลักที่สำคัญ ได้แก่
AI & Digital Infrastructure: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ ความต้องการด้านนี้ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ที่ต้องการพลังงานสูงและเสถียร ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI และระบบคลาวด์ที่ซับซ้อน
Advanced Manufacturing & Semiconductor: การยกระดับภาคการผลิตขั้นสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลัก เพื่อลดการพึ่งพาจากภายนอกและสร้างความมั่นคงด้านเทคโนโลยี
Energy Security (including SMRs): ความมั่นคงทางพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดในยุคที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด การผลักดัน Small Modular Reactors (SMRs) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยุคใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างแหล่งพลังงานที่สะอาด ปลอดภัย และมีเสถียรภาพในระยะยาว
BioScience & Life Sciences: อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และการแพทย์ กำลังถูกยกระดับจากภาคส่วนสุขภาพไปสู่ประเด็นความมั่นคงของชาติ การลงทุนในด้านนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาวัคซีน ยา ไปจนถึงเทคโนโลยีการเกษตรชีวภาพ
Defense & Security Technology: การลงทุนในเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีหลักที่เชื่อมโยงกับ AI พลังงาน เซมิคอนดักเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
“โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการลดความเสี่ยง (De-risking) และการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตรที่มีความพร้อม เชื่อถือได้ และปลอดภัยในเชิงยุทธศาสตร์ (Friend-shoring)” พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์, คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวเสริม
ประเทศไทย: โอกาสเชิงโครงสร้างในฐานะ Strategic Industrial & Logistics Hub
สำหรับประเทศไทย ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งโอกาสเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เรามีทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นิคมอุตสาหกรรมชั้นนำ ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั่วถึง ท่าเรือสำคัญ และประสบการณ์อันยาวนานในการเป็นฐานการผลิตให้กับอุตสาหกรรมระดับโลก
ขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเลือกที่จะเก็บงานวิจัยและพัฒนา (R&D) และเทคโนโลยีหลักไว้ภายในประเทศ การกระจายงานด้านการผลิต การประกอบ และการขยายกำลังการผลิตออกนอกประเทศจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้า
แรงผลักดันจากการลงทุนของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จึงเป็นโอกาสทองของประเทศที่มีความพร้อมในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี AI และห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง
4 ความพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสครั้งสำคัญนี้และก้าวสู่การเป็น Strategic Industrial & Logistics Hub ของภูมิภาคได้อย่างเต็มภาคภูมิ เราจำเป็นต้องเร่งยกระดับและสร้างความชัดเจนใน 4 ด้านหลัก ดังนี้:
ความพร้อมด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า: การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและภาคการผลิตแห่งอนาคต จำเป็นต้องอาศัยแหล่งพลังงานที่มั่นคง มีเสถียรภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับความต้องการที่สูงขึ้นและการใช้พลังงานหมุนเวียนจะเป็นหัวใจสำคัญ
นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูง: การพัฒนาและยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย สามารถรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center, EV Battery Production, และ Advanced Manufacturing เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ความรวดเร็วในการอนุมัติและนโยบายที่ชัดเจน: กระบวนการอนุมัติการลงทุนที่คล่องตัว ชัดเจน และปราศจากอุปสรรค เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน การมีนโยบายที่ชัดเจนและสนับสนุนจากภาครัฐในทุกระดับ ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีไปจนถึงหน่วยงานปฏิบัติการ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
การพัฒนาทักษะแรงงานสู่ยุคใหม่: การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะสูง การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ด้านชีววิทยาศาสตร์ และด้านการผลิตขั้นสูง จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า
เจาะลึกโอกาสลงทุนในภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2569
ปี 2569 จะเป็นปีที่ตลาดอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะเห็นการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของสหรัฐฯ ได้แก่:
Electronics & Semiconductor parts: ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์จะพุ่งสูงขึ้น จากการที่หลายประเทศต้องการกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง
EV & Battery: อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการลงทุนจากพันธมิตรระดับโลก
Data Center & Digital Infrastructure: ความต้องการศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับเทรนด์ AI และ Big Data
Bio-manufacturing & Medical Supply: การผลิตชีวภัณฑ์และเวชภัณฑ์ จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพและความมั่นคง
Advanced Logistics & Cold Chain: ระบบโลจิสติกส์ขั้นสูงและโซ่ความเย็น จะมีความต้องการสูงขึ้น เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่หลากหลายและต้องการการควบคุมอุณหภูมิ
แนวโน้มความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรม
ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานแบบ Built-to-Suit ขนาดใหญ่ ที่ออกแบบและก่อสร้างเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย การขยายตัวของ Data Center ที่ต้องการแหล่งพลังงานที่เสถียรและมีกำลังสูง จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการพื้นที่คลังสินค้าในทำเลที่เชื่อมต่อกับท่าเรือและสนามบินก็จะมีความต้องการสูงขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้า น้ำสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้ในระยะยาว จะสามารถคว้าโอกาสในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวต่อไป: ร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมไทย
การลงทุนจากสหรัฐฯ เป็นเหมือนจุดประกายที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรม หากเราสามารถเตรียมความพร้อมใน 4 ด้านหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะสามารถยกระดับบทบาทของประเทศไทยจากเพียงฐานการผลิต ไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง
ถึงเวลาแล้วที่ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องผนึกกำลังเพื่อคว้าโอกาสครั้งสำคัญนี้ ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การพัฒนานโยบายที่สนับสนุน และการยกระดับศักยภาพของบุคลากร เราจะสามารถปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีอุตสาหกรรมโลก
หากท่านคือหนึ่งในผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสและความท้าทายนี้ และต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมไทย การวางแผนการผลิต หรือการพัฒนากลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตในยุคใหม่ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น

