• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701027 เชฟกระทะพ จนตรอกท เม องกร งมาร งท านนอก (ละ part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2701027 เชฟกระทะพ จนตรอกท เม องกร งมาร งท านนอก (ละ part2

หัวข้อ: กลยุทธ์พลิกเกม ‘แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ รับมือตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2569: มุ่งเน้นสร้างความแข็งแกร่ง ควบคู่การลงทุนเชิงรุกในธุรกิจโรงแรม

บทนำ: ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 – ความท้าทายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมาหลายครั้ง แต่ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน การฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าของเศรษฐกิจไทย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และมาตรการควบคุมสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ล้วนส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การคาดการณ์การฟื้นตัวของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปีนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

สภาวะเช่นนี้ บีบให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับประเทศอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ต้องปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน การมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ลดระดับสินค้าคงค้าง และบริหารจัดการหนี้สินให้มีประสิทธิภาพ กลายเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานในปีนี้

LH เพลย์เซฟ! เปิด 2 โครงการแนวราบ มูลค่า 3.6 พันล้านบาท: ความระมัดระวังในยุคแห่งความไม่แน่นอน

ภายใต้สถานการณ์ที่ยากจะคาดเดา แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ประกาศแผนการดำเนินงานในปี 2569 โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,660 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนถึงความระมัดระวังในการลงทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ

โครงการใหม่ทั้งสองแห่งเป็นโครงการประเภท อสังหาริมทรัพย์แนวราบ ทั้งหมด ได้แก่:

นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก: โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ตั้งอยู่บนพื้นที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต ราคาขายต่อยูนิตอยู่ที่ 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 2,220 ล้านบาท วางแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569 โครงการนี้เน้นตอบสนองกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความหรูหรา

ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน: โครงการบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคาขายต่อยูนิตอยู่ที่ 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 1,440 ล้านบาท วางแผนเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 โครงการนี้มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าครอบครัว ที่มองหาบ้านที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวก

การตัดสินใจชะลอการเปิดโครงการประเภทคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ประการแรกคือ ซัพพลายคอนโดมิเนียม ในตลาดที่ยังมีจำนวนมากเกินความต้องการ ประการที่สองคือ ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูงถึง 30% ในทุกระดับราคา ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอ และความยากลำบากในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค

มองไกลกว่าบ้าน: LH ทุ่มงบ 4.5 พันล้านบาท สู่การลงทุนโรงแรม – ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจบริการ

นอกจากการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยอย่างระมัดระวังแล้ว แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังได้ประกาศแผนการลงทุนเชิงรุกในธุรกิจอื่นๆ โดยได้ตั้งงบประมาณการลงทุนรวมไว้ที่ 4,500 ล้านบาท แบ่งออกเป็น:

การซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย: จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ: จำนวน 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจ โรงแรม ภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ LH แต่เป็นการตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ในการกระจายความเสี่ยง และสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โรงแรม Grande Centre Point Voyage ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของเครือในเมืองพัทยา กำลังจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ ด้วยจำนวนห้องพัก 494 ห้อง และจุดเด่นที่สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรมทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงการ Grande Centre Point Chinatown ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปี 2571 ยิ่งไปกว่านั้น LH ยังวางแผนจะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E Ratio) จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งและแสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน

รายได้และยอดโอนปี 2569: เป้าหมายที่ท้าทายภายใต้บริบทใหม่

แม้จะเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2569 ไว้ดังนี้:

ยอดขาย: 15,000 ล้านบาท
ยอดโอนกรรมสิทธิ์: 17,000 ล้านบาท
รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า (รวมธุรกิจโรงแรม): 9,900 ล้านบาท

เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท ในการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก การกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจโรงแรมและธุรกิจให้เช่า จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: รากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาว

ภายใต้การบริหารจัดการที่รัดกุม แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายไปได้

สภาพคล่อง: บริษัทมีการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงาน และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
สินทรัพย์ลงทุน: การมีสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ประจำ และเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทในระยะยาว
การบริหารหนี้: ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ณ สิ้นปี 2568 มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ 64,000 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าและบริการ: ขุมทรัพย์แห่งอนาคต

ปัจจุบัน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีโครงการที่พัฒนาและอยู่ภายใต้การบริหารจัดการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าและบริการจำนวน 17 แห่ง ประกอบด้วย:

โรงแรม Grande Centre Point: 9 แห่ง เปิดดำเนินการแล้ว, 6 แห่ง ขายเข้ากองทรัสต์, 2 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง
ศูนย์การค้า Terminal 21: 3 แห่ง, 2 แห่ง ขายเข้ากองทรัสต์
อพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกา: 3 แห่ง

แม้ว่ารายได้ในปี 2568 คาดว่าจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง และการขายทรัพย์สินให้เช่าบางส่วนออกไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ที่ลุมพินีและราชดำริเร็วกว่าแผน ได้ช่วยชดเชยรายได้บางส่วน

บทสรุป: กลยุทธ์ที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม

จากประสบการณ์ของผม การที่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปรับกลยุทธ์มาเน้นการประคองตัว ควบคู่ไปกับการลงทุนอย่างรอบคอบในธุรกิจโรงแรม ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะตลาดในปี 2569 การบริหารจัดการต้นทุน การลดระดับสินค้าคงค้าง และการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ LH สามารถผ่านพ้นความท้าทายนี้ไปได้

การลงทุนในธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมกับการเตรียมพร้อมที่จะคว้าโอกาสในการลงทุนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย การมองการณ์ไกล และการปรับตัวอย่างทันท่วงที คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจนี้

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ไทย หรือต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มของ ตลาดบ้านจัดสรร และ ตลาดเช่าอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2569 ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึก หรือค้นหาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ณ วันนี้

Previous Post

D2701026 ปลอมต วเป นต นไม บผ ดเม ยม (ละครส น) หน งส part2

Next Post

D2701028 เม ยซ อนต วในพรมจากผ วใจร าย(ละครส น) หน งส นด part2

Next Post
D2701028 เม ยซ อนต วในพรมจากผ วใจร าย(ละครส น) หน งส นด part2

D2701028 เม ยซ อนต วในพรมจากผ วใจร าย(ละครส น) หน งส นด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.