• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701025 ยางว เศษ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2701025 ยางว เศษ(ละครส น) หน งส นด BSC part2

ไทยแลนด์: ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับกลยุทธ์เน้นความมั่นคง LH ทุ่มงบ 3.6 พันล้าน เปิด 2 โครงการแนวราบ พร้อมรุกหนักธุรกิจโรงแรม

บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ไทย (ประสบการณ์ 10 ปี)

ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่ใช่เพียงแค่การคาดการณ์แนวโน้มตลาดที่ยากลำบาก แต่ยังรวมถึงแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงทรงตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว และนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างต้องปรับกลยุทธ์ เน้นความรอบคอบ และมองหาโอกาสในการกระจายความเสี่ยง

หนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญอย่าง บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ได้ประกาศแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2569 อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการให้เกิดความมั่นคงเป็นหลัก สอดคล้องกับสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยากนี้ โดยบริษัทได้ประกาศเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการแนวราบ สะท้อนให้เห็นถึงการชะลอการลงทุนในตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ที่ปัจจุบันยังมีซัพพลายค้างอยู่จำนวนมาก และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา

“ปี 2569 ยังคงเป็นอีกปีที่เราต้องประคองตัวอย่างเข้มข้น” นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร LH กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางบริษัท “เราให้ความสำคัญกับการลดระดับสินค้าคงค้างและการบริหารจัดการหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการแนวราบ โดยเราได้ชะลอการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ เนื่องจากตลาดยังมีซัพพลายที่รอการระบายค่อนข้างมาก ประกอบกับยอดปฏิเสธสินเชื่อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

ปรับกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน: ลดเปิดโครงการแนวราบ เน้นลงทุนโรงแรม

การปรับลดจำนวนโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2569 ถือเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับภาวะตลาดอย่างยิ่ง โดยนายนพรกล่าวเสริมว่า “ในปี 2568 เราได้เปิดโครงการใหม่ไปถึง 3 โครงการ ด้วยมูลค่ารวม 8,960 ล้านบาท แต่ในปีนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเลื่อนมาจากปีก่อน และอีกหนึ่งโครงการที่เปิดใหม่ ถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี ทั้งนี้ เป็นผลมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น การบริโภคที่ชะลอตัว แม้ว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็เป็นตัวแปรเพิ่มความไม่แน่นอนให้แก่ตลาด”

ภายใต้บริบทดังกล่าว LH จึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยหันมาเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่ามากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคงกว่าในภาวะที่ตลาดที่อยู่อาศัยมีความผันผวนสูง

“เมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา วิกฤตในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่ามาก” นายนพรเปรียบเทียบ “ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 นั้น แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ภาคครัวเรือนยังมีความแข็งแกร่ง และเมื่อมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็สามารถฟื้นตัวได้ แต่ในรอบนี้ กลุ่มลูกค้าในระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้ออ่อนแอ เรายังคงหวังว่าหลังจากการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ จะมีมาตรการที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น”

เปิดตัวโครงการระดับบน: นันทวัน เพรสทีจ และ ชัยพฤกษ์ 3

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวในปี 2569 นี้ ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยนายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ LH ได้ให้รายละเอียดว่า “ในปี 2569 เราจะเปิดตัวโครงการใหม่ระดับกลาง-บน 2 โครงการ ได้แก่ นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury บนเนื้อที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 หลัง ราคาขายตั้งแต่ 60-100 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน มูลค่า 1,440 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Upper-Middle Class บนเนื้อที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคาขาย 10-13 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4”

เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน LH จะมีโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ วันเวลา ณ เจ้าพระยา ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

ทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท: ซื้อที่ดินและลงทุนในธุรกิจโรงแรม

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน LH ได้เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 4,500 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาธุรกิจในปี 2569 โดยแบ่งเป็นการลงทุนเพื่อซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2,000 ล้านบาท และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม

“การลงทุนในธุรกิจโรงแรมเป็นทิศทางที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง” นายอาชวิณกล่าว “เรากำลังลงทุนในโรงแรม Grande Centre Point Voyage ที่พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในเครือ LH ที่พัทยา โดยจะมีขนาด 494 ห้อง และจุดเด่นคือสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งจะใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนตุลาคมนี้”

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนการพัฒนาโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรมของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว

เพื่อสนับสนุนการลงทุนและการดำเนินงาน LH ยังมีแผนที่จะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และบริหารจัดการสภาพคล่อง โดยคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net Gearing Ratio) ของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งและบริหารจัดการได้

เป้าหมายการเงินปี 2569: ยอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท ยอดโอน 1.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2569 LH ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการจะอยู่ที่ประมาณ 9,900 ล้านบาท ซึ่งการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: การบริหารจัดการสภาพคล่องและสินทรัพย์ลงทุน

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน LH ยืนยันถึงความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัทว่า “บริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงมาโดยตลอด จากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพและจากสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย”

“ในปีที่ผ่านมา เราได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อใช้ในการทดแทนหุ้นกู้เดิมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82%”

ปัจจุบัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการของ LH มีโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหาร 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรมในเครือ Grande Centre Point จำนวน 9 แห่งที่เปิดดำเนินการแล้ว ซึ่ง 6 แห่งได้มีการขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และอีก 2 แห่งกำลังก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง โดย 2 แห่งได้ขายเข้ากองทรัสต์แล้ว รวมถึงมีอพาร์ตเมนต์และโรงแรมอีก 3 แห่งในสหรัฐอเมริกา

“แม้ว่าในปีที่ผ่านมา คาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงการที่บริษัทได้ขายทรัพย์สินเพื่อการให้เช่าออกไป ทำให้รายได้จากทรัพย์สินเหล่านั้นหายไป แต่เราก็ได้เปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริ ซึ่งเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงไปได้บางส่วน” นายวิทย์ กล่าว

มองไปข้างหน้า: กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดเพื่อการเติบโตในภาวะตลาดผันผวน

จากทิศทางและแผนการดำเนินงานของ LH ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย การปรับกลยุทธ์จาก “การเร่งขยายตัว” ไปสู่ “การบริหารจัดการเพื่อความมั่นคง” พร้อมกับการกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำอย่างธุรกิจโรงแรม ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบันและอนาคต

แม้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยอาจจะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น แต่ด้วยการบริหารจัดการที่รอบคอบ การรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และการลงทุนในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง LH ยังคงเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย และพร้อมที่จะก้าวผ่านความท้าทายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังพิจารณาถึงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ การติดตามความเคลื่อนไหวและกลยุทธ์ของบริษัทที่มีประสบการณ์และฐานะการเงินแข็งแกร่งเช่น LH ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประกอบการตัดสินใจลงทุนให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Previous Post

D2701024 ชายปร ศนา มาก บของว เศษ (ละครส น) หน งส นด part2

Next Post

D2701026 ปลอมต วเป นต นไม บผ ดเม ยม (ละครส น) หน งส part2

Next Post
D2701026 ปลอมต วเป นต นไม บผ ดเม ยม (ละครส น) หน งส part2

D2701026 ปลอมต วเป นต นไม บผ ดเม ยม (ละครส น) หน งส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.