• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2701006 กำจ cเม ยหลวงแต เม ยน อยมาช วย(ละครส น) หน งส นด part2

admin79 by admin79
January 26, 2026
in Uncategorized
0
D2701006 กำจ cเม ยหลวงแต เม ยน อยมาช วย(ละครส น) หน งส นด part2

เศรษฐกิจไทยปี 2569: กลยุทธ์ “ประคองเกม” ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทาย

ในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกลายเป็น “New Normal” ผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับตัวอย่างมีชั้นเชิง เพื่อฝ่าคลื่นลมที่ถาโถมเข้ามา แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) หนึ่งในผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยภายใต้การนำของนายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ปี 2569 ที่เน้นการ “ประคองเกม” (playing it safe) สวนกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ควบคู่ไปกับการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ความท้าทายรอบด้าน

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยกดดันหลายประการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงต้องเผชิญในปี 2569 ประการแรกคือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังคงเปราะบาง ประการที่สองคือภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง ประการที่สามคือความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ทำให้ผู้ซื้อบ้านโดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่างเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่จะเข้ามาสนับสนุนการฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

“เรายังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่เมื่อใด เนื่องจากปัจจัยลบยังคงมีอยู่มาก และยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุนในระยะอันใกล้” นายนพร กล่าว

กลยุทธ์ “ประคองเกม” และการเปิดโครงการใหม่ที่จำกัด

ภายใต้บริบทดังกล่าว แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จึงได้ปรับกลยุทธ์ในปี 2569 โดยเน้นการบริหารจัดการภายในองค์กรให้แข็งแกร่ง ลดระดับสินค้าคงค้าง (inventory) และลดระดับหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) ควบคู่ไปกับการเปิดโครงการใหม่ที่จำกัดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีนี้ LH จะเปิดตัวโครงการแนวราบเพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเปิดโครงการใหม่ที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี

“เราตัดสินใจชะลอการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ เนื่องจากตลาดยังมีซัพพลายส่วนเกินอยู่ค่อนข้างมาก ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (reject rate) ที่สูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา ทำให้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน” นายนพร กล่าวเสริม

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อสภาวะตลาด LH ตระหนักดีว่าการเร่งเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนแอและสถาบันการเงินยังคงเข้มงวด อาจส่งผลเสียต่อภาพรวมของบริษัทและตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม การ “ประคองเกม” ในครั้งนี้จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต

การลงทุนในธุรกิจโรงแรม: สร้างรายได้ใหม่ที่มั่นคง

นอกเหนือจากการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัย LH ยังได้ปรับกลยุทธ์โดยหันมาเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำ (recurring income) ที่มั่นคงและมีความสัมพันธ์กับภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว

“เราเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแบรนด์ Grande Centre Point ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ” นายนพร กล่าว

แผนการลงทุนในปี 2569 ได้จัดสรรงบประมาณ 4,500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2,000 ล้านบาท และการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า 2,500 ล้านบาท โดยส่วนสำคัญของงบประมาณนี้จะถูกนำไปใช้ในการลงทุนโรงแรม Grande Centre Point ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่ง ได้แก่ Grande Centre Point Voyage พัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2569 และเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา โดยมีห้องพัก 494 ห้อง พร้อมสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนา Grande Centre Point Chinatown ที่วางแผนเปิดในปี 2571

การลงทุนในธุรกิจโรงแรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัทในระยะยาว

โครงการใหม่ที่น่าจับตามอง: คุณภาพและทำเลที่เหนือกว่า

นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2569 ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

โครงการแรกคือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra-Luxury บนพื้นที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569 โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้บริหารและนักธุรกิจที่มองหาความสงบ เป็นส่วนตัว และความสะดวกสบายในการเดินทาง

โครงการที่สองคือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Upper-Mid Scale บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 โครงการนี้เน้นการออกแบบที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และทำเลที่ตั้งที่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก

เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน LH จะมีโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และโครงการ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

การบริหารจัดการทางการเงิน: ความแข็งแกร่งที่น่าเชื่อถือ

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน ได้ยืนยันถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท โดยมีการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีเยี่ยม และมีสินทรัพย์ลงทุนที่มีมูลค่าสูง

“เรามีการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมาเราได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน” นายวิทย์ กล่าว

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ และสะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในต้นทุนที่แข่งขันได้

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ ปัจจุบัน LH มีโครงการภายใต้การบริหาร 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง, ศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง และที่พักอาศัยและโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

“ในปีที่ผ่านมา เราคาดว่ารายได้รวมจะลดลงประมาณ 12% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง และการขายทรัพย์สินบางส่วนออกไป อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่งที่ลุมพินีและราชดำริ ซึ่งเร็วกว่าแผน ได้ช่วยชดเชยรายได้บางส่วน” นายวิทย์ กล่าว

เป้าหมายทางธุรกิจปี 2569: ความท้าทายที่ตั้งใจพิชิต

แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ก็ยังคงตั้งเป้าหมายทางธุรกิจที่ท้าทายสำหรับปี 2569

ยอดขาย (Sales): ตั้งเป้าไว้ที่ 15,000 ล้านบาท
ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Value): ตั้งเป้าไว้ที่ 17,000 ล้านบาท
รายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า (Rental Income): ตั้งเป้าไว้ที่ 9,900 ล้านบาท

เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ LH ที่จะรักษาการเติบโต แม้ในภาวะตลาดที่ยากลำบาก การผสมผสานระหว่างการเปิดตัวโครงการที่มีคุณภาพ การขยายธุรกิจโรงแรมที่แข็งแกร่ง และการบริหารจัดการทางการเงินที่รอบคอบ จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายในปี 2569

อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: การปรับตัวคือหนทางสู่ความสำเร็จ

จากแผนกลยุทธ์ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการ “เร่งขยาย” มาเป็นการ “ประคองเกม” ที่ชาญฉลาด เน้นการบริหารจัดการความเสี่ยง การสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง และการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว การกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจโรงแรมและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย

สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน การพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระ และการเลือกซื้อโครงการจากผู้ประกอบการที่มีความมั่นคงทางการเงินและมีประวัติที่ดี คือสิ่งสำคัญยิ่ง การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจในระยะยาว แต่จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในตลาดและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณในยุคที่ตลาดเปลี่ยนแปลง การศึกษาแนวโน้มและกลยุทธ์ของผู้ประกอบการชั้นนำอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจ.

Previous Post

D2701001 รอค วหมอนานจนโมโหห ว(ละครส น) หน งส นด BSC part2

Next Post

D2701007 ดเง นใส องปลาช วยคนชราโดนหลอก (ละครส น) หน งส part2

Next Post
D2701007 ดเง นใส องปลาช วยคนชราโดนหลอก (ละครส น) หน งส part2

D2701007 ดเง นใส องปลาช วยคนชราโดนหลอก (ละครส น) หน งส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.