วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: ยุทธศาสตร์ ‘ตั้งรับ’ และ ‘รุก’ โรงแรม ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจ
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นวัฏจักรของตลาดมาแล้วหลายครั้ง ทั้งช่วงเวลาแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างชาญฉลาด เมื่อมองภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2569 นี้ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ยังคงมีความซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก แรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน, ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่เผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การคาดการณ์การฟื้นตัวของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
LH: “เพลย์เซฟ” สู่การ “รุก” ในภาคโรงแรม
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH หนึ่งในผู้เล่นหลักใน วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ประกาศแผนการดำเนินงานประจำปี 2569 ที่สะท้อนถึงความเข้าใจในสภาวะตลาดปัจจุบันได้อย่างชัดเจน โดยมีกลยุทธ์หลักในการ “ประคองตัว” (Play Safe) ควบคู่ไปกับการ “รุก” (Attack) ในธุรกิจที่มีศักยภาพ นั่นคือ ธุรกิจโรงแรม
นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหารของ LH ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายในปีนี้ โดยระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงอย่างต่อเนื่อง และมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่บั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การคาดการณ์การฟื้นตัวของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จึงยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจนมาสนับสนุน
ด้วยเหตุนี้ LH จึงได้ปรับกลยุทธ์ในปี 2569 โดยจะเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่ไปกับการลดระดับสินค้าคงคลังและภาระหนี้สินต่อทุน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ชะลอการเปิดโครงการใหม่ประเภทคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ออกไป เนื่องจากตลาดยังคงมีปริมาณซัพพลาย (Supply) อยู่ค่อนข้างมาก และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ก็ปรับตัวสูงขึ้นถึง 30% ในทุกระดับราคา
แนวราบยังคงเป็นพระเอก แต่จำนวนโครงการที่เปิดใหม่ลดลง
สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2569 นี้ LH จะเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการประเภทแนวราบทั้งหมด โดยโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว และมีโครงการใหม่เปิดเพิ่มอีก 1 โครงการ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ภาคเอกชนต้องแบกรับภาระที่หนักหนาสาหัสมายาวนานกว่าทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงและการบริโภคที่ชะลอตัวลง แม้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็เป็นตัวแปรใหม่ที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด
รุกหนักธุรกิจโรงแรม: แกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ขยายฐานสู่การเติบโตยั่งยืน
ในขณะที่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยถูกชะลอลง LH ได้หันมาเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยนายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ ได้เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในส่วนนี้ โดยเตรียมงบประมาณถึง 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและขยายเครือข่ายโรงแรมในแบรนด์ Grande Centre Point
โดยในปี 2569 นี้ จะมีการเปิดตัวโรงแรม Grande Centre Point Voyage ที่พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ด้วยขนาด 494 ห้อง พร้อมด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรม นับเป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์และความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำใน ธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีแผนการเปิดตัวโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ในปี 2571 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ LH ในการขยายธุรกิจโรงแรมไปยังทำเลศักยภาพและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย การลงทุนในธุรกิจโรงแรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคงจากการดำเนินงานโรงแรมและการให้เช่าพื้นที่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในสภาวะที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีความผันผวน
การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง: กุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน
ภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย การบริหารจัดการทางการเงินถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถประคองตัวและเติบโตต่อไปได้ นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงินของ LH ได้เน้นย้ำถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัท จากการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีเยี่ยมและการมีสินทรัพย์ลงทุนที่แข็งแกร่ง
ในปีที่ผ่านมา LH ได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่น่าสนใจเพียง 2.16% ต่อปี เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดและเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยที่ 2.82% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการ ปัจจุบัน LH มีโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหารจำนวน 17 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรม Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง, ศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง และอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง การมีพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายนี้ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับบริษัท
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: สิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรรู้
จากการวิเคราะห์ของ LH และแนวโน้มของ อสังหาริมทรัพย์ไทย ในภาพรวม มีประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรรู้ในปี 2569 ดังนี้:
การชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัย: ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอาจจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ผู้ประกอบการจึงควรเน้นการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและพิจารณาการเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่อาจจะซัพพลายล้นตลาด
ศักยภาพของธุรกิจโรงแรม: ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง การลงทุนในธุรกิจโรงแรมจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างรายได้ระยะยาว
ความสำคัญของการบริหารจัดการทางการเงิน: การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน การบริหารจัดการกระแสเงินสด และการควบคุมหนี้สิน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน
การปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง: ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
อนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสในความท้าทาย
แม้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2569 จะยังคงเผชิญกับความท้าทายอยู่ไม่น้อย แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ สำหรับผู้ประกอบการที่มีความเข้าใจในสภาวะตลาดอย่างถ่องแท้ มีกลยุทธ์การบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง การดำเนินธุรกิจต่อไปย่อมมีหนทางสู่ความสำเร็จ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ไทย หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาข้อมูลจากผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีผลการดำเนินงานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังวางแผนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือศึกษาข้อมูลจากรายงานวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและคุ้มค่าสำหรับการลงทุนของคุณ

