• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2401032 EP3 ความล บท อนไว part2

admin79 by admin79
January 24, 2026
in Uncategorized
0
D2401032 EP3 ความล บท อนไว part2

เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปรับกลยุทธ์รับมือตลาดผันผวน เน้นสินทรัพย์สร้างรายได้ประจำ ลงทุนโรงแรมเป็นหัวหอก

ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยภายในประเทศ อาทิ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การคุมเข้มสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง ในสถานการณ์เช่นนี้ การประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ยังคงมองไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาขับเคลื่อนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ในฐานะผู้เล่นหลักในตลาด บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ จึงได้ประกาศแผนการดำเนินงานปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นความรอบคอบและมั่นคง หรือที่เรียกว่า “เพลย์เซฟ” โดยลดการเปิดตัวโครงการใหม่ เน้นการบริหารจัดการสินค้าคงค้างและภาระหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งหันไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม

การเปิดตัวโครงการใหม่: เน้นคุณภาพ เจาะตลาดบน

ในปี 2569 นี้ LH มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น้อยที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของบริษัทฯ ในสภาวะตลาดปัจจุบัน โครงการใหม่ทั้งสองแห่งเป็นโครงการประเภทแนวราบ โดยโครงการแรกคือ “นันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก” เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Ultra-Luxury ตั้งอยู่บนพื้นที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 ยูนิต ราคาขายอยู่ในช่วง 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวในไตรมาส 1 ของปี 2569 นี้

ส่วนอีกโครงการคือ “ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน” เป็นบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาขาย 10-13 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท มีกำหนดเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 การเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนและกลาง-บน ซึ่งมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น เป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งในสภาวะตลาดปัจจุบัน

ขณะที่โครงการประเภทคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ ได้รับการชะลอการเปิดตัวออกไปก่อน เนื่องจากตลาดในกลุ่มนี้ยังมีซัพพลายค่อนข้างมาก ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกระดับราคา ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้

เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ LH จะมีโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่กว่า 63 โครงการ มูลค่า 69,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ ขณะที่คอนโดมิเนียมมี 6 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 5 โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอน และอีก 1 โครงการคือ “วันเวลา ณ เจ้าพระยา” คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4 ของปี 2569

ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรม: สร้างรายได้ประจำที่มั่นคง

ภายใต้แผนการดำเนินงานปี 2569 LH ได้จัดสรรงบประมาณลงทุนไว้ประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2,000 ล้านบาท และการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนในส่วนหลังนี้ เป็นการตอกย้ำถึงทิศทางการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจโรงแรมเป็นพิเศษ

ไฮไลท์สำคัญคือการลงทุนในโรงแรมภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point ซึ่งปัจจุบันมี 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แห่งแรกคือ Grande Centre Point Voyage ที่เมืองพัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2569 โดยจะเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของ LH ในพัทยา พร้อมด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรมทั้งหมด การลงทุนในโรงแรมขนาดใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนพัฒนากลุ่มโรงแรม Grande Centre Point ในทำเลสำคัญอื่นๆ โดยมีแผนเปิด Grande Centre Point Chinatown ในปี 2571 ซึ่งจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิม์โรงแรมในกรุงเทพฯ การลงทุนในธุรกิจโรงแรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากการเข้าพัก แต่ยังรวมถึงรายได้จากการจัดประชุม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ และการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนและสามารถบริหารจัดการได้ในระยะยาว

เป้าหมายทางการเงินปี 2569: ยอดขาย ยอดโอน และรายได้ค่าเช่า

สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 LH ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าจะอยู่ที่ 9,900 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการรักษาการเติบโตของรายได้ แม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย

การบริหารจัดการทางการเงิน: ความแข็งแกร่งและความยั่งยืน

นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (CFO) ของ LH เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีสินทรัพย์ลงทุนที่มีมูลค่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 13,200 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.16% ต่อปี เพื่อใช้ในการไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 64,000 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.20 เท่า และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้

ปัจจุบัน LH มีพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าและบริการที่หลากหลาย ประกอบด้วยโรงแรมในเครือ Grande Centre Point ที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง จากทั้งหมด 17 แห่งที่พัฒนาและบริหารจัดการ (รวม 6 แห่งที่ขายเข้ากองทรัสต์ และ 2 แห่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง) นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Terminal 21 จำนวน 3 แห่ง (2 แห่งขายเข้ากองทรัสต์) และยังมีธุรกิจโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐอเมริกาอีก 3 แห่ง

แม้ว่าในปีที่ผ่านมา (2568) คาดการณ์ว่ารายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมจะลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อันเนื่องมาจากผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงการที่บริษัทฯ มีการขายทรัพย์สินให้เช่าออกไป ทำให้รายได้จากทรัพย์สินเหล่านั้นหายไป แต่การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ที่ลุมพินีและราชดำริ ซึ่งเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ก็สามารถช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงไปได้บางส่วน

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร LH ได้ให้มุมมองต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่ายังคงเป็นปีที่ต้องประคองตัวอย่างต่อเนื่อง ความยากลำบากในสภาวะตลาดปัจจุบันนั้น แตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็นอย่างมาก ในครั้งนั้น แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ผู้บริโภคยังคงมีความแข็งแรงและสามารถตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ในขณะที่วิกฤตครั้งนี้ กลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง-ล่าง ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน กำลังซื้อจึงอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่สูง การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก แม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ก็เป็นตัวแปรใหม่ที่เพิ่มความผันผวนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงหวังว่าภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง สถานการณ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สามารถช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ได้

กลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์สร้างรายได้ประจำ: การกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

การที่ LH ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการให้เช่า ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการบริหารความเสี่ยงในสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาโครงการเพื่อขาย (Developer Segment) ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อสูง

การลงทุนในโรงแรมและอาคารสำนักงานให้เช่า (Rental Properties) ช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยธุรกิจให้เช่ามีลักษณะของการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ซึ่งมีความสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้มากกว่ารายได้จากการขายโครงการ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนจากการให้เช่า (Yield) ของอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ มักจะมีความมั่นคงในระยะยาว และสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ตามภาวะตลาด

สำหรับ LH การมีพอร์ตโรงแรมที่แข็งแกร่งภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point ถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง และยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายสาขาไปยังทำเลที่มีศักยภาพ เช่น พัทยา และย่านเยาวราช (Chinatown) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เฉลี่ย 2.82% และการมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่า 15,000 ล้านบาทเพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และพร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต

ความสำคัญของการปรับกลยุทธ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่ากลยุทธ์ของ LH ในปี 2569 นี้ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน การเน้น “เพลย์เซฟ” ด้วยการลดการเปิดโครงการใหม่ และหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน สินค้าคงคลัง และการสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจให้เช่าและโรงแรม ถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยง และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำความเข้าใจกับปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในแต่ละประเภทอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในคอนโดมิเนียมสำหรับปล่อยเช่าในทำเลที่มีศักยภาพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่สามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

หากท่านเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ หรือนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการพัฒนาโครงการ หรือต้องการที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เชี่ยวชาญ และเข้าใจถึงพลวัตของตลาดในปัจจุบัน ขอเชิญติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับท่านที่สุด เราพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของท่านในทุกย่างก้าวบนเส้นทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงและยั่งยืน

Previous Post

D2401031 สาม ตกอ บเซอร ไพรส นครบรอบด วยกรอบร part2

Next Post

D2401033 คนเก บขยะท ฉลาดและสวยท part2

Next Post
D2401033 คนเก บขยะท ฉลาดและสวยท part2

D2401033 คนเก บขยะท ฉลาดและสวยท part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.