อสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ท่ามกลางความท้าทาย แมนเนจเมนต์เชิงรุกสู่วิถีแห่งการเติบโตของ LH
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรตลาดขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่ปี 2569 นี้ถือเป็นอีกปีที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและการปรับกลยุทธ์ที่เฉียบคมเป็นพิเศษ ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและในประเทศ ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กำลังซื้อที่ถูกจำกัดด้วยภาระหนี้สินครัวเรือนที่ทรงตัว และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปีนี้ มีความซับซ้อนและคาดเดายากยิ่งกว่าที่เคย
เรากำลังเผชิญกับยุคสมัยที่การ “รอคอย” การฟื้นตัวแบบปาฏิหาริย์อาจไม่ใช่หนทางที่ชาญฉลาด การบริหารจัดการภายใต้ความผันผวนจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการรับมือที่น่าสนใจ ผ่านแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2569 ที่เน้นการ “ประคองตัว” และ “ปรับพอร์ต” สู่การเติบโตที่ยั่งยืน
ก้าวเดินอย่างรอบคอบ: โครงการแนวราบที่คัดสรร และการชะลอคอนโดมิเนียม
หัวใจหลักของกลยุทธ์ LH ในปีนี้คือการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ค่อนข้างระมัดระวัง โดยเน้นเฉพาะโครงการประเภท บ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮาส์ ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อในกลุ่มที่ยังแข็งแกร่ง โดยมีการเปิดตัวเพียง 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด
การชะลอการเปิดตัวคอนโดมิเนียม และการมุ่งเน้นโครงการแนวราบ สะท้อนความเข้าใจอันดีต่อสภาวะตลาดที่กำลังเผชิญกับปริมาณซัพพลายในตลาดคอนโดมิเนียมที่ยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก ประกอบกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกระดับราคา การเลือกโฟกัสที่กลุ่มลูกค้าบ้านเดี่ยวระดับกลาง-บน ซึ่งมีความต้องการที่ชัดเจนและกำลังซื้อที่ยังพอประคองได้ จึงเป็นก้าวที่สมเหตุสมผล
โครงการที่เปิดตัวในปีนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างโครงการที่เลื่อนมาจากปีก่อน และโครงการใหม่ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการเลือกทำเลและรูปแบบโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน
ขยายมิติการลงทุน: สู่ธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า
ในขณะที่ภาคการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายเผชิญกับความท้าทาย LH ได้หันมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจโรงแรม และ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า
การจัดสรรงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า เป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกลในระยะยาว การเดินหน้าก่อสร้างโรงแรม Grande Centre Point Voyage ที่เมืองพัทยา ซึ่งนับเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในเครือที่พัทยา พร้อมด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเครือ ถือเป็นการสร้างจุดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ การมีโรงแรม Grande Centre Point Chinatown ที่วางแผนเปิดตัวในปี 2571 ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจโรงแรมในทำเลศักยภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตรายได้ของบริษัทในอนาคต
การลงทุนในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนเช่นปัจจุบัน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า จึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตา
การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง: เสาหลักแห่งความเชื่อมั่น
ภายใต้แผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความยั่งยืน LH ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ การตั้งงบประมาณ 4,500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดินและการลงทุนในธุรกิจโรงแรม แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของบริษัท
การออกหุ้นกู้มูลค่า 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด เป็นการบริหารจัดการหนี้สินที่มีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.82% ต่อปี การตั้งเป้าหมายลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net Gearing Ratio) ให้อยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า ณ สิ้นปี 2569 เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
การมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดี และการมีสินทรัพย์ลงทุนที่มีศักยภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองใหญ่อื่นๆ กำลังเผชิญกับแรงกดดัน
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
การคาดการณ์แนวโน้ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังคงต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้าน นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร LH ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า ตลาดในปีนี้มีความยากกว่าวิกฤตที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เนื่องจากในปัจจุบัน กลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง-ล่าง ได้รับผลกระทบยาวนาน กำลังซื้อจึงอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเทียบกับในอดีต แม้จะมีปัจจัยลบทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเป็นตัวแปรใหม่ แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรงอาจไม่รุนแรงเท่ากับภาวะความผันผวนภายในประเทศเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่
ความหวังในการฟื้นตัวของตลาด อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และตลาดโดยรวม อาจต้องอาศัยปัจจัยบวกจากการเมืองภายในประเทศ การมีรัฐบาลใหม่ที่มีนโยบายชัดเจน และการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุด อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน การปรับตัวและการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดสำหรับผู้ประกอบการ
เทรนด์ใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2025: นวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การก้าวสู่ปี 2569 ไม่ใช่เพียงการตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคต เรากำลังเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนขึ้นในตลาด อสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ:
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง การบริหารจัดการอาคาร ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) หรือแพลตฟอร์มการบริหารจัดการโครงการสำหรับนิติบุคคล
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability): ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการของเสีย และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นจุดขายที่สำคัญ
การออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิต (Wellness Design): พื้นที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เช่น การมีพื้นที่สีเขียว พื้นที่ออกกำลังกาย หรือการออกแบบที่คำนึงถึงแสงธรรมชาติและอากาศถ่ายเท
การผสมผสานการใช้งาน (Mixed-use Development): โครงการที่รวมที่อยู่อาศัย แหล่งช้อปปิ้ง พื้นที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนเมือง
การให้ความสำคัญกับทำเล: แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ทำเลที่ตั้งที่ดี ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจของผู้ซื้อ คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หรือ บ้านพร้อมโอน ทำเลที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีศักยภาพในการเติบโต จะยังคงเป็นที่ต้องการ
บทสรุป: การปรับตัวคือหนทางสู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่ตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย จะกลับมาคึกคักอย่างเต็มที่ แต่ก็เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าใจสภาวะตลาด สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที และบริหารจัดการภายใต้ความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการดำเนินงานของ LH ที่เน้นการประคองตัว การบริหารจัดการความเสี่ยง การกระจายการลงทุนสู่ธุรกิจที่มีรายได้ประจำ และการรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา โอกาสลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเองในปีนี้ การศึกษาข้อมูลเชิงลึก การทำความเข้าใจปัจจัยแวดล้อม และการเลือกผู้พัฒนาที่มีวิสัยทัศน์และศักยภาพ คือก้าวแรกสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง
หากคุณกำลังพิจารณาทางเลือกในการลงทุน หรือกำลังมองหาบ้านในฝันท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทายนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและศึกษาโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและยั่งยืน จะเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของคุณ

