• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2201119 หญ งคนน ดท ทำไม บพ (หน งส น)สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 23, 2026
in Uncategorized
0
D2201119 หญ งคนน ดท ทำไม บพ (หน งส น)สกายฟ part2

แสนสิริ ประกาศกลยุทธ์ขับเคลื่อนปี 2569: ปักหมุดการลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท สู่การขยายธุรกิจสู่มิติใหม่

ในโลกของอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเตรียมพร้อมและการปรับตัวคือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงมากมาย การประกาศแผนธุรกิจของแสนสิริสำหรับปี 2569 นี้ ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทตั้งเป้าลงทุนมหาศาลถึง 5.1 หมื่นล้านบาท พร้อมกับการเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนและการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกลและเป้าหมายที่ชัดเจนในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในระยะยาว

การรับมือกับความท้าทายของตลาด: กำลังซื้อที่ชะลอตัวและเศรษฐกิจผันผวน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงแผนงานในปี 2569 ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง บริษัทไม่ได้มองว่าเป็นอุปสรรค แต่กลับเป็นโอกาสในการพิสูจน์ความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย กลยุทธ์ที่แสนสิริเลือกใช้ คือการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นแต้มต่อ ผ่านการวางแผนที่แม่นยำและมีความยืดหยุ่น การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งพันธมิตรทางการเงิน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคม ถือเป็นแนวทางที่น่าชื่นชม

ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของแสนสิริ โดยสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 5.1 หมื่นล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 3.67 หมื่นล้านบาท และปิดการขายโครงการไปแล้วถึง 29 โครงการ มูลค่ากว่า 2.88 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังครองแชมป์กำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยมีกำไร 3,029 ล้านบาท (ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568) พร้อมกับการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอในอัตรา Dividend Yield ที่น่าพอใจ (ประมาณ 10%) และมีสินทรัพย์รวมมูลค่าสูงถึง 1.48 แสนล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงและความสามารถในการบริหารจัดการของบริษัท

แผนธุรกิจปี 2569: การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท สู่การเปิดตัว 33 โครงการใหม่

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 แสนสิริตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 3.9 หมื่นล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 33 โครงการ มูลค่ารวม 5.1 หมื่นล้านบาท การกระจายสัดส่วนของโครงการ โดยเน้นกลุ่ม Premium และ Medium เป็นหลัก รวมกันถึง 80% สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อคุณภาพ และความเข้าใจในตลาดอย่างถ่องแท้ โดยโครงการที่จะเปิดขายในปีนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านที่ดินไว้ครบถ้วนแล้ว

โครงการแนวราบ: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย

ในส่วนของโครงการแนวราบ แสนสิริเตรียมเปิดตัวใหม่ 17 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยมีการปรับกลยุทธ์การออกแบบให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ้านที่ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่นและฟังก์ชันที่ทันสมัย รวมถึงกลุ่ม Silver Age หรือผู้สูงอายุที่กำลังวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ การสร้างมาตรฐานใหม่ของ Sansiri Community บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ในทำเลกรุงเทพกรีฑา ที่เน้น Health and Wellness ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดพรีเซลล์นาราสิริ บรมราชชนนี และนาราสิริ วิคตอร์ กรุงเทพกรีฑา ในเดือนมีนาคมนี้ จะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดระดับบน

โครงการแนวสูง: นวัตกรรมสู่การอยู่อาศัยแห่งอนาคต

สำหรับโครงการแนวสูง เตรียมเปิดตัวใหม่ 16 โครงการ มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการพัฒนาใหม่และโครงการพร้อมเข้าอยู่ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “LOVE by Sansiri” ในทำเลเจริญนคร ร่วมกับ Mitsui Fudosan Asia Development (Thailand) ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย การเดินหน้า Strategic Location ในภูเก็ตบนทำเลหาดสุรินทร์ และการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม

นอกจากนี้ แสนสิริยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซ็กเมนต์ Luxury ด้วยโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล และมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่

Pets-Welcome: การขยายพอร์ตโครงการที่รองรับสัตว์เลี้ยงให้ครอบคลุม 20 โครงการ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสัตว์และ Pet Parent ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุข
Well-being: การให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจของผู้พักอาศัย ผ่านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
ความยั่งยืน: การสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

การแตกไลน์ธุรกิจ: สู่ New S-Curve และการสร้างแหล่งรายได้ใหม่

นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ ได้กล่าวถึงกลยุทธ์การรับมือกับภาวะเศรษฐกิจในปี 2569 โดยเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้ความเชี่ยวชาญและการวางแผนที่แม่นยำรองรับเศรษฐกิจผันผวน พร้อมเดินหน้า 4 กลยุทธ์หลัก:

การรุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): การเปิดโครงการใหม่ในสัดส่วน 80% โดยเลือกทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้บริโภค และบริหารจัดการสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรักษาสภาพคล่อง

การขยายส่วนแบ่งการตลาด: ชูจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ บริการหลังการขาย และความยั่งยืน ผ่านการส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก สร้างมูลค่าเพิ่มที่เหนือกว่าในระยะยาว โดยมีบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 ดูแล

การปั้น New S-Curve: ขยายฐานรายได้ใหม่: เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว โดยการขยายธุรกิจที่หลากหลายนอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์หลัก ธุรกิจรับสร้างบ้าน “Crafted by Sansiri” ถือเป็นต้นแบบที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 100% ในปีนี้ (แตะระดับ 500 ล้านบาท)

ยิ่งไปกว่านั้น การจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

การขยายการร่วมทุน (Joint Venture): การเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet Management) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคต

ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทย และแนวโน้มปี 2569

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในวงการอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาทของแสนสิริในปี 2569 ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศศักดา แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้จะเผชิญกับความท้าทายต่างๆ การที่แสนสิริให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มกำลังซื้อทั่วไปไปจนถึงกลุ่ม Premium และ Luxury ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจสู่ New S-Curve และการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ถือเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบและมีวิสัยทัศน์

โอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2569 ยังคงมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ มีการออกแบบที่โดดเด่น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การพิจารณาโครงการของแสนสิริ โดยเฉพาะโครงการในกลุ่ม Premium และ Medium รวมถึงโครงการที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ การแตกไลน์ธุรกิจใหม่ของแสนสิริ เช่น ธุรกิจรับสร้างบ้าน หรือการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่น่าจับตามองในวงการอสังหาริมทรัพย์ คือการมองหาการเติบโตที่หลากหลายและยั่งยืน การลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือเสริมกับอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่นักลงทุนควรพิจารณา

ภาพรวม Backlog และโครงการพร้อมเข้าอยู่

แสนสิริมี Backlog ที่แข็งแกร่งกว่า 1.97 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท เสริมทัพด้วยโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จใหม่ (Ready to Move) จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 2.3 หมื่นล้านบาท โดยมีสต็อกพร้อมขายอีก 1.4 หมื่นล้านบาท การรุกโครงการใหม่รูปแบบ RTM (Ready to Move) ในปีนี้ จะเป็นตัวเร่งการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

สรุปและมุมมองอนาคต

การประกาศแผนงานปี 2569 ของแสนสิริ สะท้อนถึงการปรับตัวที่ชาญฉลาดภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย การลงทุน 5.1 หมื่นล้านบาท สู่การเปิดตัว 33 โครงการใหม่ ควบคู่ไปกับการแตกไลน์ธุรกิจและพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการมานาน ผมมองว่ายุทธศาสตร์เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แสนสิริรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ในการมองหาโอกาสการเติบโตที่หลากหลายและยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย หรือสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของบริษัทชั้นนำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล การศึกษาแผนธุรกิจและกลยุทธ์ของแสนสิริในปี 2569 นี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ท่านไม่ควรมองข้าม การติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และการขยายธุรกิจสู่มิติใหม่ จะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสำเร็จและทิศทางในอนาคตของบริษัทชั้นนำแห่งนี้.

Previous Post

D2201118 ปพลายเออร ทำให างป นอ บอายโดยไม าเขาค อร กเด ยวในช ตเธอ (หน งส น)สกายฟ part2

Next Post

D2201120 ำว าขโมยม อถ ออาร ททำไม สกายฟ (หน งส น) part2

Next Post
D2201120 ำว าขโมยม อถ ออาร ททำไม สกายฟ (หน งส น) part2

D2201120 ำว าขโมยม อถ ออาร ททำไม สกายฟ (หน งส น) part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.