แสนสิริ ประกาศกลยุทธ์ปี 2569: ทุ่ม 5.1 หมื่นล้าน ขยายการลงทุน เสริมแกร่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้ประกาศแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2569 อย่างน่าจับตา โดยเตรียมพร้อมที่จะทุ่มงบประมาณกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท เพื่อเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 33 โครงการ พร้อมทั้งขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่หลากหลายและเสริมความแข็งแกร่งด้านการร่วมทุน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวข้ามทุกความท้าทาย
ภาพรวมผลประกอบการปี 2568: ความสำเร็จที่พิสูจน์ความเป็นผู้นำ
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงแผนการในปี 2569 เรามาย้อนดูความสำเร็จของแสนสิริในปี 2568 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งและศักยภาพของบริษัท ในปีที่ผ่านมา แสนสิริสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 51,000 ล้านบาท และมียอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 36,700 ล้านบาท โดยสามารถปิดการขายโครงการที่อยู่อาศัยไปได้ทั้งหมด 29 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 28,800 ล้านบาท
ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ แสนสิริสามารถสร้างผลกำไรสูงสุดในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2568) บริษัทฯ ทำกำไรได้ถึง 3,029 ล้านบาท นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอในอัตราผลตอบแทนต่อเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงถึงประมาณ 10% และการมีสินทรัพย์รวมกว่า 148,426 ล้านบาท ยิ่งตอกย้ำถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความมั่นคงของบริษัท
แผนกลยุทธ์ปี 2569: การปรับตัวเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
สำหรับปี 2569 แสนสิริตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 48,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 39,000 ล้านบาท โดยหัวใจสำคัญของแผนนี้คือการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นสัดส่วนกลุ่มโครงการระดับพรีเมียมและระดับกลาง (Premium and Medium) รวมกันถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อคุณภาพสูง โดยที่ดินสำหรับโครงการเหล่านี้ได้ถูกเตรียมการไว้พร้อมแล้ว
การพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
แผนการพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2569 ครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค:
โครงการแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม): แสนสิริจะเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 17 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท โดยจะมีการปรับกลยุทธ์ด้านการออกแบบให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ พร้อมทั้งพัฒนาบ้านที่ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และกลุ่มผู้สูงอายุ (Silver Generation) ที่วางแผนเพื่อการเกษียณ นอกจากนี้ ยังจะมีการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตด้วยการสร้าง “Sansiri Community” แห่งใหม่บนทำเลกรุงเทพกรีฑา ขนาดกว่า 142 ไร่ ที่เน้นเรื่องสุขภาพและสุขภาวะ (Health and Wellness) ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต โดยจะมีการเปิดพรีเซลล์โครงการ “นาราสิริ บรมราชชนนี” และ “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา” ในเดือนมีนาคมนี้
โครงการแนวสูง (คอนโดมิเนียม): แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการที่กำลังพัฒนาและโครงการพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move) การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “LOVE by Sansiri” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Mitsui Fudosan Asia Development (Thailand) Co., Ltd. บนทำเลเจริญนคร มูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ นอกจากนี้ แสนสิริยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะโครงการใหม่บนหาดสุรินทร์ พร้อมการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT
การตอกย้ำตลาดลักเซอรี่: แสนสิริยังคงให้ความสำคัญกับการรุกตลาดลักเซอรี่ โดยมีโครงการพร้อมเข้าอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่
- Pets-Welcome: เพิ่มสัดส่วนโครงการที่รองรับสัตว์เลี้ยงเป็น 20 โครงการ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสัตว์และ Pet Parents
- Well-being: เน้นการส่งเสริมสุขภาพกายและใจของผู้อยู่อาศัย
- Sustainable Living: ส่งเสริมวัฒนธรรมการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ
กลยุทธ์ 4 ข้อ สู่การเติบโตที่มั่นคง
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์หลัก 4 ข้อ ที่จะนำพาแสนสิริให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย:
รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): การเปิดตัวโครงการใหม่กว่า 80% ในปีนี้ จะเน้นกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อคุณภาพ โดยจะคัดเลือกทำเลที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมกับการบริหารจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
ขยายส่วนแบ่งทางการตลาด: แสนสิริจะใช้จุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ การบริการหลังการขายที่เหนือกว่า รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการเชิงลึกของลูกค้า สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว การดูแลจากบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุด
ปั้น New S-Curve และกระจายแหล่งรายได้: เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว แสนสิริจะเร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือธุรกิจรับสร้างบ้าน “Crafted by Sansiri” ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายขึ้น 100% เป็น 500 ล้านบาทในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูงอื่นๆ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ขยายการร่วมทุน (Joint Venture): เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างทางการเงิน แสนสิริจะเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet Management) เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคต
ความแข็งแกร่งด้าน Backlog และโครงการพร้อมขาย
ปัจจุบัน แสนสิริมีมูลค่า Backlog หรือยอดขายรอการรับรู้รายได้ ที่แข็งแกร่งกว่า 19,700 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2569 นี้ได้ทันทีกว่า 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move) มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ที่มีสต็อกพร้อมขายอีก 14,000 ล้านบาท การรุกเปิดโครงการใหม่ในรูปแบบ RTM (Ready to Move) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการรับรู้รายได้หลังการโอนกรรมสิทธิ์
ด้วยแผนการลงทุนที่แข็งแกร่ง การพัฒนาโครงการที่หลากหลาย การบริหารจัดการที่รอบคอบ และการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันผลประกอบการให้ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องได้ในปี 2569 นี้
หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตยุคใหม่ อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาแผนกลยุทธ์ของแสนสิริ และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย.

