แสนสิริ กางแผนปี 2569: ทุ่ม 5.1 หมื่นล้านบาท สู่การลงทุนเชิงกลยุทธ์และการขยายไลน์ธุรกิจใหม่
กรุงเทพมหานคร, 20 มกราคม 2569 – ท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจที่ผันผวนและสัญญาณกำลังซื้อที่เริ่มชะลอตัว บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย ประกาศแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกสำหรับปี 2569 ด้วยการลงทุนมูลค่ามหาศาลถึง 51,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ และการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายของแหล่งรายได้ นอกเหนือจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลัก
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งแสนสิริ ยืนยันถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ในการนำพาองค์กรฝ่าฟันความท้าทาย “ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวและสร้างโอกาส” นายอุทัยกล่าว “เราเชื่อมั่นในศักยภาพและความยืดหยุ่นของแสนสิริที่จะเปลี่ยนแรงกดดันจากเศรษฐกิจให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ เราพร้อมที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรของเรา ทั้งในแวดวงการเงิน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคม เพื่อสร้างสมดุลแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ผลประกอบการปี 2568: รากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการก้าวต่อไป
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงแผนการสำหรับปี 2569 เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทบทวนผลการดำเนินงานอันน่าประทับใจของแสนสิริในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายทะลุเป้าหมายถึง 51,000 ล้านบาท พร้อมยอดโอนกรรมสิทธิ์ 36,700 ล้านบาท และสามารถปิดการขายโครงการได้ถึง 29 โครงการ มูลค่ารวม 28,800 ล้านบาท นอกจากนี้ แสนสิริยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านความสามารถในการทำกำไร โดยรายงานกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ 3,029 ล้านบาท (สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) ประกอบกับการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับที่น่าพอใจราว 10% โดยมีสินทรัพย์รวม ณ ปัจจุบันสูงถึง 148,426 ล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
แผนกลยุทธ์ปี 2569: การลงทุนเชิงรุกสู่เป้าหมายใหม่
สำหรับปี 2569 แสนสิริได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 48,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 39,000 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 80% ของโครงการใหม่นี้จะเน้นไปที่กลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมและระดับกลาง (Premium and Medium) โดยมีเป้าหมายเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อคุณภาพสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอย แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ความน่าสนใจคือ โครงการที่จะเปิดขายในปีนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านที่ดินไว้ครบถ้วนแล้ว
ภาพรวมการพัฒนาโครงการใหม่ปี 2569
โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ (Low-Rise Properties): เตรียมเปิดตัวใหม่ 17 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท โดยจะมีการปรับกลยุทธ์ด้านการออกแบบให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด รวมถึงการนำเสนอแบบบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และกลุ่ม Silver Age (ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่วางแผนเพื่อการเกษียณ) นอกจากนี้ แสนสิริยังมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ของชุมชนที่อยู่อาศัย ด้วย Sansiri Community แห่งใหม่บนทำเลกรุงเทพกรีฑา พื้นที่กว่า 142 ไร่ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับ Health and Wellness เป็นหลัก พร้อมกันนี้ จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยไฮไลท์สำคัญในช่วงต้นปีคือการเปิดให้จอง Pre-sale โครงการนาราสิริ บรมราชชนนี และนาราสิริ วิคตอเรีย กรุงเทพกรีฑา ในเดือนมีนาคม
โครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง (High-Rise Properties): เตรียมเปิดตัวใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการที่พัฒนาขึ้นใหม่และโครงการพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move) โดยจะมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด “LOVE by Sansiri” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าและไลฟ์สไตล์คนเมือง ประเดิมทำเลแรกที่เจริญนคร ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท นอกจากนี้ แสนสิริยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ Strategic Location ในจังหวัดภูเก็ต โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพอย่างหาดสุรินทร์ พร้อมทั้งการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง
การตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดลักเซอรี่: แสนสิริจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งในเซ็กเมนต์ลักเซอรี่ ด้วยการนำเสนอโครงการพร้อมเข้าอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเลสำคัญ และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่อยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลักที่สำคัญ ได้แก่
- Pets-Welcome: ขยายพอร์ตโครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ให้ครอบคลุมเป็น 20 โครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงและ Pet Parents ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- Well-being: การให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจของผู้พักอาศัย โดยการออกแบบพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี
- Sustainable Living: การมุ่งสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน โดยครอบคลุมตั้งแต่โครงการในระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ
การจัดตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท: ขยายไลน์ธุรกิจ สู่การเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์แห่งแสนสิริ ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังคงอยู่ในช่วงประคับประคอง โดยมีปัจจัยท้าทายทั้งจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ การเติบโตของ GDP และภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง “ภายใต้บริบทดังกล่าว กลยุทธ์ของเราสำหรับปี 2569 คือการสร้างการเติบโตที่มีนัยสำคัญ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและการวางแผนที่แม่นยำ เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจ” นายภูมิภักดิ์กล่าว พร้อมชี้แจงถึง 4 กลยุทธ์หลักที่จะขับเคลื่อนแสนสิริในปีนี้:
การรุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium Market): เราจะยังคงมุ่งเน้นการเปิดตัวโครงการใหม่ในกลุ่มนี้ในสัดส่วน 80% ของโครงการทั้งหมด โดยจะคัดเลือกทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
การขยายส่วนแบ่งการตลาด (Market Share Expansion): เราจะชูจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพของโครงการ บริการหลังการขายที่เหนือระดับ รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) โดยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึก และสร้างมูลค่าเพิ่มที่เหนือกว่าในระยะยาวให้กับทุกโครงการ ผ่านการดูแลและบริหารจัดการโดยบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
การสร้าง S-Curve ใหม่ (New S-Curve Development): เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว เราจะเร่งขยายฐานรายได้จากธุรกิจใหม่ที่มีความหลากหลาย อาทิ ธุรกิจรับสร้างบ้าน “Crafted by Sansiri” ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปีนี้เราตั้งเป้าหมายยอดขายในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 100% หรือคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ การจัดตั้ง กองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูงอื่นๆ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จากปัจจุบันที่ 15% ให้เป็น 25% ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
การขยายการร่วมทุน (Joint Venture Expansion): เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างทางการเงิน เราจะเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบแสดงฐานะทางการเงิน (Balance Sheet Management) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคต
Backlog แข็งแกร่ง โอกาสในการรับรู้รายได้ที่ชัดเจน
ปัจจุบัน แสนสิริมีปริมาณยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่แข็งแกร่งถึง 19,700 ล้านบาท โดยประมาณ 10,000 ล้านบาท จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move) จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ซึ่งมีสต็อกพร้อมขายอีก 14,000 ล้านบาท การรุกเปิดตัวโครงการใหม่ในรูปแบบ RTM (Ready to Move) ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอน
แสนสิริมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยแผนกลยุทธ์ที่รอบคอบ การลงทุนที่มุ่งเน้นอนาคต และความแข็งแกร่งของแบรนด์ จะสามารถผลักดันผลประกอบการให้ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว
ท่านที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง การออกแบบ หรือนวัตกรรมที่ใส่ใจในรายละเอียด แสนสิริพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนและสมบูรณ์แบบสำหรับคุณ.

