ก้าวใหม่สู่การเป็นเจ้าของบ้าน: โครงการ “บ้านชาวไทย” ขับเคลื่อนฝันให้คนไทยเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ ราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท
ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว โครงการ “บ้านชาวไทย” ที่เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง BTS Group Holdings Public Company Limited (BTS) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่จุดประกายความหวังให้กับคนไทยจำนวนมากที่ใฝ่ฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง ภายใต้วงเงินลงทุนมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยมากถึง 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ “บ้านพร้อมอยู่ ราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท” พร้อมเงื่อนไขพิเศษที่ช่วยลดภาระในการเริ่มต้น ทำให้การเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
ความตั้งใจจริงสู่การตอบแทนสังคม: บทพิสูจน์วิสัยทัศน์ของ “บ้านชาวไทย”
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS Group Holdings Public Company Limited ได้เปิดเผยถึงที่มาของโครงการ “บ้านชาวไทย” ว่า เกิดจากความรู้สึกส่วนลึกที่อยากจะ “ทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” ท่านเติบโตมาในครอบครัวที่คลุกคลีในวงการอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อ 30 ปีก่อน ได้ตัดสินใจลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายแรก ด้วยเม็ดเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้จะผ่านอุปสรรคและมรสุมต่างๆ มามากมาย แต่ก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นได้ โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ จึงเปรียบเสมือนการลงทุนครั้งสำคัญในเชิงสังคม ที่ท่านทุ่มเทเวลาถึง 3 เดือนในการคิดค้นคอนเซ็ปต์และชื่อโครงการ แม้ชื่อ “บ้านชาวไทย” อาจจะฟังดูไม่ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจจริงและความปรารถนาที่จะตอบแทนคืนให้กับสังคม โดยเน้นย้ำถึงนโยบาย “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนยาวเหมือนค่าเช่า” ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างตรงจุด
เจาะลึกกลยุทธ์ “บ้านชาวไทย”: โครงการนำร่องสู่การเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดที่สวยหรู แต่ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยในปี 2569 นี้ จะมีการเปิดตัวโครงการนำร่อง 2 โครงการ รวมกว่า 12,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยยึดหลัก “1 คน ต่อ 1 สิทธิ” และหากมีผู้สนใจมากเกินกว่าจำนวนที่เปิดให้จอง ก็จะใช้วิธีการจับฉลาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่สูงมากในตลาด “บ้านราคาถูก” และ “คอนโดราคาเริ่มต้น”
โครงการนำร่องทั้งสองแห่ง ได้รับการคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก ดังนี้:
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ห่างจากสถานีศรีเอี่ยม ของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพียง 300 เมตร โครงการนี้จะเป็นคอนโดมิเนียมความสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกหลากหลายขนาด ได้แก่
ห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30 ตร.ม. ราคา 1.89 ล้านบาท: เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นชีวิต หรือนักลงทุนที่มองหา “บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น” ที่เข้าถึงได้ง่าย
ห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.85 ล้านบาท: ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น
ห้อง 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 60 ตร.ม. ราคา 3.78 ล้านบาท: เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ขยายตัว หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่สำหรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home)
ปัจจุบันโครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ อยู่ในระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี: ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และใกล้ตลาดไท บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 115 ไร่ โครงการนี้จะเป็นคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต โดยมีห้องพักให้เลือก 3 แบบเช่นเดียวกัน:
ห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30 ตร.ม. ราคา 1.6 ล้านบาท: ซึ่งถือเป็น “อสังหาริมทรัพย์ราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท” ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี 2569
ห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 45 ตร.ม. ราคา 2.4 ล้านบาท: เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหา “บ้านพร้อมโอน” ในทำเลใกล้เมือง
ห้อง 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 60 ตร.ม. ราคา 3.2 ล้านบาท: เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางและความสะดวกสบาย
จุดเด่นพิเศษของโครงการ D:CRAFT คลองหลวง คือ ทุกยูนิตจะเป็นห้อง “พร้อมตกแต่ง” ผู้ซื้อสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเพิ่มเติม
พลิกเกมตลาดอสังหาฯ: แก้ปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัย
นายคีรี ได้กล่าวถึงสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันที่ยังคงชะลอตัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความต้องการมีบ้าน” ของคนไทยยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคืออัตราการกู้ไม่ผ่านของสถาบันการเงิน ซึ่งสูงถึง 35-40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ ทำให้หลายคนหันไปเลือกเช่าแทนการซื้อ ซึ่งส่งผลให้ตลาดเช่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โครงการ “บ้านชาวไทย” จึงมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคเหล่านี้ โดยการนำเสนอทางออกที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนจากการ “เช่า” มาเป็นการ “ซื้อ” ได้จริง ด้วยเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ผ่อนยาวๆ ค่าผ่อนเสมือนค่าเช่า เริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน” ซึ่งเป็นการลดภาระผ่อนต่อเดือนให้ใกล้เคียงกับค่าเช่า ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ากำลังจ่ายค่าผ่อนเพื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินของตนเองในระยะยาว
โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน: การลงทุนและการขยายสู่ภูมิภาค
BTS Group ไม่ได้มองว่าโครงการ “บ้านชาวไทย” เป็นเพียงโครงการเพื่อสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดย BTS จะเป็นผู้ลงทุนหลักในโครงการนี้เอง ด้วยกระแสเงินสดสภาพคล่องของบริษัทประมาณ 20% ร่วมกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้ยังมีการนำที่ดินเดิมของบริษัทมาพัฒนา รวมถึงการซื้อที่ดินเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและความพร้อมในการขับเคลื่อนโครงการ
การขยายโครงการไปยังต่างจังหวัด ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจจริงที่จะทำให้คนไทยทั่วประเทศมีโอกาสเข้าถึงการมีบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น จังหวัดชลบุรี ที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการขยายสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ซึ่งเป็นการกระจายโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในภูมิภาคต่างๆ
อนาคตของ “บ้านชาวไทย”: ขยายโอกาสสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงอายุและบ้านพักตากอากาศ
แม้ว่าโครงการ “บ้านชาวไทย” ในปัจจุบันจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ต้องการมีบ้านเป็นที่อยู่อาศัยหลัก แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล คาดการณ์ได้ว่าในอนาคต BTS Group และ ธอส. อาจพิจารณาต่อยอดโมเดลนี้ไปยังตลาดอื่นๆ ที่มีความต้องการสูงและสอดคล้องกับแนวโน้มสังคมสูงวัยและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ:
อสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงอายุ (Senior Living): ด้วยจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และสุขภาวะของผู้สูงอายุ จะกลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โครงการอาจพัฒนาที่พักที่มาพร้อมบริการทางการแพทย์ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้าถึงง่าย และกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต
บ้านพักตากอากาศ (Holiday Homes) หรือบ้านหลังที่สอง: การทำงานแบบ Hybrid Work และความต้องการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อาจผลักดันให้เกิดความต้องการบ้านพักตากอากาศในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: ทางออกที่ยั่งยืนในยุคดอกเบี้ยต่ำ
ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังคงอยู่ในระดับต่ำ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะ “บ้านราคาถูก” หรือ “อสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท” ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยตอบสนองความฝันในการมีบ้าน แต่ยังเป็นโอกาสในการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับอนาคต
บทสรุป:
โครงการ “บ้านชาวไทย” เป็นมากกว่าแค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการตอบสนองความต้องการพื้นฐานและความฝันอันสูงสุดของคนไทยจำนวนมาก ที่จะอยากมีบ้านเป็นของตนเอง ภายใต้เงื่อนไขที่เอื้ออำนวยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการลงทุนที่มหาศาล วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม นี่คืออีกก้าวสำคัญที่จะทำให้ “การเป็นเจ้าของบ้าน” เป็นจริงได้สำหรับคนไทยทุกคน
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเอง อย่าพลาด! ติดตามข่าวสารและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “บ้านชาวไทย” เพื่อก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้อย่างแท้จริง

