พลิกโฉมวงการอสังหาฯ ไทย: “บ้านชาวไทย” โครงการแห่งศตวรรษ สู่โอกาสการเป็นเจ้าของบ้านที่จับต้องได้
ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ความฝันของการมี บ้านเดี่ยวราคาถูก หรือ คอนโดราคาไม่แพง ของคนไทยหลายต่อหลายคนกลับดูห่างไกลออกไปทุกที ด้วยปัจจัยรุมเร้าตั้งแต่กำลังซื้อที่จำกัด ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ไปจนถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงจนเกินเอื้อม สภาวะตลาดที่ชะลอตัวยิ่งซ้ำเติมให้ภาพความหวังนี้ดูเลือนรางลงไปอีก แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น กลับมีหนึ่งโครงการที่เปรียบเสมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ โครงการที่เกิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะมอบโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
BTS Group Holdings Public Company Limited (BTS) ผู้นำด้านระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สถาบันการเงินชั้นนำที่มุ่งมั่นสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนชาวไทย ประกาศเปิดตัวโครงการยักษ์ใหญ่ภายใต้ชื่อที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ “บ้านชาวไทย” ไม่ใช่เพียงแค่โครงการที่อยู่อาศัย แต่คือก้าวสำคัญในการปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ก้าวสู่การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและยั่งยืน
วิสัยทัศน์แห่งการสร้างชาติ: 1 แสนล้านบาท สู่ 5 หมื่นยูนิตแห่งความหวัง
ภายใต้ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ BTS ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนมหาศาลกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงจำนวน 50,000 ยูนิต กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่ใจกลางกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไปจนถึงหัวเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญในต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวของสนามบินอู่ตะเภา การพัฒนาในจังหวัดกาญจนบุรี เมืองแห่งประวัติศาสตร์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยว รวมถึงโคราช เมืองหลวงแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น แต่ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
“โครงการบ้านชาวไทยนี้เกิดจากความรู้สึกที่ผมอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS Group Holdings Plc. กล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมได้ลงทุนในระบบรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศ ด้วยวงเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้ในวันนั้นจะเผชิญกับมรสุมมากมาย แต่เราก็ผ่านมันมาได้ และผมเชื่อมั่นว่าโครงการบ้านชาวไทยนี้ จะเป็นเหมือนกับก้าวสำคัญที่ผมได้เคยลงทุนในระบบรถไฟฟ้า ซึ่งผมใช้เวลาถึง 3 เดือนในการคิดคอนเซ็ปต์และตั้งชื่อโครงการนี้”
“ไม่ต้องดาวน์” สู่การเป็นเจ้าของที่ง่ายกว่าที่เคย
หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการ “บ้านชาวไทย” โดดเด่นเหนือใคร คือแนวคิด “ไม่ต้องดาวน์” (No Down Payment) ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงสำคัญที่ขวางกั้นคนไทยส่วนใหญ่จากการเป็นเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ โครงการยังเสนอทางเลือกการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นยาวนาน เสมือนค่าเช่ารายเดือน โดยอัตราผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ทำให้ผู้ที่มีรายได้ไม่ประจำ หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน สามารถเข้าถึงโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“เราเห็นปัญหาว่า ผู้ที่ต้องการมีบ้านยังมีอยู่มาก แต่ที่ผ่านมามีปัญหาการกู้ธนาคารไม่ผ่านสูงถึง 35-40% โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ที่ซื้อบ้านได้ยาก ทำให้พวกเขาหันไปเช่าแทน ซึ่งก็ส่งผลให้ตลาดเช่าบูมในช่วงที่ผ่านมา” นายคีรี อธิบายถึงที่มาของแนวคิด “โครงการบ้านชาวไทยจะเปลี่ยนใจคนนิยมเช่าให้หันมาซื้อแทน”
เปิดตัว 2 โครงการนำร่อง: D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง
เพื่อเป็นการเริ่มต้นโครงการ “บ้านชาวไทย” ในปี 2569 นี้ BTS ได้คัดเลือก 2 โครงการนำร่องที่พร้อมจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมนี้ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประมาณ 12,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ทำเลศักยภาพ ห่างจากสถานีศรีเอี่ยม รถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพียง 300 เมตร โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต นำเสนอห้องชุด 3 แบบ ได้แก่
ห้องขนาด 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
ห้องขนาด 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.85 ล้านบาท
ห้องขนาด 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.78 ล้านบาท
ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ปทุมธานี): ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 115 ไร่ โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต มีห้องชุด 3 แบบที่พร้อมตกแต่ง สามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ได้แก่
ห้องขนาด 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท
ห้องขนาด 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.4 ล้านบาท
ห้องขนาด 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.2 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “บ้านชาวไทย” จะได้รับสิทธิ 1 คนต่อ 1 สิทธิ และหากมีผู้สนใจจำนวนมากเกินกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดให้ลงทะเบียน จะมีการดำเนินการจับฉลากเพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ต่อไป
การลงทุนที่มั่นคง: BTS ทุ่มงบฯ เอง พร้อมผนึกพันธมิตร
ในการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านชาวไทย” BTS จะเป็นผู้ลงทุนหลักทั้งหมด โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% ควบคู่ไปกับการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธอส. สำหรับที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการนั้น มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งที่ดินเดิมของบริษัท การซื้อที่ดินเพิ่มเติม รวมถึงการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจร่วมลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ของ BTS
ก้าวข้ามข้อจำกัด สู่การเป็นเจ้าของอสังหาฯ ที่ยั่งยืน
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ใช่เพียงแค่การขายอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเป็นเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่และครอบครัวยุคใหม่ การนำเสนอทางเลือกทางการเงินที่เข้าถึงง่าย และการกระจายโครงการไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยทั่วประเทศ
ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมอาจเผชิญกับความท้าทาย โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม การลงทุนที่กล้าหาญ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของผู้บริโภค การสร้างโอกาสให้คนไทยได้มี บ้านราคาดี เป็นของตนเองนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เป็นจริงได้
นี่คือโอกาสที่คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนนับแสนให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและอบอุ่น
อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านในฝันของคุณ! ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ “บ้านชาวไทย” ได้แล้ววันนี้ และเตรียมพร้อมพลิกโฉมชีวิตของคุณให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง

