สร้างฝันให้เป็นจริง: โครงการ “บ้านชาวไทย” พลิกโฉมอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยนวัตกรรมสินเชื่อและทำเลศักยภาพ
กรุงเทพมหานคร, 19 มกราคม 2569 – ในยุคที่การเป็นเจ้าของบ้านสักหลังเปรียบเสมือนความฝันอันไกลโพ้นสำหรับคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้ไม่ประจำ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว แต่ความฝันนั้นกำลังจะกลายเป็นจริง ด้วยความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านระบบขนส่งมวลชนและอสังหาริมทรัพย์ และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สถาบันการเงินชั้นนำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย สู่การเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” มหากาพย์แห่งการสร้างโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท เนรมิตกว่า 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่นที่ไม่เคยมีมาก่อน คือ ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ และ ผ่อนชำระเสมือนค่าเช่า เริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดนี้มาอย่างต่อเนื่อง โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่เป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญที่ตอบโจทย์ pain point ของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS ที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยอย่างแท้จริง
เจาะลึกวิสัยทัศน์ “บ้านชาวไทย”: โอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ต้องการมีบ้าน
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มาจากความตั้งใจที่ต้องการมอบโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านให้แก่คนไทยทุกคนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่การขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหลายกลุ่ม ปัญหาการกู้ไม่ผ่านที่สูงถึง 35-40% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่ประจำ ทำให้หลายคนต้องจำใจเป็นผู้เช่า แทนที่จะได้เป็นเจ้าของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างในตลาดที่โครงการนี้เข้ามาเติมเต็ม
นายคีรี กาญจนพาสน์ ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า “โครงการบ้านชาวไทย เกิดจากความรู้สึกที่ผมอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่กินใจ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เหนือกว่าผลกำไรทางธุรกิจ ท่ามกลางกระแสอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา การลงทุนครั้งใหญ่ขนาดนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ: นวัตกรรมสินเชื่อ “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนเสมือนค่าเช่า”
หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการ “บ้านชาวไทย” แตกต่างและน่าจับตามอง คือ รูปแบบสินเชื่อที่ผ่อนปรนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประเด็น “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนยาวเสมือนค่าเช่า” จะปลดล็อคข้อจำกัดทางการเงินที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ต้องการมีบ้าน ทำให้การเริ่มต้นเป็นเจ้าของบ้านมีความเป็นไปได้มากขึ้น
ไม่ต้องใช้เงินดาวน์: ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เพราะเงินดาวน์มักเป็นภาระก้อนใหญ่ที่ทำให้หลายคนท้อแท้ก่อนที่จะเริ่มต้นกระบวนการซื้อบ้าน การตัดปัญหานี้ออกไป จะช่วยเปิดประตูให้ผู้คนจำนวนมากเข้าถึงโอกาสในการเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผ่อนชำระเสมือนค่าเช่า: ด้วยอัตราผ่อนชำระเริ่มต้นที่ประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเช่าอพาร์ตเมนต์หรือทาวน์เฮาส์ในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนจากการจ่ายค่าเช่าที่สูญเปล่า ไปเป็นการลงทุนเพื่อสร้างสินทรัพย์ของตนเองได้อย่างชาญฉลาด
แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ “Rent-to-Own” หรือ “ซื้อเพื่อเช่า” ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งเป็นการผสมผสานข้อดีของการเช่า (ความยืดหยุ่น, ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำ) เข้ากับข้อดีของการซื้อ (การสร้างสินทรัพย์, การลงทุนระยะยาว)
ศักยภาพทำเลที่อยู่อาศัย: โครงการ “บ้านชาวไทย” ทั่วประเทศ
การลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BTS ในการกระจายโอกาสให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมีแผนการพัฒนาในพื้นที่สำคัญๆ ดังนี้:
กรุงเทพฯ และปริมณฑล: เป็นพื้นที่หลักในการพัฒนา โดยเน้นทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
พื้นที่ต่างจังหวัด: การขยายโครงการไปยังจังหวัดท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ชลบุรี (ใกล้สนามบินอู่ตะเภา) กาญจนบุรี และ นครราชสีมา (โคราช) เป็นการมองการณ์ไกลถึงศักยภาพการเติบโตของภูมิภาค และการรองรับการขยายตัวของเมือง (Urbanization)
โครงการนำร่อง 2 โครงการ: D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง
ในปี 2569 นี้ โครงการ “บ้านชาวไทย” จะเริ่มต้นด้วย 2 โครงการนำร่อง ซึ่งเป็นเหมือนการเปิดศักราชแห่งโอกาส:
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์:
ทำเล: ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ห่างจากสถานีศรีเอี่ยม (รถไฟฟ้าสายสีเหลือง) เพียง 300 เมตร เป็นทำเลที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองได้สะดวก
รูปแบบ: คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต
ขนาดและราคา:
30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ): ราคา 1.89 ล้านบาท
45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ): ราคา 2.85 ล้านบาท
60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ): ราคา 3.78 ล้านบาท
สถานะ: อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จปลายปี 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ปทุมธานี):
ทำเล: ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท เป็นทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งนักศึกษา ครอบครัว และผู้ที่ทำงานในย่านนี้
รูปแบบ: คอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 115 ไร่
ขนาดและราคา:
30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ): ราคา 1.6 ล้านบาท (ยูนิตราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจที่สุด)
45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ): ราคา 2.4 ล้านบาท
60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ): ราคา 3.2 ล้านบาท
จุดเด่น: ทุกยูนิตเป็นห้องพร้อมตกแต่ง (Fully Fitted) พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที (Move-in Ready)
ทั้งสองโครงการนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง ทำเลศักยภาพสูง และ ราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด อสังหาริมทรัพย์ราคาถูก ที่มีคุณภาพ
การลงทุนและการบริหารจัดการ: โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน
BTS จะเป็นผู้ลงทุนหลักในโครงการนี้ โดยใช้กระแสเงินสดของบริษัทประมาณ 20% และส่วนที่เหลือจะมาจากการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน รวมถึงการเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของโครงสร้างทางการเงินและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
การใช้ที่ดินที่มีอยู่เดิม ร่วมกับการซื้อที่ดินเพิ่มเติม เป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่ชาญฉลาด เพื่อให้สามารถนำเสนอ บ้านราคาเริ่มต้น ได้จริง
เจาะตลาดเป้าหมาย: คนรุ่นใหม่ ผู้มีรายได้ไม่ประจำ และครอบครัว
โครงการ “บ้านชาวไทย” มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายหลักๆ ที่เผชิญความท้าทายในการซื้อบ้าน ดังนี้:
คนรุ่นใหม่ (Millennials & Gen Z): ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว หรือต้องการมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตนเอง แต่มีข้อจำกัดด้านเงินออม
ผู้มีรายได้ไม่ประจำ: กลุ่มฟรีแลนซ์, อาชีพอิสระ, ผู้ประกอบการรายย่อย ที่มักมีปัญหาในการยื่นขอสินเชื่อแบบดั้งเดิม
ครอบครัวขนาดเล็ก: ที่ต้องการบ้านหลังแรกในราคาที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
การที่โครงการมีห้องหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 1 ห้องนอน ไปจนถึง 3 ห้องนอน ทำให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้อย่างครบถ้วน
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบันและอนาคต
แม้ตลาด อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ในภาพรวม แต่ความต้องการในการมีที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่เสมอ โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้เข้ามาเติมเต็มความต้องการนั้น โดยอาศัยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด:
การเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายขึ้น: การแก้ปัญหา อัตราการอนุมัติสินเชื่อต่ำ เป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคกำลังซื้อที่ซ่อนอยู่
ทำเลที่ตั้ง: การเลือกทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือในเมืองที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับโครงการ
ราคาที่แข่งขันได้: การนำเสนอ คอนโดราคาถูก และ บ้านราคาประหยัด จะดึงดูดผู้ซื้อที่คำนึงถึงงบประมาณเป็นหลัก
รูปแบบโครงการที่ทันสมัย: การนำเสนอห้องชุดที่พร้อมตกแต่ง (Fully Fitted) หรือโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move) จะตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภคยุคใหม่
บทบาทของ ธอส. ในโครงการ “บ้านชาวไทย”
การที่ ธอส. เข้ามาเป็นพันธมิตรหลักในโครงการนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของสถาบันการเงินในการสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของคนไทย ธอส. มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการสินเชื่อที่อยู่อาศัยมายาวนาน การร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569-2570: โอกาสที่รออยู่
ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์หลายท่านคาดการณ์ว่า ตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569 อาจยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น อัตราดอกเบี้ยโลก อัตราเงินเฟ้อ และการเมืองระหว่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริง (Effective Demand) ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก และผู้ที่มองหาการลงทุนระยะยาว
โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้ จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาด อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ คอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้น และ บ้านราคาไม่แพง
คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ:
ในฐานะที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ผมขอแนะนำให้ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้าน หรือนักลงทุนที่มองหา โครงการอสังหาริมทรัพย์น่าลงทุน ไม่ควรพลาดโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้
ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด: ทำความเข้าใจเงื่อนไขโครงการ ทำเลที่ตั้ง และรูปแบบการผ่อนชำระ
เตรียมความพร้อมด้านเอกสาร: แม้ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ แต่การเตรียมเอกสารส่วนบุคคลและเอกสารทางการเงินเบื้องต้น จะช่วยให้กระบวนการสมัครสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น
ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ: เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคมนี้ การลงทะเบียนล่วงหน้า จะช่วยให้คุณมีสิทธิ์เข้าถึงโครงการก่อนใคร
พิจารณาอนาคต: การเป็นเจ้าของบ้าน คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า การผ่อนชำระที่เสมือนค่าเช่า คือโอกาสในการสร้างรากฐานที่มั่นคง
สรุป:
โครงการ “บ้านชาวไทย” โดย บีทีเอส กรุ๊ป และ ธอส. คือปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นจริง ด้วยนวัตกรรมสินเชื่อ “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนเสมือนค่าเช่า” พร้อมด้วยทำเลศักยภาพทั่วประเทศ นี่คือโอกาสทองที่คนไทยไม่ควรพลาดในการก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านที่มั่นคง และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับตนเองและครอบครัว
หากคุณพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นการเดินทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านที่ใฝ่ฝัน ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ “บ้านชาวไทย” ได้เร็วๆ นี้ และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อคว้าโอกาสสำคัญนี้ไว้!

