บ้านราคาจับต้องได้: โครงการ “บ้านชาวไทย” จาก BTS และ ธอส. จุดประกายฝันคนมีบ้านปี 2569
ในยุคที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความฝันของการมีบ้านเป็นของตัวเองสำหรับคนไทยจำนวนมากกลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม ท่ามกลางความท้าทายนี้ ได้เกิดโครงการที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายอย่างยิ่ง นั่นคือ “บ้านชาวไทย” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท ที่จะเนรมิตที่อยู่อาศัยคุณภาพกว่า 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ
วิสัยทัศน์แห่งการแบ่งปัน: สร้างบ้านให้คนไทยอย่างแท้จริง
คุณคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS ได้เปิดเผยถึงที่มาของโครงการ “บ้านชาวไทย” ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะ “ทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย” โดยต่อยอดจากประสบการณ์อันยาวนานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และความสำเร็จในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างรถไฟฟ้า BTS เมื่อ 30 ปีก่อน โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการส่งมอบโอกาสและเติมเต็มความฝันให้กับผู้คน เขาได้ใช้เวลาถึง 3 เดือนในการคิดค้นคอนเซ็ปต์และตั้งชื่อโครงการนี้ด้วยความตั้งใจจริง แม้ชื่อ “บ้านชาวไทย” อาจจะไม่ดูทันสมัยนัก แต่สะท้อนถึงเป้าหมายอันบริสุทธิ์ในการตอบแทนสังคม
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้โครงการ “บ้านชาวไทย” แตกต่างและน่าสนใจอย่างยิ่ง คือการนำเสนอแนวคิด “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนยาวนานเสมือนค่าเช่า” โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ประจำน้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และคนรุ่นใหม่ ที่มักประสบปัญหาในการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารแบบเดิมๆ ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสูงถึง 35-40%
การลงทุนเพื่ออนาคต: 50,000 ยูนิตทั่วประเทศ
ภายใต้โครงการ “บ้านชาวไทย” มีแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยจำนวนทั้งสิ้น 50,000 ยูนิต ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย โดยจะกระจายการพัฒนาไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เช่น ชลบุรี (ใกล้สนามบินอู่ตะเภา), กาญจนบุรี, และนครราชสีมา การกระจายตัวของโครงการในหลากหลายทำเล สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขวาง และตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยในภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง
ในปี 2569 นี้ จะมีการเปิดตัวโครงการนำร่อง 2 โครงการ ซึ่งจะส่งมอบยูนิตจำนวนประมาณ 12,000 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่าน และหากมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเกินกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดให้จอง จะมีการจับฉลากเพื่อความเป็นธรรม
เปิดตัว 2 โครงการนำร่อง: D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง
สำหรับ 2 โครงการแรกที่พร้อมเปิดตัวและสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่:
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์: ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ห่างจากสถานีศรีเอี่ยม รถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพียง 300 เมตร โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมความสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวมทั้งสิ้น 4,150 ยูนิต มีห้องให้เลือกหลากหลายขนาด ได้แก่
ขนาด 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคา 1.89 ล้านบาท
ขนาด 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.85 ล้านบาท
ขนาด 60 ตร.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.78 ล้านบาท
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในเดือนกันยายน 2569 และแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2571
โครงการ D:CRAFT คลองหลวง, ปทุมธานี: ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และใกล้ตลาดไท บนพื้นที่กว่า 115 ไร่ โครงการนี้พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น จำนวนประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต โดดเด่นด้วยห้องพักพร้อมตกแต่ง (Fully Furnished) ที่ผู้ซื้อสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที โดยมีขนาดห้องและราคาดังนี้:
ขนาด 30 ตร.ม. (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) ราคา 1.6 ล้านบาท
ขนาด 45 ตร.ม. (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 2.4 ล้านบาท
ขนาด 60 ต.ม. (3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) ราคา 3.2 ล้านบาท
เศรษฐกิจชะลอตัว… โอกาสทองของคนอยากมีบ้าน
แม้ว่าสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะเผชิญกับภาวะชะลอตัว อันเนื่องมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคต่างๆ แต่คุณคีรีได้เน้นย้ำว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่สูงมาก และที่ผ่านมา ปัญหาหลักที่ขัดขวางไม่ให้ผู้คนสามารถมีบ้านได้สำเร็จ คืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง ทำให้ผู้ที่ต้องการมีบ้านต้องหันไปเช่าแทน ซึ่งส่งผลให้ตลาดเช่ามีความคึกคักเป็นพิเศษ
โครงการ “บ้านชาวไทย” จึงถูกออกแบบมาเพื่อพลิกแนวคิดนี้ โดยเปลี่ยนผู้ที่เคยนิยมเช่า ให้กลับมาสนใจและสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้จริง การลงทุนทั้งหมดในโครงการนี้มาจากกระแสเงินสดของ BTS ประมาณ 20% และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน รวมถึงการนำที่ดินเดิมมาพัฒนา หรือการซื้อที่ดินเพิ่มเติม และยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความสนใจร่วมลงทุนได้อีกด้วย
การเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์: ยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับตลาดบ้านราคาประหยัด
การที่ BTS กล้าทุ่มเม็ดเงินมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท เข้ามาขับเคลื่อนโครงการ “บ้านชาวไทย” ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังไม่สดใสนัก สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แนวคิด “ไม่ต้องดาวน์” และ “ผ่อนเสมือนค่าเช่า” ซึ่งหมายถึงค่าผ่อนต่อเดือนอาจเริ่มต้นเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือนนั้น เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดอย่างยิ่งในการเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และสามารถสร้างความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ ในตลาดได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ การที่โครงการได้ผนึกกำลังกับ ธอส. ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาลที่มีพันธกิจในการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน ยิ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือให้กับโครงการ การร่วมมือนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านสินเชื่อ และอาจมีข้อเสนอพิเศษต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น
การมองการณ์ไกล: ประโยชน์ระยะยาวและความยั่งยืน
โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การขายยูนิตอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของสังคมไทยในระยะยาว การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงในชีวิต การสร้างครอบครัว และการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้ จะช่วยลดภาระทางการเงินของประชาชน กระตุ้นการบริโภค และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม
สำหรับนักลงทุนใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และ อสังหาริมทรัพย์ราคาประหยัด โครงการนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างและโอกาสในการพัฒนาตลาดสำหรับผู้ที่มีความต้องการจริง แต่ติดขัดด้านกำลังซื้อ การมุ่งเน้นไปที่ การลงทุนบ้านใหม่ พร้อมด้วยเงื่อนไขทางการเงินที่ผ่อนปรน จะเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
อนาคตของวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย
ด้วยโมเดลธุรกิจที่สดใหม่และเป้าหมายที่ชัดเจน โครงการ “บ้านชาวไทย” นี้อาจกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์เพื่อคนไทย ที่ยั่งยืนในอนาคต หากโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ก็เป็นไปได้ว่าจะมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ หรือร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างสรรค์โครงการที่คล้ายคลึงกันออกมาอีก การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาบ้านในฝัน หรือกำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเงินในการซื้อบ้าน การเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” นี้คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนและค้นหาบ้านที่ใช่ ในราคาที่ใช่ สำหรับคุณและครอบครัว
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะเติมเต็มความฝันเรื่องบ้าน?
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น การเข้ามาทำความรู้จักกับโครงการ “บ้านชาวไทย” คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด อย่ารอช้า! ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โครงการบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 2 ล้าน และ คอนโดพร้อมอยู่ราคาดี จากโครงการนำร่อง D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โอกาสที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองกำลังรอคุณอยู่!
