• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001167 ผมไม ใช ขอทาu ไม ได องการเง นจากค (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001167 ผมไม ใช ขอทาu ไม ได องการเง นจากค (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย ลุยตลาดคอนโดมิเนียมปี 2569: กลยุทธ์สวนกระแสและความเชื่อมั่นในอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่ปี 2568 ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้ว่าจะมีคำกล่าวจากผู้บริหารระดับสูงของ ศุภาลัย อย่างคุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม ที่มองว่าปี 2569 จะสดใสกว่าปีที่ผ่านมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนและการชะลอตัวของกำลังซื้อที่เห็นได้ชัด ผู้บริหารศุภาลัยกลับเลือกที่จะเดินเกมรุกอย่างกล้าหาญ โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียม ที่หลายคนมองว่าเป็นภาคส่วนที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ และมีสัญญาณการเติบโตที่อาจจะไม่ได้ร้อนแรงเท่าช่วงก่อนหน้านี้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: บทเรียนจากความท้าทาย

ปี 2568 เปรียบเสมือนบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายราย ความท้าทายไม่ใช่เพียงแค่เรื่องกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค แต่ยังรวมถึงความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้าง นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

คุณไตรเตชะยอมรับว่า เป็นปีที่ยากลำบากที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นปีที่ได้เห็นถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งทางการเงิน และความสามารถในการปรับตัวขององค์กร “ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้จากกรณีตัวอย่างของผู้ประกอบการรายอื่น ว่าการมีฐานะการเงินที่มั่นคงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด” ท่านกล่าว “เราต้องเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ระยะยาว และไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา”

การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสในการคว้าที่ดินในราคาที่เหมาะสม เมื่อตลาดโดยรวมยังคงชะลอตัว การมีสภาพคล่องที่ดีทำให้ศุภาลัยสามารถดำเนินการซื้อที่ดินคุณภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคตได้ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่มองการณ์ไกล

“สิ่งที่เราทำ เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่น การบริหารสภาพคล่องให้ดี การมองหาโอกาสในการซื้อที่ดินในจังหวะที่เหมาะสม” คุณไตรเตชะอธิบาย “เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ความต้องการของลูกค้าเป็นแบบหนึ่ง แต่มาวันนี้ ความต้องการของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เราต้องปรับตัวให้ทัน ถ้าเรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เราต้องตอบสนองให้ได้ครบถ้วน ทั้งในเรื่องของราคา โปรดักต์ ทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถ้าเราทำได้ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะตอบแทนเราอย่างแน่นอน”

ศุภาลัยกับความมั่นใจในตลาดคอนโดมิเนียมปี 2569

สวนทางกับความกังวลของตลาดบางส่วน ศุภาลัยกลับประกาศเดินหน้าเต็มตัวในตลาดคอนโดมิเนียมสำหรับปี 2569 โดยมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากกว่าปีที่ผ่านมา คุณไตรเตชะเชื่อมั่นว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะฟื้นตัวได้ และมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ

“ผมมั่นใจว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 จะไม่ย่ำแย่เท่าปี 2568” ท่านกล่าว “หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ เกิดขึ้น ภาพรวมตลาดน่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน”

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นนี้ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐที่ยังคงมีต่อเนื่อง เช่น การผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan to Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองลงเหลือ 0.01% ซึ่งขยายเวลาไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 มาตรการเหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ซื้อ ทำให้การตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ง่ายขึ้น

ศุภาลัยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับตลาดแมส (Mass Market) โดยมีเป้าหมายราคาขายที่ 70,000 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้สำหรับกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านที่มีศักยภาพในการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ในปี 2568 ศุภาลัยได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมไป 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าคอนโดมิเนียมในพอร์ตสะสมประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,000-4,000 ยูนิต นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอนอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 50% โดยเฉพาะโครงการใหญ่อย่าง “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” ที่มียอดขายกว่า 60% และกำลังจะทยอยโอนในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” โครงการแรกปี 2569: การตีความความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่

ประเดิมศักราชใหม่ 2569 ศุภาลัยได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกของปี คือ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ ในระยะเพียง 150 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ ด้วยการเป็นโครงการคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าที่สูงที่สุดในย่านนี้

โครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น รวม 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33 – 67.5 ตารางเมตร โดยเน้นดีไซน์พื้นที่ใช้สอยที่มีครัวปิดเป็นสัดส่วน ราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 75,700 บาทต่อตารางเมตร

การเลือกทำเลท่าพระ ไม่ใช่เพียงเพราะการเป็นจุดตัดของเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของย่านนี้ โดยท่าพระติดอันดับ 10 ทำเลที่คนนิยมค้นหาในกรุงเทพฯ มีค่าเช่าเฉลี่ยราว 12,500 บาทต่อเดือน ให้ผลตอบแทนการลงทุน (Rental Yield) อยู่ที่ประมาณ 5-7% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการลงทุนปล่อยเช่าในระยะยาว

ศุภาลัยได้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้ไว้อย่างชัดเจน 3 กลุ่ม คือ
วัยทำงาน: ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางไปทำงาน
Young Family: ครอบครัวที่กำลังวางแผนขยายครอบครัว หรือมองหาที่อยู่อาศัยที่ลงตัว
นักลงทุน: ที่มองหาผลตอบแทนจากการเช่า

“เรามีหลายโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในโซนนี้ เช่น ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ, เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ, ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่” คุณไตรเตชะให้ข้อมูลเพิ่มเติม “จากการสำรวจของเรา พบว่า 1 ใน 5 ของลูกค้าทั้งหมด เลือกทำเลที่เดินทางสะดวกสบายไปยังสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย”

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ “พฤติกรรมการใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียว” ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้ศุภาลัยต้องปรับกลยุทธ์ในการออกแบบผังห้องใหม่

การปรับกลยุทธ์ห้องชุด: ตอบโจทย์เทรนด์ “บ้านหลังแรก หลังเดียว”

จากแนวโน้มที่ลูกค้าจำนวนมากมองหาคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยหลักในระยะยาว ศุภาลัยจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนของห้องชุดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะห้องแบบ 1 ห้องนอน พลัส (1 Bedroom Plus) และ 2 ห้องนอน

ในโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” สัดส่วนห้อง 1 ห้องนอนอยู่ที่ 43% ส่วนห้อง 1 ห้องนอน พลัส มีสัดส่วน 21% และห้อง 2 ห้องนอน มีสัดส่วนสูงถึง 36% การเพิ่มสัดส่วนห้อง 2 ห้องนอนนี้ เป็นการตอบรับกับความต้องการของตลาดที่ชัดเจน ซึ่งเห็นได้จากความสำเร็จของโครงการ “ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม” ที่ห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว

“การเพิ่มขนาดห้องชุดให้ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะห้องขนาด 2 ห้องนอน เป็นธีมหลักของเราในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะกล่าว “ปัจจุบันลูกค้าเริ่มใช้คอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวมากขึ้นอย่างชัดเจน คอนโดมิเนียมที่มี 2 ห้องนอนจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นเทรนด์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ real estate investment trends 2025 ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่คุ้มค่า ยืดหยุ่น และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ยาวนานขึ้น การมีห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเป็นห้องทำงาน ห้องสำหรับสมาชิกในครอบครัว หรือแม้กระทั่งการเพิ่มมูลค่าสำหรับการปล่อยเช่าในอนาคต

“กู้แบงก์ไม่ผ่าน” : โจทย์ท้าทายที่ยังคงอยู่

แม้ว่าทิศทางของตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 จะดูมีอนาคตสดใส แต่คุณไตรเตชะก็ยังคงมีความกังวลต่อปัญหา “ยอดปฏิเสธสินเชื่อ” (Reject Rate) ที่สูงถึง 40% ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งตลาด

“ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวสูง คือ มีหนี้สินน้อย และมีรายได้สูง” คุณไตรเตชะอธิบาย “ทำให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย ประสบปัญหาการขอสินเชื่อยากขึ้น หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ปริมาณการปฏิเสธสินเชื่อก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้น”

ปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อที่สูงนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม

“สำหรับโครงการแนวราบ ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ด้วยเหตุผลนี้” ท่านกล่าวต่อ “แต่ต้องอธิบายว่า ลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาท ในรูปแบบแนวราบ มักจะมีภาระหนี้สินอื่น ๆ เช่น รถยนต์ หรือมีสมาชิกในครอบครัวหลายคน ช่วยกันหารายได้ ทำให้โอกาสในการยื่นขอสินเชื่อผ่านสูงกว่า”

“ในทางกลับกัน ลูกค้าคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ 2 คน การหารายได้ต่อคนเพื่อผ่อนชำระสินเชื่อจึงน้อยกว่า โอกาสในการขอสินเชื่อจึงอาจจะน้อยกว่า”

“จากการประเมิน พบว่าลูกค้าศุภาลัยที่ขอสินเชื่อโครงการแนวราบไม่ผ่านคิดเป็น 20% ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 40% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคอนโดมิเนียมมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยการขอสินเชื่อมากกว่าแนวราบอย่างมีนัยสำคัญ”

ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการหาโซลูชันสำหรับ affordable housing solutions และการสนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้

ข้อเสนอแนะถึงภาครัฐ: เร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานและผังเมือง

จากปัญหา “Reject Rate” ที่เป็นโจทย์ใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ คุณไตรเตชะได้ฝากข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐบาลชุดใหม่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนตลาดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

การแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม: ศุภาลัยเรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อโครงการรถไฟฟ้าที่ดำเนินการไปแล้วให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทั้งเร่งรัดการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ให้เพียงพอต่อความต้องการของเมืองหลวง เนื่องจาก การสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่นั้น เป็นการสนับสนุนการเดินทางนอกเมืองมากกว่าการแก้ปัญหาในเขตเมืองหลัก

การเร่งรัดบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่: ผังเมืองฉบับใหม่นี้ถือเป็นความหวังครั้งสำคัญในรอบหลายปี เนื่องจากมีการปลดล็อกข้อจำกัดในการก่อสร้าง ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการพัฒนาโครงการต่างๆ ได้มากขึ้น ศุภาลัยคาดการณ์ว่า จะมีโอกาสได้ใช้ผังเมืองใหม่นี้ในปี 2570 หลังจากที่ถูกชะลอมานานกว่า 3 ปี

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผังเมืองที่ชัดเจน จะไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นการสร้างเมืองที่น่าอยู่ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย: โอกาสที่มองเห็นท่ามกลางความท้าทาย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่า ศุภาลัยกำลังเดินเกมที่น่าสนใจในปี 2569 ด้วยการสวนกระแสตลาดในบางมุม และการตีความความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป การมุ่งเน้นที่ตลาดคอนโดมิเนียมแมส และการปรับรูปแบบห้องชุดให้ตอบรับกับเทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตา

แม้ว่าปัญหาการขอสินเชื่อจะเป็นความท้าทายที่สำคัญ แต่หากภาครัฐสามารถเข้ามาสนับสนุนและหาโซลูชันให้กับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม จะมีโอกาสเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย การศึกษาแนวโน้มการพัฒนาของบริษัทชั้นนำอย่างศุภาลัย และการทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนที่ถูกต้อง

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่ หรือต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาแก่คุณ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยที่ใช่ และคุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของคุณ

Previous Post

D2001166 คนอย างเธอไม สำน กบ ญค (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001168 เธอวางแผuปล uป าดาด วยว (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001168 เธอวางแผuปล uป าดาด วยว (หน งส น) สกายฟ part2

D2001168 เธอวางแผuปล uป าดาด วยว (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.