• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001162 เธOเWาเง uห นผ หญ งคนน ทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001162 เธOเWาเง uห นผ หญ งคนน ทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย บุกตลาดคอนโดมิเนียมปี 2569: กลยุทธ์สวนกระแส ท่ามกลางความท้าทายของผู้บริโภค

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรตลาดขึ้นลงมานับครั้งไม่ถ้วน ปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับผู้พัฒนาหลายราย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับความผันผวนและกำลังซื้อที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด ได้ประกาศจุดยืนที่น่าจับตามอง ด้วยการเดินหน้าลงทุนใน โครงการคอนโดมิเนียม อย่างต่อเนื่องในปี 2569 นี้ ซึ่งเป็นการสวนกระแสตลาดที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ยากลำบาก

ศุภาลัย: วิสัยทัศน์ระยะยาวท่ามกลางความไม่แน่นอน

คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดไว้อย่างชัดเจนว่า “ปี 2568 เป็นปีที่ยากและแย่ที่สุดในรอบ 20 ปีของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และมั่นใจว่าปี 2569 จะดีกว่าปี 2568” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ฝังรากลึกของศุภาลัย แม้จะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานา บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการบริหารจัดการที่ดิน การวางแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และที่สำคัญคือ การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ประกอบการรายอื่น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

“สถานะการเงินที่ดีและแข็งแกร่ง มันตอบแทนเราอย่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะกล่าวเสริม “เราใช้งบประมาณได้ดีมาก และจะดีขึ้นอีกในปีนี้ สิ่งที่ทำมันเริ่มจากจุดเล็ก ๆ เช่น สภาพคล่อง คว้าโอกาสในการซื้อที่ดินในราคาที่เหมาะสม พอตลาดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 3 ปีที่แล้วลูกค้าอยากได้แบบหนึ่ง มาปีนี้ความต้องการเขาเปลี่ยน ต้องปรับตัวตามให้ทัน ถ้าเรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ต้องทำให้ถูกต้อง ทั้งราคา โปรดักต์ ทำเล แฟซิลิตี้ ทุกอย่าง ถ้าทำได้ก็จะดี”

จากคำพูดนี้ เราเห็นแก่นแท้ของกลยุทธ์ที่ทำให้ศุภาลัยยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง นั่นคือ การบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ การมองหาโอกาสในการเข้าซื้อที่ดินในช่วงเวลาที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค การปรับตัวให้ทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ราคาคอนโด ทำเลที่ตั้ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตในตลาด อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ ยุคใหม่

มองฟ้า สัญญาณฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียม

สำหรับภาพรวมตลาด คอนโดมิเนียม ในปี 2569 คุณไตรเตชะ แสดงความมั่นใจว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ประการแรก คือมาตรการกระตุ้นตลาดจากภาครัฐที่ยังคงมีต่อเนื่อง เช่น การผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan to Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

“จึงเป็นเหตุผลทำให้ศุภาลัยวางแผนจะเปิดตัวโครงการแนวสูงมากกว่าปีที่ผ่านมา” คุณไตรเตชะกล่าว “เนื่องจากมาตรการรัฐอย่างการผ่อนปรนมาตรการ LTV, ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่ต่อเนื่องถึงมิถุนายน 2569 โดยยังคงเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดแมสด้วยโฟกัสราคาขายที่ 70,000-80,000 บาทต่อ ตร.ม.”

การที่ศุภาลัยตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการเปิดตัว คอนโดมิเนียมใหม่ ในปีนี้ ถือเป็นการเดินเกมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าตลาดแมส ที่มีกำลังซื้อและความต้องการที่มั่นคง การตั้งราคาขายเฉลี่ยระหว่าง 70,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร ถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนเมืองจำนวนมาก และสอดคล้องกับกำลังซื้อที่อาจจะยังไม่กลับมาเต็มที่นัก

ในปี 2568 ที่ผ่านมา ศุภาลัยได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมไปทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าคอนโดมิเนียมสะสมในพอร์ตประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,000-4,000 ยูนิต นอกจากนี้ยังมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยสูงกว่า 50% โดยเฉพาะโครงการ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” ที่มียอดขายสูงถึง 60% และกำลังจะเริ่มทยอยโอนในไตรมาส 2 ปี 2569

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์”: โครงการเปิดหัวรับปี 2569

เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการบุกตลาดคอนโดมิเนียม ศุภาลัยได้ประเดิมศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลทอง ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ ในระยะเดินเพียง 150 เมตร จุดเด่นของโครงการนี้คือ การเป็นหนึ่งในโครงการแรกๆ ที่ตั้งอยู่ติดสถานี และมีความสูงที่โดดเด่นในย่านนี้ ซึ่งหาได้ยากในทำเลใจกลางเมือง

โครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น รวมจำนวน 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้าอีก 3 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33-67.5 ตารางเมตร พร้อมครัวแบบปิด ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก ราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 75,700 บาทต่อตารางเมตร

“ด้วยทำเลและราคาที่มีศักยภาพ เราพัฒนาโครงการนี้ โดยเน้นเจาะ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ วัยทำงานที่ต้องการการเดินทางที่สะดวกสบาย และ Young Family ครอบครัวที่วางแผนขยับขยาย และนักลงทุน” คุณไตรเตชะกล่าวถึงกลยุทธ์การเจาะตลาดของโครงการ “ท่าพระติด 10 อันดับทำเลที่คนนิยมค้นหา มีค่าเช่าเฉลี่ยราว 12,500 บาทต่อเดือน ให้ผลตอบแทนประมาณ 5-7% สะท้อนถึงศักยภาพการซื้อลงทุนปล่อยเช่ายังเติบโตในระยะยาว”

ทำเล “ท่าพระ” ถือเป็นทำเลศักยภาพสูงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง การที่โครงการตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในการเดินทางและการใช้ชีวิต ทำให้โครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยจริง (Owner-Occupier) และผู้ที่มองหาโอกาสในการลงทุนปล่อยเช่า (Investor) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ อสังหาริมทรัพย์ราคา ในทำเลชั้นในยังคงสูงอยู่

การตอบสนองต่อเทรนด์ที่อยู่อาศัย: ยูนิตขนาด 2 ห้องนอนที่เพิ่มขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจจากโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คือ การจัดสรรสัดส่วนของยูนิตประเภทต่างๆ ศุภาลัยได้เพิ่มสัดส่วนห้องขนาด 1 ห้องนอน พลัส (1 Bedroom Plus) และ 2 ห้องนอน ให้มีจำนวนมากขึ้น โดยมีสัดส่วน 21% และ 36% ตามลำดับ ขณะที่ห้องขนาด 1 ห้องนอนมีสัดส่วน 43% ของยูนิตทั้งหมด

“เรามีหลายโครงการติดสถานีรถไฟฟ้าโซนนี้ เช่น ลอฟท์ สถานีภาษีเจริญ, เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ, ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และไลท์ ท่าพระ-วงเวียนใหญ่ เราสำรวจพบว่า 1 ใน 5 ของลูกค้าทั้งหมด เลือกทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางไปสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย และพฤติกรรมการใช้คอนโดฯ เป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวเพิ่มมากขึ้น”

“จึงเป็นที่มาการหาที่ดินทำเลติด MRT และต่อยอดด้วยการเพิ่มพื้นที่ห้องให้มากกว่า 1 ห้องนอน มีขนาด 1 ห้องนอนพลัส หรือ 2 ห้องนอน ให้มีสัดส่วน 21% และ 36% ตามลำดับ มากกว่าห้องขนาด 1 ห้องนอนที่มีเพียง 43% ของยูนิตทั้งหมดในโครงการ ซึ่งมองว่าซัพพลายคอนโดฯ ที่มียูนิตขนาด 2 ห้องนอน ถูกดูดซับไปหมดแล้ว จากความสำเร็จของโครงการปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม ที่ยูนิตขนาด 2 ห้องนอน หมดลงเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะราคา 70,000-80,000 บาทต่อ ตร.ม.ที่มีอย่างจำกัด”

นี่คือการปรับตัวที่สอดคล้องกับเทรนด์ที่อยู่อาศัยที่กำลังเกิดขึ้น การที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียว ทำให้ความต้องการยูนิตที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น 1 Bedroom Plus หรือ 2 ห้องนอน มีแนวโน้มสูงขึ้น ศุภาลัยได้เล็งเห็นถึงเทรนด์นี้และตอบสนองด้วยการเพิ่มยูนิตประเภทดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง

“การทำห้องขนาดใหญ่และขนาด 2 ห้องนอนมากขึ้น เป็นธีมหลักของศุภาลัยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ลูกค้าเริ่มใช้คอนโดฯ เป็นบ้านหลังแรกและหลังเดียวมากขึ้นอย่างชัดเจน คอนโดฯ ที่มี 2 ห้องนอนมันเริ่มสำคัญ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นเทรนด์ที่ตอบโจทย์ในอนาคต”

“กู้แบงก์ไม่ผ่าน” : โจทย์ท้าทายที่ยังคงอยู่

แม้ว่าภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 จะดูมีแนวโน้มสดใส แต่คุณไตรเตชะ ยังคงแสดงความกังวลต่อปัญหา “การปฏิเสธสินเชื่อ” (Rejection Rate) ที่ยังคงสูงถึง 40% ซึ่งเป็นปัจจัยท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

“แม้ว่าแนวโน้มตลาดคอนโดฯ ปีนี้ จะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ “ไตรเตชะ” ยังคงมีความกังวลต่อยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านที่สูงถึง 40% ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักท้าทายตลาด เนื่องจากทุกธนาคารโฟกัสกลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติเดียวกันทั้งหมด คือ จำนวนหนี้น้อย และมีรายได้สูง เป็นเหตุให้กลุ่มรายได้ที่ต่ำกว่ามียอดปฏิเสธสินเชื่อจำนวนมาก หากไม่ได้รับการแก้ไขจะมีปริมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ”

ปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียม “ยอดปฏิเสธสินเชื่อไม่ผ่านที่สูงในกลุ่มความต้องการบ้านราคาต่ำ 3 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดฯ ส่วนโครงการแนวราบผมไม่ปฏิเสธว่าไม่ได้ปล่อยจริง ๆ จัง ๆ ด้วยเหตุผลนั้น แต่ต้องอธิบายว่า ลูกค้าซื้อโปรดักต์ในราคาเท่ากัน 3 ล้านบาท แต่แตกต่างกัน ลูกค้าแนวราบ ภาระเยอะกว่า เพราะบางบ้านต้องผ่อนรถด้วย แต่อยู่กันหลายคน ใช้เงินเดือนหลายคนมารวมกัน โอกาสยื่นสินเชื่อผ่านสูงกว่า ลูกค้าคอนโดฯ อยู่กัน 2 คน หารกันจำนวนมันน้อยกว่า ลูกค้าศุภาลัยขอสินเชื่อแนวราบไม่ผ่านคิดเป็น 20% ขณะที่คอนโดฯ อยู่ที่ 40% ถ้าเป็นปัจจัยนี้คอนโดฯ อ่อนไหวกว่าแนวราบเยอะ”

ประเด็นนี้เป็นข้อสังเกตที่สำคัญ การที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับศุภาลัยให้ความสำคัญกับปัญหา “สินเชื่อบ้านไม่ผ่าน” แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความกังวลของนักวิเคราะห์ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียม การที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อสำหรับคอนโดมิเนียมสูงกว่าแนวราบถึงสองเท่า เป็นสิ่งที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง

ข้อเสนอแนะถึงภาครัฐ: การขับเคลื่อนเมืองและคุณภาพชีวิต

จากปัญหาที่พบเจอ คุณไตรเตชะ ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ 2 ประการ:

การเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม: “ฝากถึงรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาการยื่นขอสินเชื่อให้ง่ายขึ้น เพื่อดึงผู้บริโภคที่ยังคงมีความต้องการบ้านเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น พร้อมฝากการบ้านไว้ 2 ข้อ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 1. แก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมด้วยการสานต่อรถไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้วให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเร่งเดินหน้ารถไฟฟ้าสายใหม่ให้เพียงพอสำหรับการเดินทางในกรุงเทพฯ เนื่องจากการสร้างมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่เป็นการสนับสนุนการเดินทางนอกวงโคจรตลาดอสังหาริมทรัพย์มากกว่า”

การพัฒนาเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขยายตัวของเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชน การเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ให้สะดวกสบายมากขึ้น จะช่วยกระจายความหนาแน่นของประชากร ลดปัญหาการจราจร และเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลใหม่ๆ ที่เคยเข้าถึงได้ยาก

การบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่: “และ 2. เร่งรัดการบังคับใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการปลดล็อกการก่อสร้างให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินโครงการได้มากมาย ซึ่งโอกาสที่จะได้ใช้ผังเมืองใหม่นี้น่าจะเกิดขึ้นในปี 2570 หลังจากที่ถูกชะลอไปแล้วเป็นเวลากว่า 3 ปี”

ผังเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน การปลดล็อกข้อจำกัดด้านการก่อสร้างตามผังเมืองใหม่ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถดำเนินโครงการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดหาที่อยู่อาศัยในเมือง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

บทสรุป: ศุภาลัยกับอนาคตคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ

การเดินหน้าของศุภาลัยในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ คอนโดมิเนียม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ การที่บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง การเปิดตัวโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” และการเพิ่มสัดส่วนยูนิตขนาด 2 ห้องนอน ล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และคว้าโอกาสท่ามกลางการแข่งขันที่สูง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือ คอนโดราคาไม่แพง ในทำเลศักยภาพที่กำลังเติบโต การตัดสินใจของศุภาลัยในปีนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี การศึกษาข้อมูลโครงการต่างๆ อย่างละเอียด และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการและเป้าหมายทางการเงินของคุณได้อย่างชาญฉลาด.

Previous Post

D2001161 เธOแอUเอาอะไรใส ลงในขวดน ำเกล (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001163 เธอเอาไม ดเทปกาวขโมยเง นแม (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001162 เธOเWาเง uห นผ หญ งคนน ทำไม (หน งส น) สกายฟ part2

D2001163 เธอเอาไม ดเทปกาวขโมยเง นแม (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.