• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D2001123 สล US กว uวาเลuไทน (หน งส น) สกายฟ part2

admin79 by admin79
January 21, 2026
in Uncategorized
0
D2001123 สล US กว uวาเลuไทน (หน งส น) สกายฟ part2

ศุภาลัย กล้าฉีกแนว! บุกตลาดคอนโดฯ ครึ่งหลังปี 2569 สวนกระแสกำลังซื้อ ชูศักยภาพทำเลและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ยุคใหม่

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2568 ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการทุกราย สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ล้วนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ได้ประกาศกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2569 โดยจะเน้นการลงทุนและเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เป็นพิเศษ แม้ตลาดโดยรวมจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านกำลังซื้อ

คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ ณ งานเปิดตัวโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คอนโดมิเนียมมูลค่า 3,000 ล้านบาท โครงการแรกของปี 2569 ว่า “ปี 2568 คือปีที่ท้าทายที่สุดในรอบสองทศวรรษของวงการอสังหาฯ แต่ผมเชื่อมั่นว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวและเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม”

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ศุภาลัย: การเงินแกร่ง – ปรับตัวไว – เข้าใจลูกค้า

คุณไตรเตชะ ยอมรับว่า ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่ง แต่ศุภาลัยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและการบริหารจัดการที่รอบคอบ “การมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่ดี คือรากฐานสำคัญที่ทำให้เราสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เราสามารถคว้าโอกาสในการซื้อที่ดินที่มีศักยภาพในราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและลูกค้า”

“จากประสบการณ์ 10 ปีในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผมเห็นมาตลอดว่า การจะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้นั้น จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองการณ์ไกล และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ” คุณไตรเตชะกล่าวเสริม “เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ความต้องการของผู้บริโภคเป็นแบบหนึ่ง แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าลูกค้าต้องการอะไร ราคาแบบไหน โปรดักต์ที่ใช่ ทำเลที่โดนใจ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ หากเราสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ศุภาลัยก็จะยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคเสมอ”

มั่นใจตลาดคอนโดฯ ฟื้นตัว – กลยุทธ์เปิดคอนโดฯ มากกว่าเดิม

สำหรับปี 2569 คุณไตรเตชะ มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียม “ผมเชื่อว่าปีนี้ตลาดจะไม่ซบเซาเหมือนปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ เกิดขึ้นอีก มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ทั้งการผ่อนคลายกฎ LTV (Loan-to-Value) และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือเพียง 0.01% ที่ขยายเวลาถึงกลางปี 2569 เป็นสัญญาณที่ดีที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ศุภาลัยจึงวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่จำนวนมากกว่าปี 2568 ซึ่งได้เปิดตัวไป 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท “เรามองว่าตลาดคอนโดมิเนียมยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าตลาดแมส (Mass Market) ที่เราให้ความสำคัญ ด้วยราคาขายที่เข้าถึงได้ในช่วง 70,000 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร”

ปัจจุบัน พอร์ตคอนโดมิเนียมสะสมของศุภาลัยมีมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3,000 – 4,000 ยูนิต นอกจากนี้ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยกว่า 50% โดยเฉพาะโครงการ “ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” ที่มียอดขายถึง 60% และพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569

“ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ปฐมบทแห่งการบุกตลาดคอนโดฯ ปี 2569

โครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คือหมุดหมายแรกที่ศุภาลัยใช้เปิดศักราชการลงทุนคอนโดมิเนียมในปี 2569 โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลทอง ติดแนวรถไฟฟ้า MRT สถานีท่าพระ ในระยะเพียง 150 เมตร ชูจุดเด่นเป็นคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าที่สูงที่สุดในย่านนี้ ทำให้มีศักยภาพในการมองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา

โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ประกอบด้วย 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น รวม 910 ยูนิต พร้อมพื้นที่ร้านค้าอีก 3 ยูนิต ขนาดห้องพักเริ่มต้นตั้งแต่ 33 – 67.5 ตารางเมตร ออกแบบให้มีครัวปิดที่สะดวกต่อการใช้งานจริง ราคาเริ่มต้นที่ 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 75,700 บาทต่อตารางเมตร

“ทำเลท่าพระเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก จากข้อมูลการค้นหาของคนเมือง เราพบว่าท่าพระติด 1 ใน 10 อันดับทำเลที่ผู้คนสนใจมากที่สุด” คุณไตรเตชะ อธิบายถึงการเลือกทำเล “เราจึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่สะดวกสบาย 2. กลุ่ม Young Family ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกเพื่อขยายครอบครัว และ 3. กลุ่มนักลงทุน ที่มองเห็นโอกาสในการปล่อยเช่า”

“จากข้อมูลการสำรวจของเรา พบว่าค่าเช่าเฉลี่ยในย่านท่าพระอยู่ที่ประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน ซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่าที่ประมาณ 5-7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและบ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาว”

เจาะลึกดีไซน์ห้อง: มากกว่า 1 ห้องนอน คือเทรนด์ใหม่ของตลาดคอนโดฯ

“ศุภาลัยไม่เพียงแต่เลือกทำเลที่ดี แต่เรายังเข้าใจถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคอย่างแท้จริง” คุณไตรเตชะเน้นย้ำ “เราพบว่ามีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เลือกทำเลคอนโดมิเนียม โดยพิจารณาจากความสะดวกในการเดินทางไปยังสถาบันการศึกษาต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมหาวิทยาลัย และที่สำคัญที่สุดคือ พฤติกรรมที่คอนโดมิเนียมกลายเป็น ‘บ้านหลังแรกและหลังเดียว’ ของผู้คนในยุคปัจจุบัน”

เพื่อตอบสนองเทรนด์ดังกล่าว ศุภาลัยได้ปรับสัดส่วนของยูนิตภายในโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยห้องขนาด 1 ห้องนอนพลัส (1 Bedroom Plus) คิดเป็น 21% และห้องขนาด 2 ห้องนอน (2 Bedroom) คิดเป็น 36% ของยูนิตทั้งหมด ซึ่งมากกว่าสัดส่วนห้องขนาด 1 ห้องนอน (1 Bedroom) ที่มีเพียง 43%

“เราสังเกตเห็นว่าอุปทานของคอนโดมิเนียมที่มี 2 ห้องนอน ในตลาดกำลังถูกดูดซับไปอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการ ‘ปาร์ค ราชพฤกษ์-เพชรเกษม’ ของเรา ที่ห้องขนาด 2 ห้องนอนขายหมดไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 70,000 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสนใจ”

“การเพิ่มสัดส่วนห้องขนาดใหญ่และห้อง 2 ห้องนอนมากขึ้น เป็นกลยุทธ์หลักที่ศุภาลัยยึดถือมาตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่านี่คือเทรนด์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในอนาคต การมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น”

“กู้ไม่ผ่าน” ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่: ความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไข

แม้ว่าทิศทางตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 จะดูสดใสขึ้น แต่คุณไตรเตชะ ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่สูงถึง 40% ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

“ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คือ มีภาระหนี้สินน้อย และมีรายได้สูง ซึ่งส่งผลให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย ประสบปัญหาในการขอสินเชื่อจำนวนมาก หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จำนวนผู้ที่กู้ไม่ผ่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ”

“อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงนี้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะโครงการที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดบ้านแนวราบ อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าเล็กน้อย สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากผู้ซื้อบ้านแนวราบมักจะเป็นครอบครัวที่รวมรายได้หลายคน ทำให้มีโอกาสในการขอสินเชื่อผ่านสูงกว่า ในขณะที่ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมมักเป็นบุคคลหรือคู่รักที่มีรายได้เพียง 1-2 คน ซึ่งส่งผลให้ภาระหนี้สินต่อรายได้สูงกว่า”

“จากข้อมูลของเรา พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสำหรับโครงการแนวราบอยู่ที่ประมาณ 20% ในขณะที่คอนโดมิเนียมสูงถึง 40% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดคอนโดมิเนียมต่อปัจจัยด้านสินเชื่ออย่างชัดเจน”

ข้อเสนอแนะถึงภาครัฐ: เร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน – วางผังเมืองให้ชัดเจน

เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ และส่งเสริมให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน คุณไตรเตชะ ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงภาครัฐบาลชุดใหม่ 2 ประเด็นสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม: “ผมอยากให้ภาครัฐเร่งรัดการก่อสร้างและขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้คน ลดความแออัดในเมือง และที่สำคัญคือ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่รอบนอกที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยกระจายความเจริญและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ”

การบังคับใช้ผังเมืองฉบับใหม่: “ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ที่กำลังจะได้รับการบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการปลดล็อกข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคมานาน การได้ใช้ผังเมืองใหม่นี้ น่าจะเกิดขึ้นในปี 2570 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบใหม่ๆ และสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของเมือง”

ศุภาลัย มั่นใจว่า ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน การบริหารจัดการทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความเข้าใจในความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้ง จะทำให้บริษัทสามารถฝ่าฟันความท้าทาย และคว้าโอกาสในการเติบโตในตลาดคอนโดมิเนียมได้อย่างแน่นอน

หากคุณกำลังมองหาคอนโดมิเนียมทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจ อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูลโครงการ “ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” และโครงการอื่นๆ ของศุภาลัย ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคุณ

Previous Post

D2001122 หญ VชSาค ดเล Oกหลาuสะใภ วยว (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post

D2001124 เป นแม แUUไหนสอนล กให ขโมEของ (หน งส น) สกายฟ part2

Next Post
D2001124 เป นแม แUUไหนสอนล กให ขโมEของ (หน งส น) สกายฟ part2

D2001124 เป นแม แUUไหนสอนล กให ขโมEของ (หน งส น) สกายฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.