• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401226 อย ๆเธอเข าห องน ำผ ชายทำไม (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401226 อย ๆเธอเข าห องน ำผ ชายทำไม (ละครส น) สามโคกฟ part2

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: วิกฤตการณ์ที่ลึกกว่าที่ตาเห็น และทางออกสู่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในปี 2569 นี้ เป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากรายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia ที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของประเทศไทย กำลังเผชิญภาวะตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชีย หรือที่เรารู้จักกันในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540

รายงานดังกล่าวระบุถึงจำนวนยูนิตคงค้างที่ขายไม่ออกจำนวนมหาศาลกว่า 400,000 ยูนิตทั่วประเทศ การชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญของการเปิดตัวโครงการใหม่ และที่น่ากังวลที่สุดคือ การคาดการณ์ว่าตลาดอาจใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

รากเหง้าของปัญหา: หนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ย และสินเชื่อที่ตึงตัว

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) พบว่าเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร มีห้องชุดที่ยังขายไม่ออกอยู่ประมาณ 220,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับส่วนอื่นๆ ทั่วประเทศ ก็คาดว่าจะมีจำนวนยูนิตคงค้างรวมกว่า 400,000 ยูนิต ตัวเลขนี้สะท้อนถึงภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากการที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developers) เร่งขยายการลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างรวดเร็ว จาก 0.5% เป็น 2.5% ภายในระยะเวลาอันสั้น ได้เพิ่มต้นทุนการกู้ยืมสำหรับผู้บริโภคและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมหาศาล ส่งผลให้ความสามารถในการซื้อลดลง และกำลังซื้อถดถอยตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึง 88.2% ของ GDP ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2569 (รองจากเกาหลีใต้ในเอเชีย) เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อและเงินกู้มากขึ้น รายงานจากสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) ที่สำรวจโครงการกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยรวมสูงถึงประมาณ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับล่าง (Low-income housing) ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท

สาเหตุหลักที่ผู้ขอสินเชื่อถูกปฏิเสธนั้น สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยอย่างชัดเจน โดย 37.3% มีภาระหนี้สินสูงเกินไป, 33.3% มีรายได้ไม่มั่นคง และ 21.6% มีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า ตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องอุปทานล้นตลาด แต่ยังรวมถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอ และความกังวลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต

ภาพสะท้อนในตลาดทุนและพฤติกรรมผู้บริโภค

ความกังวลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 42.6% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2566 หุ้นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำหลายแห่ง เช่น WHA, LH, และ SIRI ต่างก็เผชิญกับการปรับฐานราคาที่รุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมนี้

ในมุมของผู้บริโภค สถานการณ์สินเชื่อที่ตึงตัวได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อไปอย่างสิ้นเชิง นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการและประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนของผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด เคยสูงถึง 3 ใน 4 ของผู้ซื้อทั้งหมด แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 ใน 3 เท่านั้น

ในขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงชื่นชอบ บ้านมือหนึ่ง แต่ข้อจำกัดด้านสินเชื่อทำให้ บ้านมือสอง ที่มีราคาถูกกว่าและอาจมีความยืดหยุ่นในการเจรจาต่อรอง กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดบ้านมือสอง ซึ่งปกติมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ เริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นเล็กน้อย และในขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันต่อการตัดสินใจซื้อโครงการใหม่

การวิเคราะห์เชิงลึก: สัญญาณของภาวะถดถอยและโอกาสที่ซ่อนอยู่

รายงานของ Nikkei Asia ได้อ้างอิงตัวเลขคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 อาจชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.6% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากและบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ หรือแม้กระทั่งยกเลิกแผนการลงทุนไปเลย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2569 มีเพียง 13,700 ยูนิต เทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีที่สูงถึง 52,000 ยูนิตในช่วงปี 2557-2567

CBRE คาดการณ์ว่า จำนวนคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ ในปี 2570 และ 2571 อาจลดลงต่ำกว่า 40,000 และ 20,000 ยูนิต ตามลำดับ และอาจเหลือเพียงกว่า 10,000 ยูนิตในอีกสองปีถัดจากนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในการลดอุปทานใหม่เพื่อรองรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ดูเหมือนจะปกคลุมทุกอณูของตลาด อสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย ยังคงมีบางพื้นที่ที่แสดงสัญญาณของโอกาสที่ซ่อนอยู่ ดร.โสภณ ชี้ให้เห็นถึงตลาดที่อยู่อาศัยนอกกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น ภูเก็ต, พัทยา, เกาะสมุย, หัวหิน และศรีราชา เมืองเหล่านี้เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ และมีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแม้จะมีการลดจำนวนลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพ

การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) ในทำเลเหล่านี้ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงศักยภาพในการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในอนาคต

มองไปข้างหน้า: หนทางสู่การฟื้นฟูและสร้างเสถียรภาพ

การฟื้นฟูตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย ในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ดร.โสภณ ได้เสนอแนวทางที่สำคัญดังนี้:

เสถียรภาพทางการเมือง: การเมืองที่มั่นคงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค
การจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์: มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการนำที่ดินเปล่ามาพัฒนา หรือนำออกมาขาย ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดดีขึ้น
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ และส่งเสริมการอยู่อาศัย
มาตรการลดหนี้ครัวเรือน: การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน จะเป็นการปลดล็อกกำลังซื้อที่แท้จริงของประชาชน และส่งผลดีต่อตลาดโดยรวม

“หากต้องการกู้วิกฤตตลาดเรียลเอสเตทจริง อันดับแรกต้องลดอัตราดอกเบี้ย” ดร.โสภณ กล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดภาระต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นอุปสงค์

ขณะที่รายงานของ Nikkei Asia และการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดอาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2570 หากไม่มีมาตรการที่เข้มข้นและตรงจุด การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่า 2% ในปีดังกล่าว ยิ่งตอกย้ำถึงความท้าทายที่รออยู่

ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ผมเชื่อมั่นว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต การทำความเข้าใจถึงปัจจัยเชิงลึก การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการมองหาโอกาสในการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ หรือ อสังหาริมทรัพย์ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในสภาวะตลาดปัจจุบัน อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ.

Previous Post

D1401225 เราไม ควรทำด เพ อหว งผลตอบแทu (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401227 เศรษฐ ปลoมต วเป นขอทๅนเพ อหๅทายาท (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401227 เศรษฐ ปลoมต วเป นขอทๅนเพ อหๅทายาท (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401227 เศรษฐ ปลoมต วเป นขอทๅนเพ อหๅทายาท (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.