• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401155 เศรษฐ คายทองใส กะลา (ละครส น) หน งส part2

admin79 by admin79
January 16, 2026
in Uncategorized
0
D1401155 เศรษฐ คายทองใส กะลา (ละครส น) หน งส part2

อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569: AI ขับเคลื่อน สู่ความยั่งยืน และปลดล็อกสินเชื่อ สู่การเติบโตที่แท้จริง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่ยุคบูมไปจนถึงช่วงชะลอตัว และครั้งนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสครั้งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ อสังหาริมทรัพย์ การสัมมนา “The Future of Real Estate Martech 2026-AI driven automation and scaling” ที่จัดโดยสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการนำ AI มาเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ

AI Marketing: ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ลดลง

ปี 2568 ถือเป็นปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับภาวะที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่ง กำไรของผู้ประกอบการหลายรายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้การบริหารจัดการต้นทุนคงที่ (Fix Cost) กลายเป็นหัวใจสำคัญ หนึ่งในนั้นคืองบประมาณการตลาด จากเดิมที่ตั้งไว้ 5% ของมูลค่าโครงการ (แบ่งเป็น 3% สำหรับสื่อและการส่งเสริมการขาย และ 2% สำหรับกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย) ปัจจุบันหลายบริษัท โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ ได้ปรับลดลงเหลือ 4% การลดต้นทุนเพียง 1% นี้ หากยอดขายยังคงเดิม หมายถึงการเพิ่มกำไร (Margin) โดยตรง 1% ทันที

นี่คือจุดที่ AI Marketing เข้ามามีบทบาทสำคัญ “คุณสุนทร สถาพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้กล่าวเน้นย้ำว่า AI สามารถช่วยให้การตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Targeting) ทำให้ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้าหนึ่งราย (Cost Per Lead – CPL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับตลาดบ้านหรู CPL อาจสูงถึง 10,000 บาทต่อราย ขณะที่ตลาดระดับกลาง-บน (บ้านราคา 5 ล้านบาท) จะอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาท การใช้ AI จะช่วยให้เราสามารถ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว” โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่ เราสามารถลดจำนวนการเข้าชมโครงการจริง (Physical Visit) จากเดิมที่ลูกค้าอาจเข้าชม 10 โครงการ เหลือเพียง 5 โครงการ ทำให้พนักงานขายมีเวลาในการดูแลลูกค้าที่มีศักยภาพสูงอย่างเต็มที่ และเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

ปัจจุบัน สัดส่วนงบการตลาดของดีเวลลอปเปอร์ยังคงแบ่งเป็นการโฆษณาออนไลน์ประมาณ 60% และออฟไลน์ 40% (เช่น ป้ายบิลบอร์ด) อย่างไรก็ตาม AI จะเข้ามาช่วยให้การใช้จ่ายในแต่ละส่วนมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเลือกช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

CRM และ BIM: หัวใจของการบริหารจัดการยุคใหม่

นอกเหนือจาก AI Marketing แล้ว ระบบการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management – CRM) และระบบการสร้างแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling – BIM) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ระบบ CRM ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้การจัดการข้อมูลลูกค้า ตั้งแต่การจอง การโอนกรรมสิทธิ์ ไปจนถึงการแจ้งหนี้ผ่อนชำระ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว และแม่นยำ โดยในตลาดประเทศไทย มีผู้ให้บริการ CRM สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นสองราย คือ บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ค และบริษัท Mango ERP ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูง

ส่วนระบบ BIM เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เปรียบเสมือนผังเมืองดิจิทัลที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในแพลตฟอร์มเดียว การนำ BIM มาใช้ในโครงการก่อสร้าง จะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) ได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือ “AI for Construction” ที่สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรตั้งเป้าผลักดันในปี 2569

Advancing Sustainable Housing: สู่บ้านสีเขียวในอนาคต

ทิศทางของปี 2569 ภายใต้ธีม “Advancing Sustainable Housing for Thailand’s Future” สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจะมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในสองมิติหลัก:

Low Carbon Living: ส่งเสริมการออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานอย่างเป็นธรรมชาติ (Passive Design) เช่น การหันทิศของตัวบ้านให้เหมาะสม การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยรักษาอุณหภูมิภายใน และการนำเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) มาใช้ (Active Design) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป้าหมายคือการสร้างบ้านที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกประหยัด สะดวกสบาย มีสุขภาพที่ดี และปลอดภัยจากภัยพิบัติ

บ้านประหยัดไฟและการจัดการขยะ (Waste Management): สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) รณรงค์ให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการต่างๆ แยกขยะเปียกและแห้งอย่างถูกวิธี ประโยชน์ที่ชัดเจนคือ ผู้พักอาศัยจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะจากอัตราใหม่ที่ กทม. ประกาศใช้ (60 บาทต่อเดือน) เหลือเพียง 20 บาทตามกฎหมายเดิม

หากคำนวณจากโครงการของสมาชิกสมาคมฯ ราว 170 บริษัท (โดยมี 60-70 บริษัทที่ยังดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง) ซึ่งมีจำนวนโครงการรวมกว่า 2,000 โครงการ แต่ละโครงการมีบ้านเรือนเฉลี่ย 300 หลังคาเรือน หากทุกโครงการร่วมมือกัน การลดปริมาณขยะในกรุงเทพมหานคร จะมีนัยสำคัญ นอกจากจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วม และการอุดตันของระบบระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

บางแก้วโมเดล: ต้นแบบ Smart City ที่สามารถเรียนรู้ได้

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมือง และก้าวสู่การเป็น Smart City อย่างแท้จริง เราจำเป็นต้องเริ่มจากการวางรากฐานในระดับครัวเรือน สร้างแรงกระเพื่อมให้ขยายผลสู่ระดับเมือง โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจจากไต้หวันที่สามารถปรับเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรม สู่สังคมพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว ผ่านการนำเทคโนโลยี Smart Home มาใช้ในการอยู่อาศัย เช่น Digital Lock, เครื่องกรองอากาศ, ระบบควบคุมการใช้พลังงาน

ในระดับเมือง ไต้หวันได้พัฒนาระบบป้องกันภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวที่สามารถแจ้งเตือนได้ภายในไม่กี่วินาที และระบบป้องกันน้ำท่วมโดยใช้โครงสร้างอุโมงค์ยักษ์เพื่อระบายน้ำ

สำหรับประเทศไทย การพัฒนา Smart City ควรเริ่มจากเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น การปรับปรุงระบบถนน การออกแบบพื้นที่สาธารณะให้สามารถรองรับน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิด “เมืองฟองน้ำ” (Sponge City) ที่ใช้พื้นผิวถนนและทางเท้าที่สามารถซึมน้ำได้ จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างมาก

นอกจากนี้ ในระดับโครงการและหมู่บ้าน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่และผังเมือง การปรับลดค่า Floor Area Ratio (FAR) และความหนาแน่นของการพัฒนาในพื้นที่ที่กำหนดว่าเป็นทางน้ำไหล (Floodway) จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน อำเภอบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาโมเดล Smart City โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีนโยบายการป้องกันน้ำท่วม และพัฒนาระบบเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนา Smart City ที่ดีที่สุด คือการที่คนในพื้นที่ ซึ่งเข้าใจบริบทความเสี่ยงของตนเอง เป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนา

แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ลุ้นการฟื้นตัว และการปลดล็อกสินเชื่อ

การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างไม่ต้องสงสัย อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะช่วยลดภาระต้นทุนให้กับทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาโครงการใหม่ และผู้บริโภคที่กำลังขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านอื่น ๆ ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเร่งกระจายตลาดการค้าเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ถูกปรับลดลง อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

ความกังวลที่สำคัญที่สุดของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ คือความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Loan Rejection Rate) ในภาพรวมทุกเซ็กเมนต์ราคาของปี 2568 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดหลัก มียอดกู้ไม่ผ่านสูงถึง 60% หมายความว่า ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านได้

สมาคมอาคารชุดไทย, สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยเสนอ 2 แนวทางหลัก:

การรวมหนี้ (Debt Consolidation): สนับสนุนให้รัฐบาลใหม่พิจารณาการใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถรวมหนี้บัตรเครดิตและหนี้รถยนต์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง (17-18%) มาไว้ที่บ้าน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า (6-7%) ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลง 2-3 เท่า

การประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Insurance): เสนอให้มีกลไกการค้ำประกันสินเชื่อบ้าน โดยรัฐบาลควรมีบทบาทในการประกันสินเชื่อไม่เกิน 20% ของวงเงินกู้ คล้ายกับการค้ำประกันสินเชื่อภาคอุตสาหกรรมโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้กู้ใหม่ที่ขาดเงินดาวน์ (10-20%) สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ยังเป็นไปได้ยาก การปลดล็อกปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาตลาด อสังหาริมทรัพย์ ไทยไปสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในปี 2569

ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับการบริหารจัดการที่ทันสมัย และการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสินเชื่อ เชื่อมั่นว่า อสังหาริมทรัพย์ ไทยจะสามารถก้าวผ่านความท้าทาย และกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคตอันใกล้

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือกำลังวางแผนซื้อบ้านในยุคที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงนี้ การศึกษาทำความเข้าใจแนวโน้มและปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของคุณ อย่าพลาดโอกาสในการค้นหาโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน อสังหาริมทรัพย์ ไทยสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม

Previous Post

D1401154 เด กใบ แย งอาหารล กค าก นเพราะ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401156 เจ าสาวจากกองvยะ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401156 เจ าสาวจากกองvยะ (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401156 เจ าสาวจากกองvยะ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.