พลิกโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์: เซ็นทรัล ลาดพร้าว สู่บทใหม่ 30 ปี มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท พร้อมการมาถึงของ The Central Phahonyothin จุดพลุ CBD ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เหนือ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลทองอย่างกรุงเทพฯ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสามารถสร้างผลกระทบอย่างมหาศาลต่อภูมิทัศน์ของเมือง และโครงการล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว และการเปิดตัว The Central Phahonyothin นั้น เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวิสัยทัศน์ระยะยาวและการลงทุนเพื่ออนาคต
การต่อสัญญาเช่าเซ็นทรัล ลาดพร้าว: บทพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความเหมาะสมของมูลค่า
ข่าวคราวเกี่ยวกับการต่อสัญญาเช่าที่ดินของ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นระยะเวลา 30 ปี มูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงความผูกพันอันยาวนานและความสำเร็จของโครงการนี้ สัญญาเดิมที่จะสิ้นสุดลงในปี 2571 ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของทำเลศักยภาพแห่งนี้ การเจรจาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ผ่านบริษัทลูกอย่าง SRTA และบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้ข้อสรุปที่น่าพอใจ โดยมีการเสนอการลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารและระบบภายใน ซึ่งถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงอายุของอาคารที่ใกล้เคียง 50 ปี
ผมมองว่ามูลค่าดีล 3.3 หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลา 30 ปี เป็นราคาที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง สัญญาใหม่นี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึง 18 ธันวาคม 2601 การลงทุน 4,500 ล้านบาทสำหรับการปรับปรุงจะเป็นการยกระดับ อสังหาฯ คุณภาพให้เช่า ให้ทันสมัย ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และรักษาความสามารถในการแข่งขันของศูนย์การค้าแห่งนี้ การปรับปรุงนี้จะใช้เวลา 4 ปี นับจากวันเริ่มต้นสัญญา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนา
เมื่อเปรียบเทียบกับสัญญาครั้งก่อนที่เซ็นทรัลได้จ่ายผลตอบแทนกว่า 21,298 ล้านบาท เป็นเวลา 20 ปี การเพิ่มขึ้นของมูลค่าในสัญญาใหม่นี้ แม้จะไม่ก้าวกระโดด แต่ก็แสดงถึงการเติบโตที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและศักยภาพของตลาด ผู้เชี่ยวชาญในวงการ อสังหาริมทรัพย์ หลายท่านเห็นพ้องต้องกันว่า การประเมินมูลค่านี้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ที่อาจสูงกว่า 20,000 ล้านบาท การต่อสัญญาเช่าและการปรับปรุงอาคารเดิม จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในเชิงการเงินและการบริหารความเสี่ยง
The Central Phahonyothin: การสร้างอาณาจักรใหม่ จุดประกาย CBD โซนเหนือ
คู่ขนานไปกับการต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว การเปิดตัวโครงการใหม่ The Central Phahonyothin มูลค่า 21,000 ล้านบาท ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การขยายอาณาจักรของกลุ่มเซ็นทรัล และเป็นการประกาศศักดาในการสร้างย่านธุรกิจแห่งใหม่ (Sub-CBD) ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 49 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 โดยมาพร้อมกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 457,409 ตารางเมตร และคอนเวนชั่นฮอลล์กว่า 6,700 ตารางเมตร ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอีเวนต์ระดับนานาชาติ
ผมเชื่อมั่นว่า The Central Phahonyothin จะไม่ใช่แค่ศูนย์การค้า แต่จะเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และธุรกิจที่สำคัญ เป็น “เกตเวย์” ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โซนเหนือ การพัฒนาโครงการนี้ควบคู่ไปกับ เซ็นทรัล ลาดพร้าว จะเป็นการสร้าง Synergy ที่แข็งแกร่ง ทำให้ย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก
ปัจจัยที่ส่งเสริมความสำเร็จของย่านนี้ ได้แก่ ความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม สถาบันการศึกษา รวมถึงโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่ครอบคลุม ทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ย่านนี้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ในโซนนี้จึงเป็นที่น่าจับตามอง
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์: การเติบโตอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ โซนเหนือ
ในฐานะนักวิเคราะห์ อสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่าการพัฒนาโครงการ The Central Phahonyothin และการต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว สะท้อนถึงแนวโน้มที่สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ:
การเติบโตของย่านรอง (Secondary Cities / Sub-CBDs): เมื่อใจกลางเมืองมีความหนาแน่นสูงและราคาที่ดินพุ่งสูง การกระจายตัวของการพัฒนาไปยังย่านรองที่มีศักยภาพจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ The Central Phahonyothin กำลังสร้างย่านพหลโยธินให้กลายเป็น Sub-CBD แห่งใหม่ ที่ดึงดูดทั้งผู้อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ
ความต้องการพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ทันสมัย (Premium Retail and Commercial Spaces): ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้ง แต่รวมถึงแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และการพักผ่อน The Central Phahonyothin ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็น Mixed-use Development ที่ครบวงจร จะตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างดี
การลงทุนระยะยาวในทำเลที่มีศักยภาพ (Long-term Investment in Prime Locations): การต่อสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ของ เซ็นทรัล ลาดพร้าว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อศักยภาพของทำเล ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาด อสังหาริมทรัพย์ โดยรวม การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ในทำเลที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี
การให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและยกระดับ (Renovation and Upgrade): การลงทุน 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุง เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสภาพตลาดปัจจุบัน อาคารเก่าแก่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย จะสามารถดึงดูดผู้เช่าและผู้ใช้บริการได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ อสังหาริมทรัพย์ ที่มีอยู่
การเชื่อมโยงระบบคมนาคมกับโครงการพัฒนา (Transit-Oriented Development – TOD): การที่ย่านพหลโยธินมีสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชน จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและดึงดูดผู้คนจำนวนมาก ทำให้โครงการมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน
การประเมินมูลค่าและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์: มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
คุณวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า มูลค่าดีล 33,000 ล้านบาท สำหรับ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นราคาที่สมเหตุสมผล เนื่องจากการใช้ประโยชน์จากอาคารเดิม ซึ่งอาจมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างใหม่ทั้งหมด และค่าเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าก็อาจถึงเพดานที่ทำได้แล้ว ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ท้าทาย การลงทุนสร้างศูนย์การค้าใหม่ขนาดใหญ่ อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการปรับปรุงอาคารเดิมที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เซ็นทรัลได้ลงทุนใน The Central Phahonyothin ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการสร้าง “อาณาจักร” ของเซ็นทรัลในย่านพหลโยธิน การมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน จะช่วยสร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ และดึงดูดผู้คนจากโซนเหนือให้เข้ามาใช้บริการ ทำให้ย่านนี้กลายเป็น Sub-CBD ที่สำคัญ
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า ในกรุงเทพฯ โซนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ราคาที่ดินในบริเวณนี้ซึ่งใกล้แตะ 1 ล้านบาทต่อตารางวา สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตในอนาคต การลงทุนใน คอนโดมิเนียม หรือ อาคารสำนักงาน ที่ตั้งอยู่ในทำเลใกล้เคียงโครงการเหล่านี้ ย่อมได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น
ความท้าทายและโอกาสในอนาคต
แม้ว่าแนวโน้มโดยรวมจะสดใส แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณา การแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อของออนไลน์มากขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ล้วนเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ที่มีทำเลที่ตั้งดี โครงการมีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และมีการบริหารจัดการที่ดี ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ การเปิดตัว The Central Phahonyothin และการต่อสัญญา เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นการตอกย้ำว่า กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว การสร้างจุดหมายปลายทางที่ครบวงจร และการพัฒนาศักยภาพของทำเล จะยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด อสังหาริมทรัพย์ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความภักดีของลูกค้า ขณะที่ The Central Phahonyothin คือการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ โซนเหนือ ผมมองว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดและมีวิสัยทัศน์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของวงการ อสังหาริมทรัพย์ ของประเทศไทย
หากคุณเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพเติบโตสูง หรือเป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับพัฒนาการของย่านธุรกิจใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเหล่านี้ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน อสังหาริมทรัพย์ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด.

