การปรับโฉมภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ: เซ็นทรัลฯ ขยายอาณาจักร พร้อมศักยภาพทำเลทอง “พหลโยธิน”
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลที่มีศักยภาพสูง ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง วันนี้ ผมขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่เบื้องลึกของการจับตามองในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กับการต่อสัญญาเช่าที่ดินผืนสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ที่จะพลิกโฉมย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ที่น่าจับตา
การต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” 30 ปี: มูลค่า 3.3 หมื่นล้าน กับการมองการณ์ไกลของเซ็นทรัลพัฒนา
เมื่อปลายปี 2568 ข่าวการต่อสัญญาเช่าที่ดินของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสัญญาใหม่นี้มีระยะเวลายาวนานถึง 30 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของกลุ่มเซ็นทรัลในการรักษาและขยายการดำเนินงานในทำเลทองแห่งนี้
ดีลนี้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. และคณะอนุกรรมการกำกับและติดตามการบริหารทรัพย์สินฯ โดยมีกำหนดการนำเสนอเพื่ออนุมัติขั้นสุดท้ายในวันที่ 15 มกราคม 2569 การต่อสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีการประเมินมูลค่าที่สมเหตุสมผลภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และสะท้อนถึงศักยภาพที่ยังคงแข็งแกร่งของ อสังหาริมทรัพย์ ในย่านนี้
มูลค่าการต่อสัญญาครั้งนี้สูงกว่าครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยครั้งที่สอง เซ็นทรัลฯ จ่ายผลตอบแทนกว่า 21,298 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 20 ปี การที่เซ็นทรัลฯ ยอมลงทุนมหาศาลในสัญญาเช่า 30 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทำเลศักยภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นทำเลค้าปลีก แต่ยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและธุรกิจที่สำคัญ
การลงทุนเพื่ออนาคต: “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” โครงการใหม่ที่พลิกโฉมกรุงเทพฯ โซนเหนือ
นอกเหนือจากการรักษาฐานที่มั่นเดิมแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ขนาดใหญ่ ณ บริเวณ พหลโยธิน ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” ซึ่งเป็นการลงทุนมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่ถูกออกแบบให้เป็นมิกซ์ยูส (Mixed-Use) แห่งอนาคต ประกอบด้วยศูนย์การค้าแฟลกชิป, ออฟฟิศ, โรงแรม และคอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดใหญ่
โครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 นี้ บนที่ดินกว่า 49 ไร่ ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 457,409 ตารางเมตร การเปิดตัวโครงการนี้มีเป้าหมายหลักคือการสร้าง “Sub-CBD” หรือศูนย์กลางธุรกิจรองแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ โซนเหนือ ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพของย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสนี้สอดคล้องกับแนวโน้ม อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ต้องการสร้างความหลากหลายของธุรกิจและกิจกรรม เพื่อดึงดูดผู้คนและสร้างรายได้ที่มั่นคง โครงการจะรองรับผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก โดยคาดการณ์ไว้ที่ 1.3 แสนคนต่อวันในปีแรก และยังมีแผนพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต
ทำเลทอง “พหลโยธิน”: ศักยภาพที่ไม่เคยหลับใหล
ย่านพหลโยธินถือเป็นทำเลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ ด้วยเหตุผลหลายประการ:
โครงข่ายคมนาคมที่ครอบคลุม: การมีอยู่ของระบบรถไฟฟ้า BTS และ MRT ทำให้การเดินทางเข้า-ออกย่านนี้สะดวกสบายอย่างยิ่ง ส่งผลให้เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยม
ความหนาแน่นของประชากรและแหล่งงาน: ย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาชั้นนำ, หน่วยงานราชการ, และอาคารสำนักงานจำนวนมาก ทำให้มีประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงอาศัยและทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก
ศักยภาพในการเป็น Sub-CBD: ด้วยการลงทุนของภาคเอกชนรายใหญ่ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล ทำให้ย่านพหลโยธินกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่นอกเหนือจากย่าน CBD หลักอย่างสุขุมวิทหรือสีลม
การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน: การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัย รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ทำให้ย่านนี้มีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์
การประเมินมูลค่าดีล: ความเหมาะสมภายใต้บริบทตลาด
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้าน อสังหาริมทรัพย์ ได้ให้ทัศนะว่า มูลค่าการต่อสัญญา 30 ปี ที่ 3.3 หมื่นล้านบาทนั้น ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการใช้ประโยชน์จากอาคารเดิมที่มีอยู่ และข้อจำกัดในการเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
“การลงทุนสร้างศูนย์การค้าใหม่มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อาจจะไม่คุ้มค่าเท่ากับการต่อสัญญาเช่าและปรับปรุงอาคารเดิม เนื่องด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค” นายวสันต์กล่าว
นอกจากนี้ การที่กลุ่มเซ็นทรัลยังคงเลือกที่จะลงทุนในย่านนี้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในศักยภาพระยะยาวของทำเลพหลโยธิน และการมองการณ์ไกลที่จะสร้าง “อาณาจักร” ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
แนวโน้มปี 2569 และอนาคตของอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ
ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่งการจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านพหลโยธิน การตัดสินใจของ ร.ฟ.ท. ในการต่อสัญญาเช่าที่ดินให้กับเซ็นทรัล ลาดพร้าว จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า และศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ
ขณะเดียวกัน การเปิดตัวโครงการ “เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับย่านนี้ให้กลายเป็น Sub-CBD ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของมูลค่า อสังหาริมทรัพย์ โดยรวมในพื้นที่ รวมถึง ราคาที่ดินกรุงเทพฯ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากประสบการณ์ของผมในวงการ อสังหาริมทรัพย์ ผมเชื่อมั่นว่า การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและวิสัยทัศน์ระยะยาวของผู้พัฒนา การลงทุนในทำเลศักยภาพพร้อมกับการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จและความเติบโตอย่างยั่งยืน
หากท่านเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ หรือกำลังมองหา อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า ในทำเลที่มีศักยภาพ การศึกษาและทำความเข้าใจทิศทางการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ในย่านพหลโยธิน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของท่าน
การเดินทางสู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์แห่งอนาคต เริ่มต้นที่การเข้าใจแนวโน้มและการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและค้นหาโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

