ไทยแลนด์ อสังหาริมทรัพย์: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ย่านพหลโยธิน ปรับโฉมศูนย์การค้า สู่ศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ดิฉันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวมากมายในตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย แต่เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในย่านพหลโยธินนี้ ถือเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยมูลค่าการลงทุนและผลกระทบที่จะตามมา การต่อสัญญาเช่าระยะยาวของ เซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมกับการเปิดตัวโครงการใหม่ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน กำลังจะพลิกโฉมย่านนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แห่งใหม่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
การต่อสัญญาเช่า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” สัญญาณสำคัญสู่การพัฒนา
ข่าวการเจรจาต่อสัญญาเช่าที่ดินกว่า 47 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ในปัจจุบัน กับบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด เป็นประเด็นที่สร้างความสนใจอย่างมาก การต่อสัญญาครั้งนี้มีระยะเวลาถึง 30 ปี โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ไปจนถึง 18 ธันวาคม 2601 มูลค่ารวมตลอดสัญญาคาดการณ์ว่าสูงถึง 33,000 ล้านบาท ไม่เพียงแค่นั้น บริษัทยังเสนอแผนการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงอาคารและระบบภายในทั้งหมดไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนที่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอายุของอาคารที่ใช้งานมาเกือบ 50 ปี
หลายคนอาจมองว่ามูลค่า 33,000 ล้านบาทสำหรับการต่อสัญญา 30 ปี อาจดูสูง แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญแล้ว ถือเป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง การประเมินมูลค่านี้ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลข แต่พิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สภาพตลาดในปัจจุบัน และศักยภาพของทำเลนั้นๆ การลงทุนเพื่อปรับปรุงอาคารเดิมให้ทันสมัย ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วอย่างคุ้มค่า ซึ่งอาจมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด การที่เซ็นทรัลยอมลงทุนมหาศาลเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทำเล และศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
“เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน” จุดพลุ CBD แห่งใหม่
สิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน คือการเปิดตัวโครงการใหม่ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแฟลกชิปแห่งใหม่ มูลค่า 21,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 49 ไร่ การก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569 โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์การค้า แต่เป็นการพัฒนาแบบผสมผสาน (Mixed-Use) ที่ประกอบด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พื้นที่สำนักงาน อาจรวมถึงโรงแรม และที่สำคัญคือคอนเวนชั่นฮอลล์ขนาดกว่า 6,700 ตารางเมตร ซึ่งจะสามารถรองรับอีเวนต์ระดับนานาชาติได้
โครงการ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน นี้จะทำหน้าที่เป็น “เกตเวย์” ดึงดูดความสนใจและผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาสู่กรุงเทพฯ โซนเหนือ การพัฒนาโครงการนี้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน ที่มีความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม สถาบันการศึกษา และที่สำคัญคือการคมนาคมที่สะดวกสบายจากรถไฟฟ้า BTS และ MRT ยิ่งทำให้ศักยภาพของย่านนี้เพิ่มสูงขึ้นไปอีก
การวิเคราะห์เชิงลึก: ทำไม “พหลโยธิน” จึงเป็นทำเลทอง?
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า และการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ดิฉันมองว่าการที่เครือเซ็นทรัลเลือกทุ่มทุนมหาศาลในย่านพหลโยธิน สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของทำเลนี้ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ:
ศักยภาพการคมนาคม: การเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบขนส่งมวลชน ทั้ง BTS สายสีเขียว และ MRT สายสีน้ำเงิน รวมถึงเส้นทางคมนาคมสายหลักอื่นๆ ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกสบาย ส่งผลให้ย่านนี้เป็นที่น่าสนใจทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการ
การเติบโตของประชากรและการย้ายถิ่นฐาน: กรุงเทพฯ โซนเหนือ โดยเฉพาะย่านลาดพร้าวและพหลโยธิน เป็นที่ตั้งของที่อยู่อาศัยหนาแน่น มีโครงการคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาชั้นนำ ทำให้มีกลุ่มเป้าหมายหลากหลายทั้งนักศึกษา คนทำงาน และครอบครัว
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ: การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ การขยายถนนหนทาง และการส่งเสริมการพัฒนาเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของทำเล
ความหนาแน่นของอาคารสำนักงานและธุรกิจ: แม้จะไม่ได้เป็น CBD หลักเหมือนสุขุมวิทหรือสาทร แต่ย่านพหลโยธินกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางธุรกิจอีกแห่งหนึ่ง มีอาคารสำนักงานและสถานประกอบการจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงกำลังซื้อและกำลังเช่าที่แข็งแกร่ง
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่รวมถึงการพักผ่อน การทำงาน และการพบปะสังสรรค์ ศูนย์การค้าแบบ Mixed-Use อย่าง เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี
โอกาสและอุปสรรค: ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์
การขยายตัวของ อสังหาริมทรัพย์ ในย่านพหลโยธินนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การพัฒนาของเซ็นทรัลเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของตลาด อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า และการลงทุนในย่านนี้โดยรวม
โอกาสในการลงทุน: ราคาที่ดินในบริเวณนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยแตะระดับเกือบ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ทำให้มีโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และพื้นที่สำนักงาน การเข้ามาของโครงการขนาดใหญ่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ดึงดูดผู้คน และสร้างความต้องการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น
การแข่งขันที่สูงขึ้น: แม้จะมีโอกาส แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในตลาด อสังหาริมทรัพย์ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าและพื้นที่ค้าปลีก ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการเข้ามาแข่งขันในย่านนี้จะต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง และนำเสนอจุดเด่นที่แตกต่าง
ผลกระทบต่อตลาดเช่า: การปรับปรุง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และการเปิดตัว เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าและค่าเช่าของพื้นที่โดยรอบ ผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีศักยภาพในการปรับตัวอาจต้องเผชิญกับความท้าทาย
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ: นอกเหนือจากศูนย์การค้า โครงการ Mixed-Use จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดที่พักอาศัย (Condominiums, Apartments) และพื้นที่สำนักงานให้เช่า (Office Space for Rent) ด้วยเช่นกัน ความต้องการ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ที่มีคุณภาพและทำเลดีจะยังคงมีอยู่สูง
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 และหลังจากนี้
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการพัฒนา ดิฉันมองว่าปี 2569 และช่วงปีถัดไปจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาด อสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ โซนเหนือ
การเติบโตอย่างยั่งยืน: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด อสังหาริมทรัพย์ ในระยะยาว
ความต้องการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ: ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อม อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและบริหารจัดการ อสังหาริมทรัพย์ จะเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าสนใจให้กับโครงการ
การให้ความสำคัญกับ ESG: การพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนและผู้บริโภคให้ความสนใจ
บทสรุป
การต่อสัญญาเช่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว และการเปิดตัว เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน ไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจของเครือเซ็นทรัล แต่เป็นการวางรากฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะยกระดับย่านพหลโยธินให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่สำคัญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาด อสังหาริมทรัพย์ โดยรวม ทั้งในแง่ของการลงทุน การพัฒนา และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในตลาด อสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ที่กำลังมองหา อสังหาริมทรัพย์คุณภาพให้เช่า ในทำเลที่มีศักยภาพ การจับตาดูความเคลื่อนไหวในย่านพหลโยธินจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด ดิฉันขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ อสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเข้ามาเพื่อปรึกษาและวางแผนการลงทุนของคุณให้ประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน

