• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401025 ดสาวออกเดทพอเจอต วจร งถ งก บอ (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 14, 2026
in Uncategorized
0
D1401025 ดสาวออกเดทพอเจอต วจร งถ งก บอ (ละครส น) สามโคกฟ part2

Here is the rewritten article in Thai, focusing on the core ideas, updated trends, and SEO optimization:

คอนโดมิเนียมไทย ปี 2568-2569: ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ สู่การปรับสมดุลและความท้าทายโครงสร้าง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ชี้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2568 ประสบภาวะหดตัวรุนแรง คาดการณ์ยอดขายลดลงเหลือเพียง 2.62 แสนล้านบาท จากที่เคยสูงสุดถึง 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดใหม่ในรอบทศวรรษ ผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาตลอดทั้งปี ได้สร้างความบอบช้ำให้กับอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

วิกฤตเศรษฐกิจซ้ำเติม อสังหาฯ ไทยเผชิญภาวะชะงักงันยาวนาน

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ตลาดคอนโดมิเนียมคาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6-3 แสนล้านบาท และอาจยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีกหลายปี ตราบใดที่ยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจนเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การฟื้นตัวอย่างแท้จริงของภาคอสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สามารถเติบโตได้อย่างน้อย 5% ต่อเนื่อง

นายประเสริฐนิยามปี 2568 ว่าเป็น “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) สะท้อนถึงความหนักหน่วงของภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ขณะที่ปี 2569 ถูกมองว่าเป็น “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการและภาครัฐต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

นิยาม “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่”: ความท้าทายสามมิติ

คำอธิบายเบื้องหลังนิยาม “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่” นั้นประกอบด้วยสามมิติหลัก ดังนี้:

“New Balance” (สมดุลใหม่): สะท้อนถึงการลดลงของยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและตลาดภูมิภาค อัตราการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้ผู้บริโภคหันไปพึ่งพาการเช่าหรือบ้านมือสองมากขึ้น ประกอบกับการขาดโครงสร้างสนับสนุนที่เพียงพอจากภาครัฐ เป็นปัจจัยที่สร้างความไม่สมดุลให้กับตลาด

“Complexity” (ความซับซ้อน): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้นในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รูปแบบการถือครองที่หลากหลาย ตั้งแต่การซื้อขาดไปจนถึงสัญญาเช่าระยะยาว 30-60 ปี ระดับราคาของยูนิตที่มีตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดราคา 500-1,000 ล้านบาท ปัญหาใหญ่ที่กระทบโดยตรงคือการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวด ทำให้สัดส่วนการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่สำหรับประชาชน

“Structural Problem” (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาขาดโครงสร้างระยะยาวที่ชัดเจนในการรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ รวมถึงการขาดกลไกที่สามารถรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อถดถอย จนไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้ตามที่คาดหวัง

กู้ไม่ผ่าน: ปัญหาที่ลุกลามจากฐานรากสู่ตลาดระดับบน

นายประเสริฐได้วิเคราะห์ลงลึกในรายละเอียดของประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ทาวน์เฮาส์ซึ่งเคยเป็นที่นิยม เริ่มมีแนวโน้มที่ลดลงจากตลาด ขณะที่บ้านเดี่ยวยังคงได้รับความสนใจอยู่บ้าง แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากการที่กำลังซื้อจากชาวต่างชาติเริ่มลดน้อยลง อันเนื่องมาจากนโยบายการควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทา และการใช้นอมินีในหลายประเทศ หากไม่มีการปรับตัวในเรื่องสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีมารองรับ แนวโน้มยอดขายบ้านเดี่ยวอาจจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่สังเกตได้คือ ชาวต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่ามากขึ้น โดยยอมจ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่า 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐของไทย การยอมเช่ารายเดือนจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเสี่ยงถูกจับ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในการซื้อโดยตรง” นายประเสริฐกล่าว

เมื่อพิจารณาในแง่ระดับราคา กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเคยติดลบถึง -52% ในปีก่อนหน้า คาดว่าจะยิ่งลดจำนวนลงไปอีกเหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาด เนื่องจากปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อ (Demand) ยังคงมีอยู่ เนื่องจากโครงสร้างประชากรยังคงเป็นไปในทิศทางเดิม แต่ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อทำให้พวกเขาไม่สามารถซื้อบ้านได้ ประกอบกับอัตราการเติบโตของ GDP ที่ 1-2% ไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการก่อหนี้ระยะยาว

นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ก็เริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ดีนัก ยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มปรับตัวลดลง จากเดิมที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมักจะเป็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท สำหรับห้องชุดราคาสูงระดับ 50 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ตลาดบ้านมือสอง ดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภาพรวม แต่เมื่อพิจารณาเชิงลึก จะพบว่าไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่สัดส่วนการขายใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากตลาดโดยรวมมีขนาดเล็กลงจากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อลดลง

โรดแมป 8+3: ข้อเสนอแนะสู่การแก้ปัญหาระยะยาวและเร่งด่วน

เพื่อประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์และวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน นายกสมาคมอาคารชุดไทยได้เสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง ซึ่งแบ่งออกเป็นมาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน และมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน ที่คาดหวังผลลัพธ์ในปี 2569

มาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

การปรับปรุงนโยบาย LTV (Loan-to-Value): กำหนด LTV ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และสภาวะเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่าและจัดตั้งกองทุน: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมเสนอให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำเงินทุนไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยเน้นย้ำให้เป็นโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: บังคับใช้กฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร เพื่อบริหารจัดการนิติบุคคลให้ชาวต่างชาติมีสัดส่วนเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ป้องกันการควบคุมกฎระเบียบและการบริหารนิติบุคคล
การสนับสนุน Mortgage Insurance: ภาครัฐสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้สถาบันการเงินยอมปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดระดับกลางถึงล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อโดยพิจารณาจากความเสี่ยงของผู้กู้เป็นหลัก (ความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แทนการปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): นำหนี้สินจากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัยมารวมกัน โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: สนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man-Made Project) เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์กลางการศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่ (Theme Parks), ศูนย์การประชุมนานาชาติ (International Convention Centers) และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา (Sports Entertainment Hub) โดยเน้นย้ำว่า ไม่มีกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มและการจัดเก็บภาษี: ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภครัฐ รวมถึงเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ประการสำหรับปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: ขยายระยะเวลามาตรการ LTV (อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน) ที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยลดภาระการวางเงินดาวน์ของผู้ซื้อ
ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม: ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจากที่สิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยปรับปรุงเพดานมูลค่าจากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา
การกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ย: กำกับดูแลให้ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทั้งอัตรา MRR (Minimum Retail Rate) สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR (Minimum Loan Rate) สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

แม้ว่าคณะกรรมการ กนง. ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่พบว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เพียง 5-10 สตางค์เท่านั้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นกลุ่มธนาคารยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของผู้กู้ทั่วประเทศ

การดำเนินธุรกิจแบบประคับประคอง: กุญแจสู่ความอยู่รอดในยุคผันผวน

นายกสมาคมคอนโดมิเนียมย้ำว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ การปรับตัวที่สำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการสองด้านหลักอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด (Commercial Side)

ในด้านการเงิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกฎเหล็กในการบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) โดยต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และตั้งการ์ดสูงด้วยความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงถดถอย

ส่วนด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ และที่สำคัญคือการปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอยู่อย่างจำกัดในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฝืดเคืองเช่นนี้

การทำความเข้าใจแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทย รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างและการปรับสมดุลใหม่นี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้ และพร้อมสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต

หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียมและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณในการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง.

Previous Post

D1401024 คนจs าv วห อทอง (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401026 สอนน องสาวจ บผ ชๅย (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401026 สอนน องสาวจ บผ ชๅย (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401026 สอนน องสาวจ บผ ชๅย (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.