• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D1401001 บช วยแป งฝ (ละครส น) สามโคกฟ part2

admin79 by admin79
January 14, 2026
in Uncategorized
0
D1401001 บช วยแป งฝ (ละครส น) สามโคกฟ part2

ประเทศไทย: อสังหาริมทรัพย์ปี 2569 – การปรับสมดุลใหม่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาหลายครั้ง ครั้งนี้ปี 2569 (2026) ถือเป็นอีกปีแห่งการท้าทายที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญหน้ากับการปรับสมดุลครั้งใหญ่ภายหลังเผชิญกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เคยรุ่งเรือง มูลค่าการขายเคยสูงถึง 5 แสนล้านบาทต่อปี กำลังอยู่ในช่วงหดตัว และคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับ 2.6 – 3 แสนล้านบาทต่อไปอีกหลายปี โดยมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569: ยุคแห่งความสมดุลใหม่และความซับซ้อน

เมื่อมองภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 เราจะพบกับสองคำนิยามหลักที่สะท้อนถึงสภาวะตลาดได้อย่างชัดเจน นั่นคือ “New Balance” (ความสมดุลใหม่) และ “Complexity” (ความซับซ้อน) รวมถึง “Structural Problem” (ปัญหาเชิงโครงสร้าง) ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ

New Balance: สู่ภาวะตลาดทรงตัวที่ต้องปรับตัว

“New Balance” ในบริบทนี้หมายถึงสภาวะที่ยอดขายและยอดโอนในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตลาดทั่วประเทศ มีแนวโน้มทรงตัว ลดลงจากช่วงก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนสภาวะนี้คืออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 1-2% ซึ่งไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นกำลังซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ

กำลังซื้อทั้งจากผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวที่มีราคาสูง กำลังล้ำเส้นความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปพึ่งพาการเช่า หรือมองหาบ้านมือสองเป็นทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ การขาดการสนับสนุนเชิงโครงสร้างจากภาครัฐในประเด็นสำคัญๆ เช่น การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ และการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับคนรุ่นใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความสมดุลใหม่ในตลาด

Complexity: ความท้าทายที่หลากหลายและซับซ้อน

“Complexity” สะท้อนถึงความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นในธุรกิจที่อยู่อาศัย ตลาดมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สูงมาก ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ โดยมีรูปแบบทั้งการซื้อกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว เช่น สัญญาเช่า 30-60 ปี ราคาของอสังหาริมทรัพย์ก็มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดหรูมูลค่า 500-1,000 ล้านบาท

ปัญหาการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญ ซึ่งธนาคารมีการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 50-70% สำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระดับราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้

ค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ที่กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในชีวิตประจำวันของผู้คนในเมือง

Structural Problem: รากฐานที่ต้องได้รับการแก้ไข

“Structural Problem” ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวของประเทศที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตที่ยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ประเด็นสำคัญคือการขาดโครงสร้างที่ชัดเจนและเอื้อต่อการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในระยะยาว รวมถึงการขาดโครงสร้างที่สนับสนุนความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อถดถอย

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์รายเซ็กเมนต์: ทาวน์เฮาส์เผชิญความท้าทาย บ้านเดี่ยวยังพอไปได้ แต่ต้องปรับตัว

เมื่อพิจารณาลงลึกในแต่ละประเภทของอสังหาริมทรัพย์ พบว่า:

ทาวน์เฮาส์: กลายเป็นสินค้าที่เริ่มได้รับความนิยมน้อยลงในตลาดปัจจุบัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อลดลง ผู้บริโภคอาจหันไปหาทางเลือกที่ตอบโจทย์ด้านราคาและความคุ้มค่ามากกว่า
บ้านเดี่ยว: ยังคงมีความต้องการในตลาด แต่ก็เผชิญกับแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่เริ่มลดลง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือ นโยบายของประเทศต้นทางที่ควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนสีเทาและนอมินี รวมถึงการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิการเช่าระยะยาว 60 ปี ซึ่งหากไม่มีการสนับสนุนที่ชัดเจน อาจเห็นยอดขายบ้านเดี่ยวชะลอตัวลง
การเช่าระยะยาว: ลูกค้าต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่าอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ยอมจ่ายค่าเช่าสูงถึงเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมมูลค่า 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในตลาด
อสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 70% แม้ความต้องการซื้อยังมีอยู่สูงจากโครงสร้างประชากร แต่ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อสังหาริมทรัพย์ราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี จากที่เคยเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
อสังหาริมทรัพย์ราคาสูง (50 ล้านบาทขึ้นไป): ยังคงมีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
บ้านมือสอง: แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จะพบว่าบ้านมือสองไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่มีสัดส่วนใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากขนาดตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมมีแนวโน้มหดตัวลงจากกำลังซื้อที่ลดน้อยลง

โรดแมปสู่การฟื้นฟู: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 8+3

ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมได้เสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อรัฐบาล เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยมาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ และมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ในปี 2569

มาตรการเชิงโครงสร้างระยะยาว (8 ข้อ):

การปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan to Value): กำหนดมาตรการ LTV ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อ
การขยายสัญญาเช่าและจัดตั้งกองทุน: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สร้างโครงสร้างที่มั่นคงและยั่งยืน
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: แก้ไขกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร เพื่อให้มีการบริหารนิติบุคคลที่มีสัดส่วนเสียงข้างมากโดยคนไทย ป้องกันการที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคล
การสนับสนุน Mortgage Insurance: รัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับธนาคารในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางและล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: ปรับปรุงระบบการอนุมัติสินเชื่อโดยพิจารณาจากความเสี่ยงของผู้กู้ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้กู้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น แทนที่จะถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
การรวมหนี้ (Debt Warehouse): สนับสนุนมาตรการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man Made Project): ส่งเสริมการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่, ศูนย์ประชุมนานาชาติ, และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่าไม่มีการพิจารณาเรื่องกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน: สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่สอดคล้องกับโครงการ รวมถึงพิจารณาการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน (3 ข้อ) เพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ต่ออายุมาตรการ LTV ที่มีกำหนดหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยรักษาสภาพคล่องและกำลังซื้อในตลาด
ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม: เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ให้มีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยขยายเพดานราคาจากเดิมที่จำกัดไว้ที่ 7 ล้านบาท เป็นอสังหาริมทรัพย์ทุกระดับราคา เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
กำกับดูแลการลดดอกเบี้ย: กำกับดูแลให้ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ให้สอดคล้องกับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ การที่ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยหลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้กู้เผชิญความยากลำบาก

การบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาวะท้าทาย

สำหรับผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์ การดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะยังคงเป็นปีที่ต้องใช้ความระมัดระวังและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับสองด้านหลักคือ

ด้านการเงิน (Financial Side): การบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow Management) เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรตั้งการ์ดสูงและเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย
ด้านการตลาดและการพัฒนาโครงการ (Commercial Side & Development): ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูงและมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่คาดเดาได้ยาก ต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจที่ท้าทายนี้

แม้ว่าปี 2569 จะเป็นอีกปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่ผมเชื่อมั่นว่าด้วยการปรับตัวที่ชาญฉลาด การบริหารจัดการที่ดี และการสนับสนุนเชิงนโยบายที่ตรงจุด ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการปรับสมดุลนี้ไปได้ และจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในอนาคต

หากท่านเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจ หรือนักลงทุนที่สนใจโอกาสในการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กำลังปรับตัวสู่ความสมดุลใหม่ อย่ารอช้าที่จะศึกษาข้อมูลเชิงลึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เราพร้อมที่จะร่วมมือกับท่านเพื่อสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย

Previous Post

D1201090 รวยแล วท งพ อทำงานก อสร าง (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post

D1401002 เก าอ นด ดทร พย (ละครส น) สามโคกฟ part2

Next Post
D1401002 เก าอ นด ดทร พย (ละครส น) สามโคกฟ part2

D1401002 เก าอ นด ดทร พย (ละครส น) สามโคกฟ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.