อนาคตที่อยู่อาศัยแห่งวัยเกษียณ: การขับเคลื่อนของ Longevity Economy ในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและเมกะเทรนด์มากมายที่หล่อหลอมตลาดนี้ แต่สิ่งที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและปฏิวัติวงการอย่างแท้จริง คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Longevity Economy” ซึ่งกำลังขับเคลื่อนความต้องการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่กำลังวางแผนสู่วัยเกษียณของประเทศไทย
ประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร จำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเราก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ข้อมูลล่าสุดจากปี 2567 ชี้ให้เห็นว่า ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดภายในทศวรรษหน้า การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์นี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อมิติทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญอย่างไม่อาจมองข้าม
Longevity Economy: ตลาดใหม่ที่น่าจับตามอง
“Longevity Economy” ไม่ใช่แค่คำศัพท์ใหม่ แต่คือการสะท้อนถึงพลวัตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น และมีกำลังซื้อที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ การศึกษาด้านเศรษฐกิจสูงวัยชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการใช้จ่ายของผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นตลาดที่น่าลงทุนและต้องได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง
จากการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง DDproperty ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวง อสังหาริมทรัพย์ในไทย, พบว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตหลังเกษียณอย่างจริงจัง โดยเกือบ 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจยอมรับว่าได้เริ่มคิดถึงอนาคตหลังเกษียณแล้ว เป้าหมายหลักไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แต่ครอบคลุมถึงการมีเงินออมเพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพ อิสรภาพทางการเงิน และการใช้ชีวิตที่ปราศจากภาระหนี้สิน
ทำเลศักยภาพสำหรับวัยเกษียณ: กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
ในแง่ของทำเล บ้านวัยเกษียณ ที่เป็นที่ต้องการ กรุงเทพมหานครยังคงเป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ชีวิตหลังเกษียณ เนื่องจากมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม และที่สำคัญคือการเข้าถึงสถานพยาบาลชั้นนำที่หลากหลาย
ขณะเดียวกัน หัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น เชียงใหม่, ชลบุรี (โดยเฉพาะ คอนโดพัทยา และ บ้านพักชลบุรี), นนทบุรี และภูเก็ต ก็เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุรุ่นใหม่มีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปด้วย
การปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์: โครงการเพื่อคุณภาพชีวิต
เพื่อรองรับ ความต้องการบ้านผู้สูงอายุ ที่กำลังเติบโต ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากได้ปรับกลยุทธ์การออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกช่วงวัย เราเริ่มเห็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ (Senior Living) รวมถึง บ้านพักคนชรา และโครงการประเภท Residential Care Home ที่เน้นการดูแลสุขภาพเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของตลาดที่กำลังก้าวไปพร้อมกับโครงสร้างประชากรใหม่
แนวคิดของการออกแบบ บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ในยุค Longevity Economy นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบของบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียมเท่านั้น แต่เน้นการออกแบบเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว โดยนำหลักการ Universal Design มาประยุกต์ใช้ การเลือกใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีระเพื่อความสะดวกสบาย การตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้สถานพยาบาล และการมีพื้นที่สีเขียวที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจ
เทคโนโลยีและกิจกรรม: หัวใจสำคัญของชีวิตวัยเกษียณ
นอกจากปัจจัยด้านกายภาพแล้ว เทคโนโลยี Smart Home กำลังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ระบบอัตโนมัติที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น ระบบควบคุมแสงสว่าง อุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉิน หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมั่นใจมากขึ้น
ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว การมีพื้นที่ส่วนกลางที่อบอุ่นและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ จะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่สมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับความต้องการ บ้านเพื่อผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือศูนย์รวมความสุขและความอบอุ่นของครอบครัว
แนวโน้มที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต: คุณภาพชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด
โดยสรุป ตลาดที่อยู่อาศัยภายใต้บริบทของ Longevity Economy ไม่ได้เติบโตเพียงเพราะประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว นี่คือเมกะเทรนด์ที่กำลังกำหนดทิศทางตลาด อสังหาริมทรัพย์ในไทย อย่างชัดเจน
ผู้ที่กำลังมองหา บ้านพร้อมอยู่ ในช่วงวัยเกษียณ หรือผู้พัฒนาที่ดินที่ต้องการสร้างสรรค์โครงการใหม่ๆ ควรพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบ การเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้สูงอายุ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ การออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาวะ ควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนที่อบอุ่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในตลาดที่กำลังเติบโตนี้
สำหรับท่านที่กำลังมองหา คอนโดสำหรับผู้สูงอายุ หรือ บ้านเดี่ยวเพื่อผู้สูงอายุ ในทำเลที่ท่านสนใจ เช่น คอนโดกรุงเทพ หรือ บ้านเชียงใหม่ ยุคใหม่ ควรศึกษาข้อมูลโครงการอย่างละเอียด และพิจารณาถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการในวัยเกษียณอย่างแท้จริง
นี่คือโอกาสอันดีสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ที่จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพชีวิตและความสุข สำหรับคนทุกวัยในประเทศไทย.

