• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501113 โดนป คล มถ งชน จนไม กเจ าบ าว part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
D0501113 โดนป คล มถ งชน จนไม กเจ าบ าว part2

กรุงเทพฯ ตลาดคอนโดมิเนียม: การปรับตัวสู่ยุคทองของกลุ่มมหาเศรษฐีและการมองการณ์ปี 2569

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วน ปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นปีแห่งความท้าทายอย่างแท้จริง ตัวเลขจากรายงานของ Colliers ประเทศไทย โดยคุณภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร สะท้อนภาพตลาดที่ชัดเจนที่สุด: การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2568 อยู่ที่เพียง 40 โครงการ รวม 17,110 ยูนิต นี่คือระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี หรือที่เรียกว่า “Low Supply Cycle” ซึ่งลดลงถึง 21.84% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มูลค่ารวมของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในปี 2568 อยู่ที่ 70,368 ล้านบาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่อยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท ถึง 38.53%

ภาพรวมนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นหลักในตลาดคือแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดถึง 83.71% ของจำนวนยูนิตและ 63,947 ล้านบาทของมูลค่ารวม ในขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสัดส่วนที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด การที่ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างมากนี้ เป็นผลพวงมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายต่างๆ

แนวโน้มปี 2569: การทรงตัวและการปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด

มองไปข้างหน้าสู่ปี 2569 แม้คาดการณ์ว่าจะยังคงมีแรงกดดันต่อตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ อยู่ แต่ก็มีสัญญาณการปรับตัวและโอกาสใหม่ๆ ซ่อนอยู่ ตัวเลขที่ประเมินไว้สำหรับซัพพลายคอนโดมิเนียมใหม่ในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 15,000 ยูนิต ลดลงต่อเนื่องอีก 12.33% มูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะหันมาใช้กลยุทธ์การปรับลดจำนวนโครงการ เลื่อนการเปิดตัวออกไป และมุ่งเน้นทำเลที่มีศักยภาพชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าและย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) รวมถึงการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพอย่าง EEC และภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตลาดโดยรวมอาจจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด แต่ก็มีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ปรับสมดุล และสัญญาณบวกบางประการก็เริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตลาดระดับบน (High-end) และลักเซอรี่ (Luxury) ที่ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง ผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเลทองที่หาได้ยากยิ่ง เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals – HNWIs) และมหาเศรษฐี (Ultra High Net Worth Individuals – UHNWIs) ซึ่งมีอำนาจซื้อสูงและไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเท่ากลุ่มอื่น

ยุคทองของเศรษฐี: โอกาสการลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม

สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษในปี 2569 คือ การเกิดขึ้นของ “New Price Benchmark” หรือการตั้งราคาขายอย่างเป็นทางการที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร โดยเฉพาะในโครงการที่เป็น “Rare Item” ซึ่งมีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD นี่คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ไปสู่ยุคที่กลุ่มมหาเศรษฐีจะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก

สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ การมองหาโอกาสในช่วงเวลานี้ ควรให้ความสำคัญกับ 5 ประเด็นหลัก:

คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง: ด้วยซัพพลายใหม่ที่จำกัดในทำเลซูเปอร์ไพรม์ การมีที่ดินแปลงสวย หรือการสามารถเข้าถึงที่ดินศักยภาพสูง จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการพัฒนาโครงการระดับ “แฟลกชิป” ที่สามารถสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ในระยะยาว

กำลังซื้อของกลุ่ม HNWIs และ UHNWIs: กลุ่มนี้ยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงที่เป็นสินทรัพย์เพื่อการรักษามูลค่า (Store of Value) พวกเขามีอำนาจในการจับจ่ายซื้อคอนโดมิเนียมที่มีราคาสูงถึง 8 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร

โอกาสในการสร้าง New Price Benchmark: ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในย่าน CBD ประกอบกับการพัฒนาโครงการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สนับสนุนการตั้งราคาขายในระดับสูง สินค้าที่นำเสนอควรเน้นความเป็น “Rare Item”, “Low Density” (จำนวนยูนิตน้อยต่อพื้นที่) และ “Branded Residence” (โครงการที่ร่วมกับแบรนด์หรูระดับโลก)

การแข่งขันด้านคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ: ในยุคที่ซัพพลายมีจำกัด การสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบที่โดดเด่น, บริการหลังการขายที่เป็นเลิศ, และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้า แทนที่จะแข่งขันกันที่ราคา

โอกาสจากตลาดเช่า: กลุ่มชาวต่างชาติ, ผู้บริหารระดับสูง, และ Expatriates ยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญสำหรับตลาดเช่าในเมือง โครงการที่สามารถรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน (Investment Property) จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลที่ตั้งใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและความไม่แน่นอน

แม้จะมีโอกาสในกลุ่มตลาดบน แต่ผู้พัฒนาโครงการก็ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีก 5 ประการในปี 2569:

เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในตลาดกลางและล่างยังคงเปราะบาง ทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคใช้เวลานานขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความสามารถในการดูดซับซัพพลายในตลาด

ภาคการเงิน: สถาบันการเงินยังคงมีนโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์และกระแสเงินสดของโครงการ

ต้นทุนการพัฒนาที่สูง: ราคาที่ดินในย่าน CBD ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรง ก็ยังไม่มีแนวโน้มลดลง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของโครงการ

ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจส่งผลให้แนวนโยบายเศรษฐกิจในระยะสั้นยังไม่ชัดเจน การติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อ จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจส่งผลให้เกิดการชะลอการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่ม

การบริหารจังหวะการเปิดโครงการ (Timing): การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจทำให้ต้องเผชิญกับตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัว ในขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปก็อาจทำให้พลาดโอกาสในทำเลทองที่หาได้ยาก การบริหารจัดการจังหวะเวลาจึงเป็นหัวใจสำคัญ

ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมขอเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตในสภาวะตลาดปัจจุบัน ดังนี้:

เลือกทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน: มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพของทำเลและมีความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างถ่องแท้

เจาะตลาดบนและลักเซอรี่: เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อแท้จริง (Genuine Demand) และมีความต้องการที่ชัดเจนในสินค้าประเภทนี้

ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุน: การบริหารจัดการขนาดโครงการและการลงทุนอย่างรอบคอบ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่อง

บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด: นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการอยู่รอดและเติบโตในทุกสภาวะตลาด การมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้โครงการสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ติดตามนโยบายรัฐบาลและปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น: การเฝ้าระวังและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย จะช่วยให้ธุรกิจสามารถคว้าโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ในภาพรวมอาจจะยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว แต่โอกาสในการลงทุนในตลาดระดับบนและลักเซอรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD ยังคงมีอยู่ สำหรับนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์และสามารถอ่านเกมตลาดได้อย่างเฉียบคม ปี 2569 อาจจะเป็นปีทองของ “เศรษฐี” อย่างแท้จริง

หากท่านเป็นนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ติดต่อเราได้วันนี้ เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายของท่าน

Previous Post

D0501112 เล อกผ ชายจากการเป นอย ของแม part2

Next Post

D0501114 แต งงานเพ อเป นภรรยา ไม ใช เอามาเป นแม าน part2

Next Post
D0501114 แต งงานเพ อเป นภรรยา ไม ใช เอามาเป นแม าน part2

D0501114 แต งงานเพ อเป นภรรยา ไม ใช เอามาเป นแม าน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.