• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501106 นอกใจเพราะแฟนไม วยใช าย part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501106 นอกใจเพราะแฟนไม วยใช าย part2

พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง: เจาะลึกอนาคตตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569 ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ดิฉันได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ผันผวนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปี 2569 นี้ นำมาซึ่งภาพที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพมหานคร การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวชั้นนำ โดยเฉพาะรายงานจากคุณภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้สะท้อนภาพรวมที่น่าสนใจและท้าทายไปพร้อมกัน

ปี 2568: สัญญาณเตือนจากตลาดคอนโดกรุงเทพฯ

ข้อมูลสถิติที่เปิดเผยออกมาบ่งชี้ว่า ปี 2568 ถือเป็นยุคแห่ง “Low Supply Cycle” อย่างแท้จริงสำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ การเปิดตัวโครงการใหม่มีจำนวนเพียง 40 โครงการ รวม 17,110 ยูนิต ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 21.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 70,368 ล้านบาท ลดลงถึง 38.53% จากค่าเฉลี่ยกว่า 1 แสนล้านบาทในช่วงก่อนหน้า

กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือ “บิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์” ยังคงเป็นผู้เล่นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วน 83.71% ของยูนิตที่เปิดตัวทั้งหมด หรือ 14,323 ยูนิต มูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทน้อยลง โดยเปิดตัวเพียง 2,787 ยูนิต คิดเป็น 16.29% มูลค่ารวม 6,416 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวม 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่เฉลี่ยปีละกว่า 34,700 ยูนิต สถิติในปี 2568 ที่มีเพียง 17,110 ยูนิต จึงสะท้อนให้เห็นถึงการหดตัวของตลาดไปเกือบครึ่งหนึ่งอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการปรับฐานที่กำลังเกิดขึ้น

ปี 2569: สมดุลที่เปราะบางและโอกาสใหม่สำหรับ “เศรษฐี”

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 การคาดการณ์ซัพพลายใหม่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ โดยคาดว่าจะเปิดตัวประมาณ 15,000 ยูนิต ลดลงต่อเนื่องอีก 12.33% มูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเน้นการปรับลดจำนวนโครงการ เลื่อนการเปิดตัว และเฟ้นหาทำเลศักยภาพที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวรถไฟฟ้าสายสำคัญ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ อาทิ “EEC-ภูเก็ต”

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการแข่งขันในปี 2569 คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในกลุ่ม “คอนโดระดับไฮเอนด์” และ “คอนโดลักเซอรี่” โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการใหม่จะมีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับ “เรือธง” ในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” ที่หาได้ยาก เช่น สุขุมวิทตอนต้น, เพลินจิต-วิทยุ, สีลม-สาทร, ราชดำริ-ลุมพินี และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อของกลุ่ม “High Net Worth” และ “Ultra High Net Worth” ที่มีอำนาจซื้อสูงและมีความต้องการสินทรัพย์คุณภาพอย่างแท้จริง

เทรนด์ที่น่าจับตาคือการเปิดตัวโครงการที่ตั้งราคาขายอย่างเป็นทางการในระดับ “1 ล้านบาทต่อตารางเมตร” โดยเฉพาะโครงการที่เป็น “Rare Item” มีจำนวนยูนิตจำกัด และตั้งอยู่ในทำเลระดับ Prime CBD การมาถึงของกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนให้เติบโตสวนทางกับภาพรวมตลาด

5 โอกาสทองสำหรับ “เศรษฐี” ในตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ปี 2569

จากสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผมขอแบ่งปัน 5 โอกาสสำคัญที่ “เศรษฐี” หรือผู้ที่มีกำลังซื้อสูงควรพิจารณา:

โอกาสจาก “คอนโดหรูใจกลางเมือง” ที่มีซัพพลายจำกัด: สำหรับผู้ที่มีที่ดินแปลงสวยในมือ หรือสามารถจัดหาแลนด์แบงก์ในทำเลศักยภาพระดับสูงได้ การพัฒนา “โครงการระดับแฟลกชิป” ในทำเล “ซูเปอร์ไพรม์” จะเป็นการสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ในระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คือโอกาสในการสร้าง “แลนด์มาร์ค” อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เหมือนใคร

กำลังซื้อของ “High Net Worth” และ “Ultra High Net Worth” คือตัวขับเคลื่อนหลัก: กลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและมองหา “สินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า” (Store of Value) อย่างแท้จริง พวกเขามีความพร้อมที่จะจ่ายในราคา “8 แสนถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร” สำหรับคอนโดที่ตอบโจทย์ความต้องการในทุกมิติ ตั้งแต่ทำเล การออกแบบ วัสดุ บริการ ไปจนถึงประสบการณ์การอยู่อาศัย

การสร้าง “New Price Benchmark” ในตลาด: ต้นทุนที่ดินที่สูงลิ่วในย่าน CBD บวกกับต้นทุนการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพสูง สนับสนุนให้เกิดการตั้งราคาสูงขึ้นสำหรับ “โครงการ Rare Item”, “Low Density Condominiums” และ “Branded Residences” นี่คือโอกาสในการยกระดับมาตรฐานราคาตลาด และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ

การแข่งขันด้าน “คุณภาพ” เหนือ “ปริมาณ”: ในภาวะที่ซัพพลายมีจำกัด ผู้พัฒนาที่ประสบความสำเร็จจะเน้นการแข่งขันที่การออกแบบที่เป็นเลิศ, บริการหลังการขายที่เหนือระดับ, และมอบ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” ที่แตกต่าง นี่คือการสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืน และลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา

โอกาสจาก “ตลาดเช่า” ในเมือง: การเติบโตของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ “Expats” ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดเช่า โดยเฉพาะโครงการที่สามารถ “รองรับทั้งการอยู่อาศัยและลงทุน” (Investment & Residential) จะช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD และแนวรถไฟฟ้าหลักยังคงมีความต้องการเช่าอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ: การฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงและปัจจัยภายนอก

แม้จะมีโอกาสมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2569 ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญ 5 ประการ:

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง: กำลังซื้อในกลุ่มตลาดกลางและล่างยังคงเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตราการขายและความสามารถในการดูดซับซัพพลายในตลาดวงกว้าง

ภาคการเงินที่เข้มงวด: สถาบันการเงินยังคงพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบ ทำให้ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งอาจกระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของผู้ประกอบการ

ต้นทุนการพัฒนาที่ยังคงสูง: ราคาที่ดินในทำเล Prime CBD ยังคงอยู่ในระดับสูง ควบคู่ไปกับต้นทุนการก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงที่ยังไม่ลดลง เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของโครงการ

ความไม่แน่นอนจากการเมือง: การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น อาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มชะลอการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ต้องติดตามมาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่ออย่างใกล้ชิด

การบริหาร “จังหวะเวลา” ในการเปิดโครงการ: การเปิดตัวโครงการเร็วเกินไปอาจเผชิญตลาดที่ยังไม่พร้อม ขณะที่การเปิดตัวช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลทอง จึงจำเป็นต้องอาศัยการบริหาร Timing ที่แม่นยำอย่างยิ่ง

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ดิฉันขอเสนอแนะกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการฝ่าฟันความท้าทายและคว้าโอกาสในปี 2569:

โฟกัสที่ “ทำเลและกลุ่มเป้าหมาย” ชัดเจน: การลงทุนในโครงการที่มีทำเลศักยภาพสูงและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง คือหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยง

เจาะตลาด “บน” และ “ลักเซอรี่”: เน้นกลุ่มที่มี “ดีมานด์ซื้อแท้จริง” และมีความสามารถในการใช้จ่ายจริง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อน

ควบคุม “ขนาดโครงการ” และ “อัตราการลงทุน” อย่างรอบคอบ: การบริหารจัดการขนาดของโครงการให้เหมาะสมกับกำลังซื้อและสภาวะตลาด รวมถึงการควบคุมต้นทุนการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น

“สภาพคล่องและกระแสเงินสด” คือหัวใจหลัก: การบริหารจัดการการเงินให้แข็งแกร่ง การวางแผนกระแสเงินสดให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงาน คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้โครงการผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้

จับตานโยบาย “รัฐบาลใหม่” อย่างใกล้ชิด: ความพร้อมในการปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและคว้าโอกาสได้ทันท่วงที

ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ ปี 2569 จะเป็นปีที่พิสูจน์ความสามารถของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการปรับตัว รับมือกับความท้าทาย และฉวยโอกาสจากกลุ่มกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง หากคุณคือส่วนหนึ่งของ “เศรษฐี” ที่มองหาโอกาสในการลงทุน หรือเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการวางกลยุทธ์ให้แข็งแกร่ง นี่คือเวลาที่คุณควรศึกษาข้อมูลเชิงลึกและเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

อย่ารอช้า! ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึกและค้นหาโอกาสการลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่ใช่สำหรับคุณ.

Previous Post

D0501105 ทางออกของช ตค อห องเช part2

Next Post

D0501107 สาม แห งชาต part2

Next Post
D0501107 สาม แห งชาต part2

D0501107 สาม แห งชาต part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.