• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501089 าขายล กช ไม เคยยอมแพ โชคด @finnixapp เป นแรงเสร มไปส part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501089 าขายล กช ไม เคยยอมแพ โชคด @finnixapp เป นแรงเสร มไปส part2

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568: ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ สู่สมดุลใหม่แห่งความซับซ้อนและปัญหาเชิงโครงสร้าง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานกว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นพัฒนาการและความท้าทายที่ภาคส่วนนี้ต้องเผชิญอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 (ค.ศ. 2025) เป็นปีที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและต้องอาศัยการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: สถิติยอดขายที่น่ากังวล

จากข้อมูลและการประเมินของสมาคมอาคารชุดไทย สภาพการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2568 คาดการณ์ว่าจะมียอดขายหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ราว 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ยอดขายในปี 2568 นี้ อาจลดลงไปเกือบครึ่ง เหลือประมาณ 2.62 แสนล้านบาท นี่ถือเป็นสถิติยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มปี 2569: ทรงตัวและรอการฟื้นตัว

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 (ค.ศ. 2026) คาดการณ์ว่ายอดขายจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับประมาณ 2.6-3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะทรงตัวเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปี ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะทรงตัวนี้ คือ การขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโต การฟื้นตัวอย่างแท้จริงของภาคอสังหาริมทรัพย์ จะต้องรอจนกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะสามารถขยายตัวได้ถึงระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งและความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

นิยามปี 2568 และ 2569: พายุเศรษฐกิจ สู่สมดุลใหม่

ผมมองว่าปี 2568 เป็น “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” หรือ The Year of The Great Perfect Storm ซึ่งเป็นการรวมตัวของปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ในขณะที่ปี 2569 จะเป็น “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่” หรือ The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

New Balance (สมดุลใหม่): สะท้อนจากการปรับลดลงของยอดขายและยอดโอนทั่วประเทศ รวมถึงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อัตราการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อทั้งจากผู้บริโภคไทยและชาวต่างชาติลดลง ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาหันไปพึ่งพาการเช่า หรือการซื้อบ้านมือสอง ประกอบกับการขาดโครงสร้างสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐ

Complexity (ความซับซ้อน): ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของประเภทที่อยู่อาศัย ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ รวมถึงรูปแบบการถือครองที่มีทั้งการซื้อกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว (30-60 ปี) นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างของราคาที่กว้างมาก ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้มงวด ทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงถึง 50-70% อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงขึ้น ก็เป็นภาระค่าครองชีพที่สำคัญ

Structural Problem (ปัญหาเชิงโครงสร้าง): ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการขาดโครงสร้างระยะยาวที่ชัดเจนเพื่อรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ รวมถึงโครงสร้างที่รองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อถดถอยจนไม่สามารถซื้อหาที่อยู่อาศัยได้

เจาะลึกตลาด: สินค้าไหนรอด สินค้าไหนเสี่ยง?

เมื่อพิจารณารายละเอียดของผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์ พบว่า ทาวน์เฮาส์ เริ่มมีแนวโน้มที่ความต้องการลดลง ในขณะที่ บ้านเดี่ยว ยังคงไปได้ดี แต่ก็เริ่มเผชิญแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลง อันเนื่องมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศของประเทศต้นทาง การปราบปรามทุนเทาและนอมินี หากไม่มีการสนับสนุนในรูปแบบของสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี เราอาจเห็นยอดขายบ้านเดี่ยวถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ชาวต่างชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการเช่ามากขึ้น พวกเขายินดีที่จะจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย นี่จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อที่อยู่อาศัย

ในแง่ของระดับราคา กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เคยประสบปัญหาติดลบ -52% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากการอนุมัติสินเชื่อที่ไม่ผ่านมากถึง 70% แม้ว่าความต้องการซื้อยังมีอยู่ เนื่องด้วยโครงสร้างประชากรที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ข้อจำกัดด้านสินเชื่อและ GDP ที่เติบโตต่ำ ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการก่อหนี้ระยะยาวเป็นไปได้ยาก

นอกจากนี้ กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท ก็เริ่มส่งสัญญาณที่น่ากังวล โดยมียอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาเริ่มปรับตัวลดลง สวนทางกับกลุ่มราคาที่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท ที่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ห้องชุดราคาสูง 50 ล้านบาทขึ้นไป มีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น

ในภาพรวมของตลาด บ้านมือสอง มีความสำคัญมากขึ้น แต่หากพิจารณาในเชิงลึกแล้ว พบว่าตลาดบ้านมือสองไม่ได้มีการเติบโตอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับตลาดบ้านใหม่เท่านั้น เนื่องจากขนาดตลาดโดยรวมหดตัวลงจากการที่ผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ

ข้อเสนอแนะสู่รัฐบาล: โรดแมป 8+3 เพื่อการฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์

เพื่อเป็นการประคับประคองและขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผมได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง โดยแบ่งออกเป็น 8 มาตรการสำหรับการวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อหวังผลในปี 2569

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

มาตรการ LTV (Loan to Value) ระยะยาว: ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่า: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี พร้อมทั้งเสนอให้ภาครัฐมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในไทย เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยมีเป้าหมายให้เป็นโครงสร้างที่ถาวร
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: กำหนดกฎหมายเกี่ยวกับอาคารชุดและบ้านจัดสรร เพื่อบริหารจัดการนิติบุคคลให้มีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ป้องกันการควบคุมกฎระเบียบและการบริหารนิติบุคคลโดยชาวต่างชาติ
สนับสนุน Mortgage Insurance: ภาครัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้กับธนาคารในการปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดระดับกลางถึงล่าง
อนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง: กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ โดยผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): พัฒนามาตรการในการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
ส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่: กระตุ้นการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man-Made Project) เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่ (Theme Park), ศูนย์ประชุมนานาชาติ (International Convention Center) และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา (Sports Entertainment Complex) โดยเน้นย้ำว่าไม่มีการเปิดบ่อนกาสิโน
การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการ: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐให้เชื่อมโยงกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐลงทุน และเสนอให้พิจารณาการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ประการ สำหรับปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม: ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ให้สิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยปรับปรุงเพดานราคาจากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นครอบคลุมบ้านทุกระดับราคา
กำกับดูแลการลดดอกเบี้ย: กำหนดให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (MRR สำหรับรายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ) ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

แม้ว่า กนง. ได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์กลับมีสัดส่วนที่น้อยกว่า (เพียง 5-10 สตางค์) ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

การดำเนินธุรกิจในปี 2569: กลยุทธ์การประคับประคอง

ปี 2569 จะยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารจัดการธุรกิจอย่างรัดกุมใน 2 มิติหลัก คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด (Commercial Side)

ในด้านการเงิน กฎเหล็กคือการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพเป็นอันดับแรก และต้องตั้งการ์ดสูงในการลงทุน โดยใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงถดถอย

ในด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก การปรับตัวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่อย่างจำกัด ถือเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองนี้

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ก็เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างและสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว หากเราสามารถร่วมมือกันวางรากฐานที่มั่นคงและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมได้

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดในปัจจุบัน หรือต้องการที่ปรึกษาเพื่อนำทางธุรกิจของคุณให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำแนะนำและโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับคุณ

Previous Post

D0501088 เบ องหล งคำว าเพ อน อการแย งช part2

Next Post

D0501090 บทเร ยนของคนคล งร part2

Next Post
D0501090 บทเร ยนของคนคล งร part2

D0501090 บทเร ยนของคนคล งร part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.