• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501064 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501064 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569: ปรับสมดุลท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ สู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร, 27 ธันวาคม 2568 – ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ถาโถมอย่างหนักหน่วง สมาคมอาคารชุดไทย โดยท่านนายกฯ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ได้ฉายภาพทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 และมองไปข้างหน้าถึงแนวโน้มปี 2569 ด้วยมุมมองที่เฉียบคมของกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าทศวรรษ การประเมินนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ตลาดต้องเผชิญ การปรับตัวของผู้ประกอบการ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญต่อภาครัฐ เพื่อประคับประคองและนำพาภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปสู่ความมั่นคงในระยะยาว

บทสรุปภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: แผลเป็นจากพายุเศรษฐกิจ

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่ง “พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” (Year of The Great Perfect Storm) สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากที่เคยมีมูลค่าตลาดสูงสุดถึง 5 แสนล้านบาทในปี 2561 ปัจจุบันคาดการณ์ว่ายอดขายจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียงประมาณ 2.62 แสนล้านบาท นี่คือสถิติยอดขายที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี สะท้อนถึงผลกระทบที่รุนแรงจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เข้ามากระทบอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แนวโน้มปี 2569: สู่ยุคแห่งความสมดุลที่ซับซ้อนและโครงสร้างที่ท้าทาย

สำหรับปี 2569 ท่านนายกฯ ประเสริฐ ได้ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว โดยมีมูลค่ายอดขายประมาณ 2.6-3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะทรงตัวเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปี จนกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะสามารถขยับขึ้นไปถึงระดับ 5% จึงจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแท้จริง

ธีมหลักสำหรับปี 2569 ถูกนิยามว่าเป็น “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่และความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง” (The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem) ซึ่งประกอบด้วยสามมิติสำคัญดังนี้:

ความสมดุลใหม่ (New Balance): สะท้อนจากยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงทั้งในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และตลาดทั่วประเทศ อัตราการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ส่งผลให้กำลังซื้อทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติหดตัวลง นอกจากนี้ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่ากำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลายคนหันไปพึ่งพาการเช่าหรือบ้านมือสองแทน ประกอบกับขาดการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ

ความซับซ้อน (Complexity): ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้นในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ไปจนถึงรูปแบบการถือครองกรรมสิทธิ์และการเช่าระยะยาว 30-60 ปี ราคาตั้งแต่คอนโดมิเนียมต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินมีแนวโน้มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้อัตราการอนุมัติสินเชื่อไม่ผ่านพุ่งสูงถึง 50-70% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อวันด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงมาก ยังกลายเป็นภาระค่าครองชีพที่สำคัญ

ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural Problem): ประเทศไทยยังคงขาดโครงสร้างระยะยาวที่รองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ ขาดโครงสร้างที่สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีกำลังซื้อถดถอยจนไม่สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้

วิเคราะห์เจาะลึกรายเซ็กเมนต์: ใครไปต่อ? ใครกำลังลำบาก?

เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียดของแต่ละประเภทอสังหาริมทรัพย์และระดับราคา ท่านนายกฯ ประเสริฐ ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจดังนี้:

ทาวน์เฮาส์: กลายเป็นสินค้าที่เริ่มมีความต้องการลดลงในตลาดปัจจุบัน
บ้านเดี่ยว: ยังคงมีความต้องการอยู่ แต่เผชิญแรงกดดันจากการหายไปของกำลังซื้อจากชาวต่างชาติ อันเนื่องมาจากนโยบายควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนสีเทา และการใช้นอมินี หากไม่มีการนำเสนอสัญญาเช่าระยะยาว 60 ปีมารองรับ แนวโน้มยอดขายบ้านเดี่ยวอาจถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง
การเช่าของชาวต่างชาติ: มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชาวต่างชาติยอมจ่ายค่าเช่าเดือนละ 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย การเช่าระยะยาวจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการซื้อ
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท: ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยปีที่แล้วมียอดขายติดลบถึง -52% และในปีนี้คาดว่าจะเหลือน้อยลงไปอีก เหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาด เนื่องจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% แม้ว่าดีมานด์จะมีอยู่จริงก็ตาม
กลุ่มราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว โดยยอดขาย 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มย่อตัวลง จากเดิมที่กลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจเป็นหลัก
ห้องชุดราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป: มีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการเพิ่มมากขึ้น
บ้านมือสอง: แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่หากพิจารณาเชิงลึก จะพบว่าตลาดบ้านมือสองไม่ได้เติบโตอย่างแท้จริง เพียงแต่มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับบ้านใหม่ เนื่องจากตลาดโดยรวมหดตัวลง ผู้บริโภคขาดกำลังซื้อ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: “โรดแมป 8+3” สู่การฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์

เพื่อแก้ไขปัญหาและประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทยได้นำเสนอ “โรดแมป 8+3” ต่อรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว และ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อหวังผลในปี 2569

8 มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว:

มาตรการ LTV (Loan-to-Value) ที่สอดคล้องกับสถานการณ์: ปรับปรุงมาตรการ LTV ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายสัญญาเช่าเป็น 60 ปี และการจัดตั้งกองทุน: ขยายระยะเวลาสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี โดยเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย เพื่อนำเงินมาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สร้างโครงสร้างที่ถาวรและยั่งยืน
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ปรับปรุงกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร เพื่อให้การบริหารนิติบุคคลมีความโปร่งใส โดยกำหนดให้เสียงของชาวต่างชาติในการควบคุมการออกกฎระเบียบและบริหารนิติบุคคลไม่เกินกึ่งหนึ่ง
การสนับสนุน Mortgage Insurance: ภาครัฐควรสนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างหลักประกันให้ธนาคารกล้าปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในตลาดระดับกลางถึงล่าง
การอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงของผู้กู้: นำระบบการคิดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้มาใช้ โดยผู้มีความเสี่ยงน้อยคิดดอกเบี้ยน้อย ผู้มีความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค แทนที่จะถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): ส่งเสริมการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Man-Made Project): สนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ ศูนย์ดูแลสุขภาพ, ศูนย์การศึกษา, สวนสนุกระดับโลก, ศูนย์การประชุมนานาชาติ และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา โดยเน้นย้ำว่าไม่มีการนำกาสิโนเข้ามาเกี่ยวข้อง
การสร้างมูลค่าเพิ่มและการจัดเก็บภาษี Windfall Tax: เพิ่มมูลค่าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภครัฐ รวมถึงเสนอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: เสนอให้ต่ออายุมาตรการ LTV ที่มีกำหนดหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง: เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ที่มีกำหนดหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ออกไป พร้อมปรับเพิ่มเพดานมูลค่าบ้านจากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท เป็นบ้านทุกระดับราคา
การกำกับดูแลดอกเบี้ยธนาคาร: กำกับดูแลให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทั้งอัตรา MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน (กนง.)

การปรับตัวของผู้ประกอบการ: ความท้าทายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ท่านนายกฯ ประเสริฐ ย้ำว่า แนวโน้มปี 2569 ยังคงเป็นปีที่ยากลำบากต่อเนื่องสำหรับผู้ประกอบการ การปรับตัวต้องมุ่งเน้นไปที่ 2 ด้านหลัก คือ ด้านการเงิน (Financial Side) และ ด้านการตลาด (Commercial Side)

ด้านการเงิน: กฎเหล็กคือการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นอันดับแรก และต้องตั้งการ์ดสูงด้วยความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับกำลังซื้อที่ถดถอย
ด้านการตลาด: ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวสูง มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ และที่สำคัญคือ การปรับตัวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อที่ยังหลงเหลืออยู่ในตลาด ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีอยู่อย่างจำกัดในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายเช่นนี้

ก้าวต่อไป: การสร้างความมั่นคงให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

บทสรุปจากท่านนายกสมาคมอาคารชุดไทย ชี้ให้เห็นว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ ไม่ได้อาศัยเพียงการคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ต้องอาศัยการปรับโครงสร้างเชิงนโยบายที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้สามารถสร้างสมดุลใหม่ ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และสร้างโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับประชาชนทุกคน

หากท่านเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การทำความเข้าใจในแนวโน้มและทิศทางเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์ เพื่อคว้าโอกาสท่ามกลางความท้าทาย.

Previous Post

D0501063 เร องท งหมด เก นจากคนหน งคน part2

Next Post

D0501065 บร หารความส มพ นธ ของท งสองครอบคร part2

Next Post
D0501065 บร หารความส มพ นธ ของท งสองครอบคร part2

D0501065 บร หารความส มพ นธ ของท งสองครอบคร part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.