• Sample Page
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
dungthailan.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

D0501063 เร องท งหมด เก นจากคนหน งคน part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
D0501063 เร องท งหมด เก นจากคนหน งคน part2

สู่ปีแห่งสมดุลใหม่: ถอดรหัสเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ไทย 2569 และกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต

โดย: ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต, นายกสมาคมอาคารชุดไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน ผ่านทั้งช่วงบูมที่ร้อนแรงและช่วงชะลอตัวที่ท้าทาย แต่ปี 2568 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่หนักหนาสาหัสเป็นพิเศษ จากผลกระทบที่ถาโถมเข้ามาจากหลากหลายทิศทาง ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน นโยบายการเงินที่เข้มงวด และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ จนส่งผลให้ภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มยอดขายหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับสถิติในอดีต

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเคยทำสถิติยอดขายสูงสุดถึง 5 แสนล้านบาท แต่มาถึงปี 2568 นี้ ตัวเลขดังกล่าวได้หดตัวลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.62 แสนล้านบาท นี่คือ ยอดขายอสังหาริมทรัพย์นิวโลว์ ในรอบทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

“ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” สู่ “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่”

ผมมองว่าปี 2568 คือ “Year of The Great Perfect Storm” หรือ “ปีแห่งพายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ” ที่ทุกปัจจัยลบมารวมกัน แต่สำหรับปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง ผมขอเรียกมันว่า “The Year of New Balance & Complexity & Structural Problem” หรือ “ปีแห่งการปรับสมดุลใหม่และความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง” ซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้อย่างถ่องแท้ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ให้ธุรกิจสามารถประคับประคองและเติบโตต่อไปได้

“New Balance” – ความสมดุลใหม่ที่มาพร้อมกับความท้าทาย:

ยอดขายและยอดโอนที่ลดลง: ทั้งในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภาพรวมทั่วประเทศ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากำลังซื้อโดยรวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด
GDP เติบโตต่ำ: การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1-2% ไม่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนที่เพียงพอสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการลงทุนระยะยาว
กำลังซื้อหดตัว: ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าคนไทยหรือชาวต่างชาติ ต่างก็เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อถดถอย ทำให้การตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างยากลำบาก
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินกำลังซื้อ: โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาหันไปพึ่งพาการเช่า หรือเลือกซื้อบ้านมือสองเป็นทางออก
ขาดโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐ: นโยบายและมาตรการต่างๆ จากภาครัฐยังไม่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“Complexity” – ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในตลาด:

ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: ตลาดที่อยู่อาศัยมีความซับซ้อนมากขึ้น มีทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และรูปแบบการถือครองที่หลากหลาย ทั้งการซื้อขาดและการเช่าระยะยาว 30-60 ปี
ความเหลื่อมล้ำของราคา: ตั้งแต่คอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ไปจนถึงห้องชุดสุดหรูราคา 500-1,000 ล้านบาท ทำให้ตลาดมีความหลากหลายและต้องวางกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกันไป
ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ: สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ตัวเลข ยอดกู้ไม่ผ่าน สูงถึง 50-70% ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อผู้ซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางถึงน้อย
ภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อวันด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สูงมาก กลายเป็นภาระค่าครองชีพก้อนใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ

“Structural Problem” – ปัญหาเชิงโครงสร้างที่รอการแก้ไข:

การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ: ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างระยะยาวที่ชัดเจนในการรองรับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนในระยะยาว
กำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ที่ถดถอย: การขาดโครงสร้างที่สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อลดลงสามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยของตนเองได้ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เจาะลึกเทรนด์ตลาดรายเซ็กเมนต์: จากบ้านเดี่ยว สู่บ้านมือสอง และการเช่าระยะยาว

เมื่อพิจารณาลงในรายละเอียดของแต่ละประเภทอสังหาริมทรัพย์ จะพบแนวโน้มที่น่าสนใจดังนี้:

ทาวน์เฮาส์: กลายเป็นสินค้าที่ความต้องการเริ่มลดลง สวนทางกับในอดีต
บ้านเดี่ยว: ยังคงเป็นที่ต้องการ แต่เริ่มเผชิญแรงเสียดทานจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่ลดลง อันเป็นผลมาจากนโยบายการควบคุมการโอนเงินข้ามประเทศ การปราบปรามทุนเทาและนอมินี หากไม่มีการปรับตัว เช่น การเสนอ สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี มาสนับสนุน อาจเห็นยอดขายบ้านเดี่ยวถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง
การเช่าระยะยาว: ลูกค้าต่างชาติจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจการเช่ามากขึ้น โดยยอมจ่ายค่าเช่ารายเดือนสูงถึง 3-4 แสนบาท สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคา 50 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐไทย ซึ่งการเช่ารายเดือนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีมานด์การซื้อในตลาด
อสังหาริมทรัพย์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท: ปีที่ผ่านมากลุ่มนี้มียอดขายติดลบถึง -52% และในปี 2568 คาดว่าจะลดลงไปอีกเหลือเพียง 1 ใน 3 ของตลาด เนื่องจาก อัตราการกู้ไม่ผ่าน สูงถึง 70% แม้ว่าความต้องการยังมีอยู่ เนื่องจากโครงสร้างประชากรยังคงเดิม แต่ข้อจำกัดด้านสินเชื่อและ GDP ที่เติบโตต่ำ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการซื้อบ้านได้
อสังหาริมทรัพย์ราคา 7-10 ล้านบาท: เริ่มเห็นสัญญาณความไม่แน่นอน ยอดขายใน 3 ไตรมาสแรกของปีเริ่มชะลอตัวลง จากที่เคยเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท
ห้องชุดราคาสูง (50 ล้านบาทขึ้นไป): ยังคงมีการแข่งขันในการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง
บ้านมือสอง: แม้จะดูเหมือนมีความสำคัญมากขึ้นในภาพรวมของตลาด แต่หากพิจารณาในเชิงลึกจะพบว่าตลาดบ้านมือสองไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่สัดส่วนที่ใกล้เคียงกับบ้านใหม่เป็นผลมาจากขนาดตลาดรวมที่เล็กลง เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากขาดกำลังซื้อ

โรดแมป 8+3: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย ผมได้ยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐหลังการเลือกตั้ง ภายใต้โมเดล “8+3” ซึ่งประกอบด้วยมาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ข้อ และมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์สามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

มาตรการวางโครงสร้างระยะยาว 8 ด้าน:

การปรับปรุงมาตรการ LTV (Loan-to-Value) ระยะยาว: ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
การขยายสัญญาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี: พร้อมเสนอให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ เพื่อนำไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการมีบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ถือเป็นการสร้างโครงสร้างถาวรเพื่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัย
การจัดระเบียบการพักอาศัยของชาวต่างชาติ: ผ่านกฎหมายอาคารชุดและกฎหมายบ้านจัดสรร โดยกำหนดหลักการสำคัญคือการบริหารนิติบุคคลจะต้องมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันการถูกควบคุมโดยชาวต่างชาติ
การสนับสนุน Mortgage Insurance: โดยภาครัฐควรให้การค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านหลังแรกในสัดส่วน 10-20% (เทียบเท่าเงินดาวน์) เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ และลดอัตราการกู้ไม่ผ่านในตลาดกลาง-ล่าง
มาตรการอนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยงผู้กู้: ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำคิดดอกเบี้ยต่ำ ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูงคิดดอกเบี้ยสูงกว่า แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้กู้ที่ปัจจุบันถูกปฏิเสธเพียงอย่างเดียว
มาตรการรวมหนี้ (Debt Warehouse): โดยการรวมหนี้จากบัตรเครดิต หนี้รถยนต์ และหนี้ที่อยู่อาศัย โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ
การส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ (Mega Project): เช่น ศูนย์สุขภาพ (Healthcare Center), ศูนย์การศึกษา (Education Hub), สวนสนุกขนาดใหญ่ (Theme Park), ศูนย์ประชุมนานาชาติ (International Convention Center) และศูนย์ความบันเทิงด้านกีฬา (Sports Entertainment Hub) โดยย้ำว่า ไม่มีคาสิโน เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ
การสร้างมูลค่าเพิ่มของโครงการอสังหาริมทรัพย์: ผ่านการเชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐที่โครงการแล้วเสร็จตามกำหนด รวมถึงพิจารณาการจัดเก็บ ภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากภาคเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากแนวเส้นทางเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐ

มาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ เพื่อประคับประคองตลาดในปี 2569:

ต่ออายุมาตรการ LTV: ขยายระยะเวลามาตรการ LTV ที่มีกำหนดหมดอายุ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี จนถึง 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง: ขยายเพดานจากเดิมไม่เกิน 7 ล้านบาท ปรับเป็นบ้านทุกระดับราคา และขยายกำหนดหมดอายุออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
การกำกับดูแลให้ธนาคารลดดอกเบี้ยที่แท้จริง: ทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับผู้กู้รายย่อย และ MLR สำหรับผู้ประกอบการ ให้สอดคล้องหรือลดลงเท่ากับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการเงิน (กนง.) เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงินของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย: ปีแห่งการปรับตัวของผู้ประกอบการ

ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารจัดการธุรกิจอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับ การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow Management) เป็นอันดับแรก และต้องตั้งการ์ดสูง ระมัดระวังการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวและกำลังซื้อถดถอย

ในด้านการพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการต้องมีความตื่นตัวและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ การปรับตัวเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใน เซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตต่อไปได้

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างที่สนับสนุนให้ผู้คนสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้อย่างแท้จริง เพื่อร่วมกันสร้าง ความสมดุลใหม่ ให้กับวงการนี้.

Previous Post

D0501062 บางคำพ ลองเปล ยนว มาบอกอะไรก part2

Next Post

D0501064 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

Next Post
D0501064 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

D0501064 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Facebook Video
  • D0202160 สาม ดไม องทำการร อให นซาก part2
  • D0202159 คำพ ดท าไว ใจ ดท ายแค คำโกหก part2
  • D0202158 สาม ดไม องทำการร อให นซาก #ตอนจบ part2
  • D0202157 ดการสาม ไม กพอ หน าหม อไปท part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.